ทั่วไทยมีฝนกระจาย ภาคกลางตอนล่าง อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

Share :
line-share-logo

ทั่วไทยมีฝนกระจาย หนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก หลังจากนั้นจะเริ่มมีฝนน้อยลง ภาคกลางตอนล่าง อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนตก 28% ประมาณ 5 โมงเย็นถึงค่ำ ...

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2558 จากการตรวจสอบสภาพอากาศ พบว่า ในช่วงวันนี้ไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนอยู่ในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
แต่หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 6-9 กันยายน ร่องมรสุมจะเลื่อนกลับไปผ่านประเทศพม่าและลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนน้อยลง

โดยจากการคำนวณปริมาณฝนตกสะสม ตลอดสุดสัปดาห์ 72 ชั่วโมงต่อจากนี้ จะพบว่าฝนตกสะสมจะกระจายตัวอยู่เพียงบริเวณฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกของประเทศเท่านั้น ส่วนในพื้นที่อื่นๆ พบฝนสะสมเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่จากการคำนวณปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 7 โมงเช้าวันนี้ไปจนถึง 7 โมงเช้าวันพรุ่งนี้ พบว่า ภาพรวมพื้นที่ฝนสะสมนั้นยังคงหนาแน่นในพื้นที่ภาคเหนือ และอีสานฝั่งตะวันตกตามแนวภูเขา ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนกลางจนถึงตอนล่าง

ในขณะที่วันนี้ลักษณะการกระจายตัวของฝน ยังคงกระจายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเริ่มต้นช่วงสาย กลุ่มฝนส่วนใหญ่มีการกระจายตัวในบริเวณภาคเหนือตอนบน ไล่ยาวต่อมายังภาคอีสานตอนบนและฝั่งตะวันออก อีกกลุ่มหนึ่งครอบคลุมในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยกลุ่มฝนจะมีตกหนักบางพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน หนองคาย นครพนม และอุบลราชธานี

ช่วงเที่ยงกลุ่มฝนยังคงตกกระจายตัวในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ส่วนภาคอีสานกลุ่มฝนจะลดลง เหลือแถวๆ บริเวณตอนบนของภาคเท่านั้น ในขณะที่ฝั่งตะวันตกของประเทศเริ่มพบการก่อตัวของกลุ่มฝนแถวๆ จังหวัดตาก กาญจนบุรี อุทัยธานี กำแพงเพชร

ช่วงบ่าย กลุ่มฝนในภาคเหนือแผ่ขยายลงมายังภาคกลางฝั่งตะวันตก ภาคกลางตอนล่าง และยาวเข้าไปยังภาคตะวันออกตอนบน โดยตกหนักบางพื้นที่ ได้แก่ เชียงราย น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา

ช่วงเย็นกลุ่มฝนเน้นตกครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ภาคเหนือตอนบนจนถึงภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก โดยเป็นกลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก ในบริเวณเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และจะตกในบริเวณดังกล่าวไปจนถึงช่วงค่ำ

ส่วนสถานการณ์ฝนใต้วันนี้ เริ่มพบก่อตัวในช่วงสายบริเวณตอนบนจนถึงตอนกลางของประเทศ ตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง ช่วงเที่ยงกลุ่มฝนลดลง เหลือเพียงในบริเวณระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และมีตกเพิ่มในจังหวัดยะลา ก่อนที่ช่วงบ่ายจะเน้นตกในพื้นที่ฝั่งอันดามันตั้งแต่ พังงา ไล่ยาวลงไปถึงจังหวัดยะลา ช่วงเย็นจะขยับไปตกบริเวณตอนล่างของภาคตั้งแต่กระบี่ ตรัง สตูล และยะลา ซึ่งจะตกไปจนถึงช่วงค่ำ

ในขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมเช้านี้พบว่ามีกลุ่มก้อนเมฆที่ปกคลุมทั่วไทยยังคงหนาแน่นในบางจุด โดยเฉพาะ ภาคเหนือตอนบน และอีสานตอนบน ส่วนตอนกลางกลุ่มเมฆบางตาลงเล็กน้อย ทำให้ภาคกลางตอนล่างอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้วันนี้ความรู้สึกร้อนสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 37-38 องศาเซลเซียส ในขณะที่ภาคเหนือตอนบน ฝั่งตะวันตกของประเทศ อีสานตอนบน ช่วงค่ำถึงเช้ามืด อากาศเย็นเป็นพิเศษ

ส่วนสภาพอากาศในแต่ละภาคเป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย มีโอกาสเกิดฝน 28 เปอร์เซ็นต์ ช่วงเวลาประมาณ 17.00-21.00 น. อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36 องศาเซลเซียส

อ่านเพิ่มเติม...