สาวใหญ่เจ้าของอู่ซ่อมเมืองย่าโม เสียรู้โจรหัวใส ใช้บิลค่าไฟฟ้าปลอมหลอกเป็นเจ้าหน้าที่ ให้จ่ายเงินเกือบหมื่น ขู่ยกมิเตอร์ ด้าน กฟภ.สุรนารี เผย แจ้งเตือนประชาชนสม่ำเสมอแต่อาจไม่ทั่วถึง พบ มีเหยื่อหลงเชื่อในปีนี้ 3 รายแล้ว...

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 ก.ย. 58 ที่อู่ซ่อมรถยนต์ยุโรปแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณถนนมิตรซอย 19 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา นายวิโรจน์ แดงฉ่ำ หัวหน้าแผนกบริการลูกค้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุรนารี จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุรนารี และเจ้าหน้าตรวจสอบมิเตอร์ไฟและจ่ายบิลค่าใช้กระแสไฟฟ้า ได้เดินทางเข้าตรวจสอบอู่ซ่อมรถยนต์ของ นางรัตนา มาวขุนทด อายุ 40 ปี ภายหลังได้รับการร้องเรียนว่า ถูกชายคนร้ายอายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างสูง ผิวดำแดง จมูกโด่ง แต่งกายด้วยกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำ ห้อยบัตรพนักงานการไฟฟ้า เข้ามาที่อู่เมื่อวันที่ 3 ก.ย. พร้อมทั้งนำใบแจ้งเตือนการตัดหม้อไฟมาแจ้งกับว่าชำระค่าไฟที่ล่าช้า จะต้องถูกตัดหม้อไฟ ต้องไปขอติดตั้งใหม่ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และมีขั้นตอนยุ่งยาก

...

ซึ่งปกติแล้ว นางรัตนา จะชำระค่าไฟฟ้าในวันที่ 5 ของทุกเดือน แต่วันนั้นที่อู่มีงานเยอะ อีกทั้งคนร้ายก็ชวนพูดคุยตลอดเวลา ล้วนแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการไฟฟ้า ทำให้ไม่ผิดสังเกต จึงนำเงินที่กำลังจะเตรียมไปชำระค่าไฟกว่า 9,000 บาท มอบให้กับคนร้ายไป และคนร้ายมีการนำใบเสร็จที่มีสัญลักษณ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาให้เซ็นชื่อ พร้อมมอบไว้ให้เก็บเป็นหลักฐาน ก็คิดว่าชำระค่าไฟฟ้าแล้ว

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 13 ก.ย. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุรนารี ทำการตัดหม้อไฟ จึงสอบถามพร้อมทั้งนำบิลที่ได้จ่ายค่าไฟไปมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ จึงทราบว่าเป็นบิลปลอมที่ทำขึ้นจากกระดาษ A4 และปริ้นท์สีออกมา จึงแจ้งความที่ สภ.โพธิ์กลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

หัวหน้าแผนกบริการลูกค้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุรนารี กล่าวว่า ทางการไฟฟ้าได้มีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้มีการระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่จะมีการปลอมบิลค่าไฟฟ้า และตัวอย่างบิลค่าไฟฟ้าของจริงกับของปลอมไว้ให้ประชาชนได้ทราบ โดยจะมีการติดประกาศแจ้งเตือนที่การไฟฟ้าทุกแห่ง แต่อาจจะไม่ทั่วถึง แต่ยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่มาเดินเก็บค่าไฟตามบ้าน หรือเก็บค่าดำเนินการต่างๆ อย่างแน่นอน และในกรณีที่จะมีการตัดหม้อไฟ เจ้าหน้าที่ก็จะมีการแจ้งให้กับผู้ใช้ทราบก่อน หรือเมื่อทราบแล้วยังไม่ติดต่อมา ก็จะจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการถอดหม้อไฟออก

ทั้งนี้ ในกรณีที่ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นพนักงานที่เรียกเก็บค่าไฟนั้น ตั้งแต่ต้นปี 58 จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อแล้วจำนวน 3 ราย และยังมีอีก 2 ราย เกือบหลงเชื่อ แต่รู้ทันไม่หลงกลมิจฉาชีพและได้ไล่ออกไปจากร้านก่อน.