ตำรวจกองปราบฯรวบผู้ต้องหาผู้จ้างวานฆ่าอดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ “สมยศ สุธางค์กูร” อีก 1 ราย พบประวัติเสือร้ายอดีตผู้คุมเรือนจำ จ.ปราจีนบุรี เกี่ยวข้องคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์และอุ้มฆ่าเผานั่งยาง “เสี่ยอ้วน-เทพเจ้าสองแผ่นดิน” ลูกทีม พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตนายตำรวจชื่อดัง เผยเหตุจากผู้ตายรับงานเคลียร์คดียาเสพติด เลยถูกจ้างยิงในราคา 1 ล้านบาท อยู่ระหว่างตามจับทีมสังหารที่ยังหนีอีก 3 ราย

กรณีการตายของนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าพ่อธุรกิจกลางคืนและเจ้าของคาเฟ่ชื่อดังย่านพระราม 9 ถูกคนร้ายจ่อยิงเสียชีวิต ภายในลานจอดรถร้านเฮงหูฉลาม ถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง กทม.ขณะเตรียมขึ้นรถเดินทางกลับที่พักพร้อมภรรยาหลังอาหารมื้อค่ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ต่อมาตำรวจ บก.สส.บช.น.ติดตามแกะรอยคนร้ายนานนับเดือน กระทั่งประสบผลสำเร็จสามารถจับมือปืนรายนี้ได้ที่บ้านพักย่านฝั่งธนบุรี ก่อนผู้ต้องหาเปิดปากรับสารภาพชนวนเหตุสั่งตายมาจากการหักหลังกันในเรื่องวิ่งเต้นเคลียร์คดียาเสพติดมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท

ความคืบหน้าที่ห้องประชุม 2 โซนซี ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. และ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. แถลงข่าวจับกุมนายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/5 หมู่ 6 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.พระโขนงที่ 359/2558 ลงวันที่ 1 ก.ย. ในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยมีและใช้อาวุธปืน ก่อเหตุยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่คนดังเสียชีวิต ภายในลานจอดรถร้านอาหารเฮงหูฉลาม สาขาถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง กทม. เมื่อเวลา 20.52 น. วันที่ 29 มิ.ย.58 จับกุมได้ที่หน้าโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 ถนนปากน้ำวัดแก้ว แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม.ของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถ จยย.ซูซูกิ สแมช สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตรวจสอบภายหลังทราบเป็นรถหมายเลขทะเบียน บมฉ 540 กรุงเทพมหานคร 1 คัน

...

สอบสวนนายภานุพงษ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 วัน นายกฤษฎา หรือนก ใจเอม ผู้ต้องหาอีกรายที่อยู่ระหว่างหลบหนี ติดต่อให้ไปทวงหนี้ผู้ตาย นัดคุยที่โรงแรมคอนเทนเนอร์รีสอร์ท ถนนเลียบคลองสอง เขตคลองสามวา กทม. พร้อมนายชม ไชยณรงค์ หรือที่เรียกติดปากว่า “อาจารย์” เป็นผู้จ้างวาน ภายหลังนายชมบอกว่าไม่ต้องไปทวงหนี้แล้ว ถึงทวงก็ไม่ได้ ให้ไปยิงแทน วันเกิดเหตุทั้งหมดนั่งรถแท็กซี่มาลงที่สนาม กกท.ย่านหัวหมาก ระหว่างทางนายชมมอบกระเป๋าสะพายสีดำให้ภายในมีปืนลูกโม่ .38 และรูปถ่ายนายสมยศ พร้อมมอบเงินค่าจ้างให้ 3 หมื่นบาท กระทั่งพบกับนายหนู (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ขี่รถ จยย.พาซ้อนท้ายไปก่อเหตุ โดยขณะที่นายสมยศเดินออกจากร้านเตรียมขึ้นรถที่จอดอยู่ในลานจอด จึงเดินเข้าไปใช้ปืนยิงนายสมยศที่ด้านหลัง 2 นัด เมื่อนายสมยศหันกลับมามอง จึงยิงไปที่บริเวณใบหน้า 1 นัด จนล้มลง และยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด รวม 4 นัด หลังเกิดเหตุหลบหนีไปทิ้งรถ จยย.ภายในซอยรามคำแหง 24 แยก 2 และหลบไปพักย่านหนองแขม เผากระเป๋าสะพาย เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ และนำปืนไปโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่กลางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จากนั้นได้ค่าจ้างเพิ่มอีก 2 แสน 7 หมื่นบาท ที่รับงานเพราะต้องการทดแทนบุญคุณที่นายชมเคยดูแลตนมาก่อนขณะไม่มีเงินใช้

