ตำรวจเมืองปทุมฯ แถลงผลจับกุม หนุ่มวัย 39 ปี ตระเวนลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี และอีกหลายท้องที่ เน้นก่อเหตุช่วงกลางวันที่ไม่มีคนอยู่ อายัดของกลางรวม 35 รายการ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2558 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายเอก พงษ์เนียม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201/5 หมู่ที่ 6 ต.ถอนสมอ อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี พร้อมด้วยรถยนต์เก๋ง สีแดง คันหมายเลขทะเบียน กง 9661 อ่างทอง และทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทองรูปพรรณ พระเลี่ยมทอง นาฬิกา รวมกัน 35 รายการ ซึ่งออกตระเวนลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี และอีกหลายท้องที่ โดยคนร้ายมุ่งเน้นก่อเหตุช่วงกลางวัน ในห้องพัก-อพาร์ตเมนต์ ซึ่งผู้พักอาศัยไม่อยู่ที่ห้อง และคนร้ายจะงัดครั้งละ 4 ห้อง โดยวิธีการใช้เครื่องมือตัดสายยูคล้องกุญแจออก ก่อนเข้าไปขโมยทรัพย์สิน

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย เปิดเผยว่า สืบเนื่องด้วยเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 และวันที่ 11 กันยายน 2558 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ซึ่งเป็นหอพัก ในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี จำนวนหนึ่ง ถูกคนร้ายเข้าโจรกรรมโดยวิธีการใช้เครื่องมือตัด ได้ทรัพย์สินไปจำนวนหลายรายการ จากการสืบสวนของเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม โดยการตรวจสอบ จากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้รถยนต์เก๋ง สีแดง หมายเลขทะเบียน กง 9661 อ่างทอง เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุลักทรัพย์ และในห้วงเวลาใกล้เคียงกันได้มีเหตุการณ์โจรกรรมที่มีแผนประทุษกรรมคล้ายคลึงกันในพื้นที่ สภ.คูคต จึงได้ทำการประสานข้อมูลจนทราบถึงตัวคนร้าย กระทั่งเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ติดตามและจับกุมตัวคนร้ายได้ที่บ้านในจังหวัดสิงห์บุรี

...

ผบช.ภ.1 กล่าวต่ออีกว่า จากการขยายผลการสืบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพโดยได้ก่อเหตุในเขตพื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์และพื้นที่ สภ.คูคต จำนวนหลายครั้ง จากนั้นได้นำของที่ขโมยมาไปขายเพื่อนำเงินไปเล่นการพนัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินที่คนร้ายขโมยไปกลับคืนมาได้ 35 รายการ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อผู้เสียหายที่ได้มาแจ้งความลักทรัพย์ ให้เดินทางมาดูของกลางว่าเป็นของตนเองหรือไม่อย่างไร และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักทรัพย์ต่อไป.