กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต หลังมีกระแสข่าวว่า "ตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร" อดีตหนึ่งในแกนนำ กปปส. มีชื่อสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับชั้นสัญญาบัตร ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งตามรายงานระบุว่า "ตั๊น" ได้สัมภาษณ์แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ อย่างไรก็ดี เมื่อชื่อของตั๊น หลุดมาในโลกออนไลน์ ก็ทำเอาบรรดาตำรวจส่วนหนึ่งรู้สึกไม่พอใจ เนื่องจาก น.ส.จิตภัสร์ เคยเป็นแกนนำ กปปส. และเคยกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงมีการแสดงออกด้วยการติด "โบดำ" ต่อต้าน...
ในเรื่องนี้ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) กล่าวกับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า กระบวนการคัดเลือกเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการ เมื่อวานมีนักข่าวถามว่ามีกระแสต้านน้องตั๊นจากตำรวจ จะถอนตัวหรือไม่ ซึ่งตอบไปว่าน่าเสียดาย เขาเป็นคนมีความรู้ความสามารถ เมื่อนักข่าวมาถามว่าตั๊นถอนตัวจากการสมัครตำรวจ ตนจึงตอบไปว่า จริงเหรอ...?
ขั้นตอนการรับกำลังพล เป็นอย่างไร
ผู้การ 191 กล่าวว่า กองบัญชาการ ฝ่ายทะเบียนพล จะดูว่าบุคลากรของตำรวจหน่วยไหนที่ขาดบุคลากร กรณีนี้เข้าใจเองว่า บุคลากรของ 191 ซึ่งกองบัญชาการจะเห็นว่า ขาดองค์ความรู้เรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ เนื่องจากอีกประมาณ 3-4 เดือนข้างหน้า เราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ฉะนั้นจึงต้องเตรียมคนเพื่อมารองรับ โดยการพัฒนา หรือทำโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพของข้าราชการตำรวจการใช้ภาษาอังกฤษ จึงทำการเปิดรับแบบ (โอเพ่น) เสรีเข้ามา ซึ่งจะเป็นใครมาสมัครก็ได้ แต่ต้องผ่านกรรมการพิจารณาแล้ว 1. ตรวจคัดเลือกตรวจสอบคุณสมบัติ สัมภาษณ์ พิจารณาแล้วว่าเหมาะสมตามที่กองบัญชาการต้องการ ก็จะเสนอชื่อไปยังกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ หากเห็นชอบตามที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเสนอ คนที่ถูกรับสมัครก็จะติดยศ สิบตำรวจตรี ก่อนจะถูกส่งไปฝึกอบรมที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจอีก 4-6 เดือน หลังจากนั้นจึงจะกลับมาติดยศ ร้อยตำรวจตรี แล้วบรรจุในตำแหน่งที่ตนเองมาสมัครต่อไป อันนี้ตามหลักการเป๊ะ
...
"การสมัครขั้นนี้ ไม่มีการสอบ เพราะมุ่งเน้นเฉพาะการใช้ภาษาอังกฤษ จึงเน้นไปที่ภูมิหลัง องค์ความรู้ การศึกษา การใช้ภาษาอังกฤษ ตรงนี้มีบอร์ดในการสัมภาษณ์ กรณีนี้มีการเปิดรับสมัครก่อน และไม่ได้มีน้องตั๊นแค่คนเดียวที่มาสมัคร แต่มีอีกหลายคนที่มาสมัคร แต่ไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าใด เพราะหน่วยนี้ไม่ได้เป็นหน่วยที่เปิดรับสมัคร แต่เป็นกองบัญชาการที่เปิด จึงไม่มีข้อมูล ผมกับสื่อรู้เท่ากัน แต่เมื่อวานที่บอกไปว่าเสียดาย เพราะพูดไปตามหลักการ" พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าว
รู้สึกอย่างไรบ้างที่เจอกระแสตำรวจส่วนหนึ่งต่อต้าน
ผบก.สปพ. กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร และเข้าใจ เพราะได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับตำรวจ อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับตำรวจมาตั้งแต่ปี 52 เวลามีม็อบ ไม่ว่าจะเป็นสีไหน ด่าตำรวจหมด ตำรวจตกเป็นจำเลยหมด และถ้าหาไปดูประวัติ เสิร์ชในกูเกิล จะพบว่าตนดำเนินคดีบังคับใช้กฎหมายกับทั้งสองฝ่าย เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ก็เพิ่งจับ "กบ กางเกงใน" ในปี 52 มีกลุ่มคน ใช้ความรุนแรงยิง M79 ใส่ตำรวจ ใส่ทหาร ใส่ประชาชน ที่ตึก อื้อจื้อเหลียง ก็เป็นคนจับ เสิร์ชในกูเกิลได้เลย
"ผมถือว่าเรื่องการเมือง ถ้าใช้ความรุนแรง ผมจะบังคับใช้กฎหมาย แต่ถ้าเป็นเรื่องความเห็นต่างทางการเมือง ผมยอมรับความเห็นต่างด้านการเมือง ผมเป็นคนคิดบวก เปิดกว้าง และที่สำคัญผมมีทัศนคติที่ดีกับทุกๆ คน ในส่วนตัวผมคิดว่า คนที่มีทัศนคติที่ไม่ดีกับตำรวจ ถ้าเอาเขามาเป็นตำรวจจะดี เพราะเขาจะได้เห็นว่าตำรวจมีความทุกข์ยากขนาดไหน"
มีการล็อกสเปกหรือไม่...
