จีนตรวจเข้มสินค้าจากไทยตั้งด่านตรวจถึง 4 ด่าน ส่งออกไทยไปจีนสะดุด ผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้า ไม่กล้าส่งสินค้า เผย เรือสินค้าตกค้างที่ท่าเรือเชียงแสนจำนวนมาก ขณะที่ บางลำยังมีสินค้าเต็มลำ ...

วันที่ 14 ก.ย. 58 มีรายงานข่าวว่า สินค้าจากท่าเรือเชียงแสน ไม่สามารถจะส่งไปยังชายแดนจีนได้ ทำให้เรือสินค้าของจีนและของลาว กว่า 100 ลำ ตกค้างจอดเทียบท่าเรือ ที่ท่าเรือเชียงแสน และตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน มาเป็นเวลาร่วม 2 สัปดาห์ บางลำมีสินค้าเต็มลำก็ต้องจอดลอยลำ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการค้าไม่กล้าส่งสินค้าไปยังจีน เนื่องจากมีการตรวจเข้มสินค้าที่ไปจากประเทศไทย

ด้าน นายทอง ผาจอง ผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้าทางแม่น้ำโขงไปยังท่าเรือกวนเหลย ชายแดนจีน ซึ่งมีเรือสินค้าจีนขนาด 300 ตัน อยู่ในการดูแลกว่า 30 ลำ เปิดเผยว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา เรือสินค้าของตน ไม่สามารถที่จะบรรทุกสินค้า ส่งไปยังชายแดนประเทศจีนได้ เพราะตอนนี้ทางการจีนได้เข้มในการตรวจสินค้าจากไทยเข้าไปยังประเทศจีน โดยมีการตั้งด่านตรวจสินค้าถึง 4 ด่าน ที่ชายแดนท่าเรือกวนเหลย ทำให้เรือบรรทุกสินค้าของตนถึง 23 ลำ ที่ลงสินค้าเต็มลำ ก็ยังไปไม่ได้ ต้องจอดเทียบท่าอยู่ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่า เรือที่บรรทุกสินค้าจะได้ออกวันไหน นายทอง กล่าวตอนท้ายว่า “ตั้งแต่ตนทำเรือที่บรรทุกสินค้าไปยังประเทศจีน มีครั้งนี้ดูจะหนักที่สุด ที่เรือต้องจอดไม่สามารถส่งสินค้าไปได้”

...

ทั้งนี้ ที่ทางการจีนได้เข้มงวดตรวจสินค้าที่บรรทุกไปทางเรือ และไปขึ้นที่ท่าเรือกวนเหลย เพราะก่อนหน้านี้ มีเรือสินค้าจีน และเรือลาวกว่า 200 ลำ ที่วิ่งขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีน มีสินค้าที่ไปจากไทย สินค้าบางประเภทที่ทางการจีนมีกำแพงภาษี แต่ปรากฏว่าสินค้าที่มีกำแพงสินค้ากลับทะลักเข้าไปในท้องตลาดมาก ทางการจีนจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตั้งด่านตรวจ และออกตรวจตามโกดัง และที่พักสินค้าของผู้ประกอบการจีนในเมืองท่ากวนเหลย ทำให้ผู้ประกอบการค้าจีน ไม่กล้าจะสั่งสินค้าที่ไปจากไทย ส่งผลให้เรือต้องตกค้าง

ส่วนสถานการณ์การตรวจเข้มสินค้าที่ไปทางเรือ หากนาน จะส่งผลกระทบกับยอดการส่งออก ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าที่ส่งออกทางชายแดนเชียงแสน มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ล้านบาท.