ขนาด3.5ม.หนัก66ตัน ตกที่อุทยานฯไทรโยค
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยหลักฐานล่าสุดจากนาซ่าลูกไฟที่เมืองไทยเป็นวัตถุจากนอกโลก เส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 4 เมตร หนักประมาณ 66 ตัน ความเร็วมากกว่า 75,600 กิโลเมตร/ชั่วโมง พลังงานการชนเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นที 3,900 ตัน หรือ 1 ใน 4 ของระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คาดอาจมีชิ้นส่วนหลงเหลือตกที่กาญจนบุรี จากเหตุการณ์มีลูกไฟส่องแสงสว่างจ้าตกจากฟากฟ้า เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. มีผู้พบเห็นทั้งในกรุงเทพฯ กาญจนบุรี และอีกหลายจังหวัดในภาคกลางนั้น
ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อ วันที่ 14 ก.ย. นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ แถลงในเรื่องดังกล่าวว่า สถาบันฯ ได้รับข้อมูลที่ยืนยันจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) และการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเบื้องต้น ที่จังหวัดกาญจนบุรี ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว วิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นวัตถุจากนอกโลก ขนาดเส้นผ่านศูนย์ กลางประมาณ 3.5 เมตร หนักประมาณ 66 ตัน พุ่งเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วประมาณ 75,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความสว่างที่สุดในขณะอยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 29.3 กิโลเมตร พลังงานการชนของวัตถุดังกล่าว มีค่าเทียบเท่าการระเบิดของ TNT 3.9 กิโลตัน หรือ 1 ใน 4 ของระเบิด ปรมาณูที่ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทิศทางการเคลื่อนที่มุ่งไปทางตะวันตก ที่มุมอะซิมุท 269.8 องศา มุมเอียงของการชนเทียบกับพื้นโลก 45.4 องศา ระบุพื้นที่ที่อาจมีอุกกาบาตตก บริเวณอุทยานแห่งชาติไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี กินพื้นที่เป็นวงกว้างเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 กิโลเมตร นับเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ที่สุด ที่พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกในรอบปีที่ผ่านมา
...
นายศรัณย์กล่าวต่อว่า จากขนาดและระดับความรุนแรงของวัตถุนอกโลกที่พบในครั้งนี้ พบว่าจากสถิติจะเกิดเพียงปีละ 1 ครั้ง เกิดได้ทุกพื้นที่ของโลกจากวัตถุนอกโลกที่มีจำนวนมาก ซึ่งครั้งล่าสุดก่อนพบในประเทศไทย จะพบที่ตอนใต้ของมหาสมุทร อินเดียเมื่อเดือน ส.ค. 2557 และยังไม่เคยมีรายงานความเสียหาย หรือทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ ส่วนอุกกาบาตที่ใหญ่กว่านี้ เคยพบที่รัสเซียเมื่อปี 2556 โดยมีขนาดใหญ่กว่าที่เกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ย. เกิดความเสียหายบ้างแต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและเป็นเหตุการณ์ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นหลายร้อยปีเกิดหนึ่งครั้งเท่านั้น