พล.ต.ต.สมบัติเผยว่า ตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุ พบพยานขับขี่ จยย.รับจ้าง รับคนร้ายไปส่งในซอยเสรีไทย 11 ให้ข้อมูลรูปพรรณคนร้ายที่มีรอยสักที่ต้นแขนทั้ง 2 ข้าง กระทั่งสามารถจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าผู้ว่าจ้างมีบุญคุณกัน จึงยอมรับงานนี้ได้ค่าจ้าง 3 แสนบาท สำหรับนายภานุพงษ์เคยถูกดำเนินคดีมาแล้วในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ท้องที่ สน.บางขุนนนท์ทั้ง 2 คดี

หลังแถลงข่าวเสร็จ ตำรวจ บก.ป.นำตัวนายชม ไชยณรงค์ อายุ 52 ปี ผู้จ้างวานในคดีนี้มาร่วม แถลงข่าว โดย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.เปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี หลังชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. จับกุมนายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา มือปืน ก่อนขยายผลจับกุมตามคำซัดทอดของนายภานุพงษ์ เบื้องต้นนายชมสารภาพว่า รับงานมาจากบุคคลหนึ่ง ให้ติดต่อหามือปืน ได้เงินค่าจ้างมา 1 ล้านบาท ตัวนายชมได้มาจำนวน 1 แสนบาท ส่วนประเด็นการสังหารครั้งนี้เกิดจากการหักหลังเรื่องเงินหลายล้านบาทในการรับเคลียร์คดียาเสพติด

สำหรับนายชม ไชยณรงค์ ผู้จ้างวานมือปืนยิงนายสมยศ สุธางค์กูร เจ้าพ่อคาเฟ่นั้น ตรวจประวัติพบเคยก่อเหตุมาอย่างโชกโชนและเหี้ยมโหด มีความเชื่อมโยงกับคดีอุ้มฆ่าภรรยาและบุตรชายนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ในคดีเพชรซาอุฯอันโด่งดังเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางนายชัยชนะ หรือเสี่ยอ้วน หมายงาน อายุ 67 ปี ฉายา “เทพเจ้าสองแผ่นดิน” เจ้าของบริษัทส่งเสริมสองแผ่นดิน จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นผู้กว้างขวางในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 56 พื้นที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายชม ไชยณรงค์ เป็น 1 ใน 2 ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับ ในคดีตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้วที่ จ.245/2556 หลบหนีการจับกุมนานกว่า 2 ปี นอกจากนี้ นายชมเป็นอดีตผู้คุมเรือนจำ จ.ปราจีนบุรี และเป็นหนึ่งในทีมงานของ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ ก่อเหตุอุ้มฆ่าเจ้าทรัพย์หลายคดีในพื้นที่ภาคตะวันออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการ 5 คน ประกอบด้วย นายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา มือปืน นายชม ไชยณรงค์ ผู้จ้างวาน นายกฤษฎา หรือนก ใจเอม ผู้รับงาน นายหนู (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้ขี่รถ จยย.ในวันก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 1 คน เป็นคนใกล้ชิด คอยชี้เป้า อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลจับกุม

...

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 พร้อมตำรวจ สน.คลองตัน นำตัวนายภาณุพงษ์ หรือแจ้ รัสนา อายุ 32 ปี มือปืนที่สังหารเจ้าพ่อคาเฟ่เสียชีวิตไปชี้จุดที่ก่อเหตุ 4 จุด ประกอบด้วย จุดทิ้งปืนกลางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หลังก่อเหตุ 2 วัน จุดสังหารที่ลานจอดรถร้านเฮง หูฉลาม จุดทิ้งรถ จยย.คันที่ใช้ก่อเหตุ และจุดสุดท้ายที่ กกท. โดยนายภานุพงษ์ไปรับเงินล่วงหน้า 30,000 บาทและปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ โดยจุดนี้ตำรวจนำตัวนายชม ไชยณรงค์ มาทำแผนด้วย ก่อนนำตัวนายภานุพงษ์ไปฝากขังเนื่องจากครบกำหนดการควบคุมตัว ส่วนนายชม ไชยณรงค์ ถูกคุมตัวไปสอบต่อที่กองปราบ เนื่องจากยังไม่ครบกำหนดการคุมตัว

ที่ศาลจังหวัดพระโขนง พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน คุมตัวนายภาณุพงศ์ หรือแจ้ รัสนา ผู้ต้องหาในคดีนี้มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 ก.ย. เนื่องจากยังต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกหลายปากและรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานของกลางและอื่นๆ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนค้านการประกัน เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ อัตราโทษสูง เกรงว่า หากอนุญาตให้ ประกันตัว ผู้ต้องหาจะหลบหนี ภายหลังศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านอนุญาตให้ฝากขัง