ตร. สนธิกำลังรวบ 4 ผู้ต้องหา แก๊งยาบ้าภาคอีสาน ยึดของกลางกว่า 5 พันเม็ด สารภาพ รับจากเอเย่นต์ชาวลาว พร้อมแฉ ส่งตามใบสั่ง น.ช. คุกสุรินทร์ เร่งขยายผลยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทุกราย
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 58 พล.ต.มนัส หนูวัฒนา ผบ.จทบ.สร., นายวินัย ตรงจิตพิทักษ์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า ผกก.สส.ภ.จว.สุรินทร์ และ พ.ต.อ.สุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ ร่วมแถลงข่าวจับแก๊งยาบ้า เครือข่ายภาคอีสาน และเครือข่ายเรือนจำกลางสุรินทร์ ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ มีผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายวฤทธิ์ อินนารมณ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 15 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เป็นตัวการใหญ่ รับยาบ้าจากลาวมาส่งในพื้นที่ภาคอีสาน และเอเย่นต์ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และเยาวชน อายุ 18 ปี ชาว จ.สุรินทร์ อีก 3 ราย พร้อมยาบ้า 5,290 เม็ด โทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์ 1 คัน โดย พล.ต.มนัส กล่าวชื่นชมการทำงานของชุดปฏิบัติการ ทหาร ปกครอง และตำรวจด้วย
สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 58 เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นำกำลังเข้าตรวจค้นศูนย์กู้ภัยสลักไดพิทักษ์ชีพ ต.สลักได อ.เมืองสุรินทร์ จับ นายอนันต์ จันทร์กลิ่น อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 7 ต.แกใหญ่ อ.เมืองสุรินทร์ ที่เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดจากเรือนจำกลางสุรินทร์ และ นายสุรชาติ สายแก้ว อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 16 ต.สลักได อ.เมืองสุรินทร์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ พร้อมยาบ้า 44 เม็ด โดย นายอนันต์ สารภาพว่าสั่งยาบ้ามาจากลาว จึงวางแผนสืบสวน จนเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 58 จับ นายวฤทธิ์ ได้ในโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ พร้อมยาบ้า 4,000 เม็ด ก่อนขยายผลจับกุมเครือข่ายในแก๊งที่เป็นเยาวชน 3 คนดังกล่าว พร้อมยาบ้า 1,290 เม็ด รวมยาบ้า 5,290 เม็ด
รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า นายอนันต์ รับยาบ้าหลายหมื่นเม็ดจาก เจ๊ดา ซึ่งอยู่ใน สปป.ลาว ข้ามโขงนำมาส่งให้ที่ห้างแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร จากนั้นจึงตระเวนส่งยาที่ จ.อุดรธานี จ.กาฬสินธุ์ จ.สารคาม และ 3 แห่งในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หากยังไม่ถูกจับ จะนำยาบ้าไปส่งที่ จ.ศรีสะเกษ ที่ผู้ต้องหาสารภาพว่ามี น.ช.สด นักโทษในเรือนจำกลางสุรินทร์ อยู่ในขบวนการ เป็นผู้สั่งให้นำยาไปส่งตามจุดต่างๆ เพื่อให้เอเย่นต์มารับไปขาย และภรรยา น.ช.สด ที่อยู่นอกเรือนจำจะทำบัญชีให้ ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนทางลับ เพื่อดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมทั้งขยายผลยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทุกราย.