สยามเทคโนฯโพลล์ เผย ผู้ปกครองส่วนใหญ่เห็นควร ร.ร.เลิกบ่าย 2 ขณะร้อยละ 36.19 อยากให้เสริมดนตรี กีฬา พร้อมมอง เรียนน้อยลงช่วยลดความเครียด นร. บางส่วนกังวล หวั่นเที่ยวเตร่ เสพยา มอง หวังยกระดับคุณภาพการเรียนยังก้ำกึ่ง
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 58 ศ.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองในเขต กทม. และปริมณฑล ทั้งหมด 1,133 คน ต่อนโยบายการลดชั่วโมงเรียนเพิ่มชั่วโมงรู้ในแต่ละวันให้กับนักเรียนในสถานศึกษา พบว่าร้อยละ 82.61 รับทราบข่าวเกี่ยวกับนโยบายการลดชั่วโมงเรียนเพิ่มชั่วโมงรู้ให้กับนักเรียน ในสถานศึกษา ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 17.39 ไม่ทราบ
ในด้านความคิดเห็นต่อระยะเวลาในการเรียนและกิจกรรมหลังสิ้นสุดชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนแต่ละวันนั้น หากเริ่มชั่วโมงเรียนในเวลา 08.00 น. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 38.75 มีความคิดเห็นว่าควรให้ชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนสิ้นสุดในเวลาประมาณ 14.00 น. รองลงมามีความคิดเห็นว่าควรให้สิ้นสุดในเวลา 15.00 น. และเวลา 13.00 น. ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25.33 และร้อยละ 21.18 ตามลำดับ ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 8.3 ที่มีความคิดเห็นว่าควรสิ้นสุดหลังเวลา 15.00 น. และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 6.44 มีความคิดเห็นว่าควรสิ้นสุดเพียงเวลาประมาณ 12.00 น.
สำหรับกิจกรรมที่อยากให้สถานศึกษาจัดหลังสิ้นสุดชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนนั้น ส่วนใหญ่อยากให้จัดกิจกรรมเสริมทักษะ เช่น กีฬา ดนตรี งานฝีมือ ทำอาหาร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 36.19 ขณะที่ร้อยละ 26.74 อยากให้จัดกิจกรรมเสริมความรู้ทั่วไปนอกเหนือจากบทเรียนในชั้นเรียน เช่น รับฟังวิทยากรจากภายนอก อ่านหนังสือในห้องสมุด รับชมภาพยนตร์ สารคดีความรู้ต่างๆ ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 17.74 และร้อยละ 12.8 อยากให้จัดกิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือสังคม เช่น เก็บขยะ ปลูกต้นไม้และกิจกรรมด้านวิชาการเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เรียนในชั้นเรียน เช่น การทำแบบฝึกหัด การทำการบ้านตามลำดับ โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 6.53 มีความคิดเห็นว่าควรอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านได้ตามอิสระ
...
ด้านความคิดเห็นต่อการลดชั่วโมงเรียนในชั้นเรียน กลุ่มตัวอย่างเกือบ 2 ใน 3 หรือคิดเป็นร้อยละ 65.31 มีความคิดเห็นว่าการลดชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนจะมีส่วนช่วยลดความเครียดจากการเรียนได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.69 มีความคิดเห็นว่าการลดชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนจะไม่ส่งผลกระทบให้นักเรียน ได้รับเนื้อหาการเรียนรู้ที่สำคัญในแต่ละวิชาน้อยลง นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.55 มีความคิดเห็นว่าการเพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้หลังสิ้นสุดชั่วโมงเรียนในชั้น เรียนจะมีส่วนช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากเนื้อหาบทเรียนให้กับนักเรียนได้
อย่างไรก็ตาม หากมีการลดชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนให้สิ้นสุดเร็วขึ้น กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 57.55 ยอมรับว่าตนเองกังวลว่านักเรียนจะมีโอกาสได้ใช้เวลาทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น เที่ยวเตร่ เล่นเกม เสพยาเสพติด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ มากขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.67 มีความคิดเห็นว่าการลดชั่วโมงเรียนให้สิ้นสุดเร็วขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28.86 ยอมรับว่าจะส่งผลกระทบ ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 8.47 ไม่แน่ใจ
ส่วนความคิดเห็นต่อนโยบาย "ลดชั่วโมงเรียนเพิ่มชั่วโมงรู้" กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 57.19 มีความคิดเห็นว่านโยบาย "ลดชั่วโมงเรียนเพิ่มชั่วโมงรู้" จะมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพของนักเรียนไทยให้สูงขึ้นกว่าในปัจจุบันได้ แต่กลุ่มตัวอย่างประมาณครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 50.4 มีความคิดเห็นว่าการลดชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนเพื่อเพิ่มเวลาทำกิจกรรมการเรียนรู้ ยังไม่มีความเหมาะสมกับลักษณะนิสัยของนักเรียนไทยในปัจจุบัน นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.52 เห็นด้วยกับนโยบาย "ลดชั่วโมงเรียนเพิ่มชั่วโมงรู้" อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 53.49 ไม่มั่นใจว่าจะมีการดำเนินการตามนโยบาย "ลดชั่วโมงเรียนเพิ่มชั่วโมงรู้" ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลได้จริง.