ถามว่าล็อกสเปกหรือไม่ ต้องตอบว่าตนไม่ได้เป็นคนรับสมัคร ไม่ได้เป็นคนคัดเลือก ไม่ได้เป็นคนตรวจสอบคุณสมบัติ แต่กองบัญชาการคัดเลือกและตรวจสอบคุณสมบัติ เอาตามความสามรถในการใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าเป็นการเปิดรับในลักษณะนี้ น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเกิดเข้ามาอยู่ในหน่วยตน อย่างที่บอก เรากำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เราต้องเสริมศักยภาพด้านนี้ให้ดีขึ้น ถ้าถามว่าเอาตำแหน่งนี้เข้ามาทำอะไร ก็ต้องบอกว่าเอาเข้ามาพัฒนา เพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการตำรวจ 191 ให้มีองค์ความรู้ในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น
รู้สึกอย่างไรที่เรื่องมันบานปลาย???
ผมเข้าใจตำรวจ แล้วผมไม่ทวนกระแส เพราะอย่างที่บอก ผมอยู่เคียงบ่าเคียงไหลกับตำรวจนครบาลมาตั้งแต่ปี 52 เห็นทุกข์ เห็นสุขของตำรวจ แต่ตามหลักการ ผมเป็นคนคิดบวก มีทัศนคติที่ดี ผมจึงมองว่าถ้าเราเปิดโอกาส เปิดใจกว้าง ให้เขามาเป็นตำรวจ เขาจะได้เห็น ความทุกข์ ความสุขของตำรวจ ผมมองว่าอย่างนี้จะดีด้วยซ้ำ
เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตำรวจส่วนใหญ่ ไม่ชอบ กปปส. หรือ?
ผมไม่วิจารณ์การเมืองดีกว่า เพราะผมเป็นข้าราชการตำรวจ คงไม่ขอลงความเห็น แต่พูดกลางๆ คือผมเป็นคนเปิดกว้าง จึงยินดีที่จะรับคนที่ทัศนคติไม่ดีกับตำรวจ ก็รับเขาเข้ามาจะได้รู้จะได้เห็น จะได้ช่วยกันแก้ปัญหา
ที่ผ่านมาตำรวจถูกกระทำตลอด...?
ใช่ ไม่ว่าเสื้อไหนขึ้นมา ก็จะเอาตำรวจเป็นจำเลย ถ้าใครเห็นชอบก็ยกย่อง ใครไม่เห็นชอบก็ถูกด่า ในฐานะตำรวจคนหนึ่ง ไม่ได้รู้สึกอะไร ผมเข้าใจตำรวจ ว่าเขาถูกด่าถูกอะไรก็มีความโกรธ แต่ส่วนตัวผมเปิดกว้าง รับฟังความเห็น มีทัศนคติที่ดี ใครเกลียดตำรวจก็ให้ลองเข้ามาเป็น จะได้รู้จะได้เห็น เพราะเป็นตำรวจลาออกก็ได้ ถ้าดูแล้วไม่ชอบก็ลาออก แต่ผมไม่ได้ทวนกระแสนะ
...
อย่างไรก็ดี ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้โทรศัพท์สอบถามเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกำลังพล สตช. ถึงหลักเกณฑ์การรับสมัครกำลังพล โดยเริ่มจาก พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.สกพ. ซึ่งระบุว่าติดประชุมอยู่ ขณะ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รอง ผบช.สกพ. ไม่สามารถติดต่อได้ พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ รอง ผบช.สกพ. ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ พ.ต.อ.วัชร์ธนา มีขำ รอง ผบก.กองทะเบียน ไม่สามารถติดต่อได้ และ พ.ต.อ.ถาวร มีขำ ผกก.ฝ่ายบรรจุ ไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงได้สอบถามไปที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช. กล่าวว่า ในเบื้องต้น คนที่จะมาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ จะต้องไม่ถูกคำสั่งจำคุก หรือประวัติเสียหาย ซึ่งการสมัครตำรวจหญิงกับตำรวจชายใช้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนกรณีที่มีความสามารถพิเศษ ก็จะมีการคัดเลือกวิธีพิเศษ เขาเรียกว่า วุฒิขาดแคลน จำเป็นต้องรับสมัครอีกแบบ ส่วนกรณี น.ส.จิตภัสร์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบคุณสมบัติอยู่