ประชาชนที่ปลูกบ้านอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ใน ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ถึงกับผวา หลังตลิ่งเกิดการทรุดตัวลึกกว่า 2 เมตรเป็นระยะทางยาวกว่า 50 เมตร จนบ้านเอียง ขณะที่ฝ่ายเกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 ก.ย.58 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ถนนริมเขื่อนบริเวณหน้าวัดสมุหประดิษฐาราม หมู่ที่ 7 ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี และบ้านเรือนประชาชน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก เกิดการทรุดตัว จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบที่บริเวณริมตลิ่งด้านวัดสมุหประดิษฐาราม ติดกับแม่น้ำป่าสัก เกิดการทรุดตัว ซึ่งเป็นถนนคอนกรีต ทรุดตัวลงไปกว่า 2 เมตร ยาวกว่า 50 เมตร
พระครูสุธีปริยัตยาทร อายุ 42 ปี เจ้าอาวาส เปิดเผยว่า แนวเขื่อนหน้าวัด มีความยาว ประมาณ 300 เมตร เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา เกิดฝนตกติดต่อกัน ทำให้ถนนตามแนวเขื่อนริมตลิ่งได้ทรุดตัวลง เป็นแนวยาว กว่า 50 เมตร ลึกประมาณ 2-3 เมตร ส่วนสาเหตุ น่าจะมาจาก น้ำในแม่น้ำป่าสักลดลง และมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ถนนริมเขื่อนทรุด ตัวลง และก็เกรงว่า จะทรุดตัวลงเพิ่มขึ้นอีก
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลยที่ 36/3 หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบ นายชุมพร ศรีมณี อายุ 69 ปี ข้าราชการบำนาญ กรมที่ดิน ซึ่งถนนหน้าบ้านเกิดการทรุดตัวลง กว่า 4 เมตร นายชุมพรเปิดเผยว่า ถนนหน้าบ้านเกิดทรุดตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อ 3 วันที่แล้ว ตนเองไป ทำธุระที่กรุงเทพฯ กลับมา ถึงหน้าบ้าน ถนนทรุดตัวลงไป กว่า 4 เมตร พื้นดินทรุดลงไปจนเห็นเสาบ้าน ไม่สามารถขับรถเข้าไปในบ้านได้ ต้องจอดรถไว้บนถนน
ขณะที่นายบุญนาค ขุนแก้วรักษา อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี อยู่ใกล้กัน กล่าวว่า ก็ได้รับผลกระทบตลิ่งทรุด จนต้องรื้อโรงเก็บของที่ติดกับบ้านทิ้ง เพราะกลัวว่าจะดึงบ้านทรุดลงไปด้วย และมีบ้านเรือนอีกกว่า 8 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบครั้งนี้ ต่างพากันหวาดกลัว ว่าบ้านเรือนของตนจะทรุดลงไปในแม่น้ำ
ด้านนายบัญชา เชาวรินทร์ นายอำเภอเสาไห้ เปิดเผยว่า ตนเองได้ลงตรวจสอบที่เกิดเหตุทั้งที่วัดสมุหประดิษฐาราม และที่บ้านเรือนประชาชนแล้ว โดยได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งเข้าไปทำการช่วยเหลือ