king10
Thairath Logo
กีฬา

จัดระเบียบ7เดือนผ่าน วันนี้คนคลองถมหัวเราะ หรือร่ำไห้

Share :
line-share-logo

หลังมีนโยบายจัดระเบียบพื้นที่ให้ผู้ค้าที่เคยตั้งแผงลอยอยู่ในบริเวณถนนมหาจักร รอบคลองถมเซ็นเตอร์ให้ย้ายออกจากพื้นที่ และห้ามกลับเข้ามาขายอีกโดยเด็ดขาด ภาพของถนนมหาจักรที่เป็นตลาดสินค้าราคาถูก ศูนย์รวมสินค้าหลากหลาย คลาคล่ำไปด้วยไปผู้ซื้อและผู้ขาย บัดนี้กำลังจะกลายเป็นภาพแห่งความหลัง คลองถมในวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แม้รอบด้านจะยังพอมีร้านค้าตั้งเรียงรายอยู่บ้าง แต่ชีวิตชีวาที่เคยมีกลับหายไปโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่มีการจัดระเบียบพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2558 จนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้วกว่า 7 เดือน วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มาดูว่าวันนี้คลองถมมีความปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ดีขึ้น หรือ แย่ลง

โดยเมื่อทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้เริ่มต้นการสำรวจ พบว่าบรรยากาศของตลาดคลองถม หลังผ่านการจัดระเบียบมา 7 เดือน ถนนหนทางดูโล่งสะอาดตา รถยนต์สามารถสัญจรไปมาได้สะดวกขึ้น  แผงลอยที่เคยวางอยู่ตามถนนถูกจัดให้เป็นระเบียบโดยย้ายไปอยู่บนทางเท้า แต่สำหรับบรรยากาศการค้านั้นกลับเงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันนั่งหงอยท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด สายตาต่างสอดส่องไปตามถนนหนทางเพื่อคอยระวังเจ้าหน้าที่เทศกิจที่จะผ่านมา และพร้อมจะยึดอะไรก็ตามที่วางขายบนทางสาธารณะ รถเข็นที่ขายของกินต่างพากันเดินไปตามทางวนไปวนมาโดยไม่กล้าหยุดอยู่กับที่นอกจากจะมีคนเรียกซื้อของ แม้จะได้ขายของแต่ก็ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่ช้าความเงียบเหงาก็กลายเป็นความวุ่นวายขึ้นทันที ที่เทศกิจขี่รถออกตรวจและไล่ให้รถเข็นออกจากพื้นที่จนพ่อค้าต้องวิ่งหนีกัน เป็นบรรยากาศและภาพที่คนในคลองถมเห็นกันจนชินตา ความวังเวงไม่ได้บังเกิดขึ้นแต่เพียงบนถนนมหาจักร แต่ในตัวคลองถมเซ็นเตอร์ เองที่วันนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่ พบว่ามีการขึ้นประกาศขายล็อก หรือ ปล่อยให้เช่าในราคาที่ถูกลง ในขณะที่ร้านค้าที่เปิดขาย ก็อยู่ในสภาพเงียบเหงา คนขายมีมากกว่าคนซื้อ โดยผู้ค้าส่วนใหญ่สีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด ไม่คึกคักอย่างที่เคยเป็นมา

ป้ายประกาศห้ามผู้ค้าเข้ามาขายของในคลองถม
ให้ไปขายที่อื่นก็มีแต่...ขาดทุน!

เฮียเล็ก พ่อค้าแผงลอย ขายลูกยางปัดน้ำฝน เล่าถึงอดีตที่หอมหวานของตลาดคลองถมให้ฟังว่า ที่นี่เคยเป็นสวรรค์ของนักช็อปของถูกจากทั่วสารทิศ เพราะรวบรวมสินค้านานาชนิด ที่ลูกค้าต้องการไว้อย่างครบวงจร ในอดีตบรรยากาศของคลองถมจะคึกคักมาก เพราะร้านค้ามีเยอะลูกค้าก็เยอะตามไปด้วย แต่ก่อนจะเห็นภาพบรรยากาศของความเป็นตลาดขนาดใหญ่ การต่อรองราคาระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย คนที่เดินไปเดินมาถามหาสินค้าที่ต้องการ นี่คือชีวิตของคลองถม แต่ตอนนี้มันต่างกันมาก จนบางครั้งไม่อาจนึกไปถึงภาพบรรยากาศเก่าๆ ได้ ถนนมหาจักรเส้นนี้ แทบจะไม่เหลือความทรงจำใดๆ ไว้เลย ตั้งแต่มีการจัดระเบียบทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด

"เมื่อก่อน แม้จะเป็นเพียงแผงเล็กๆ แต่รายได้ไม่เคยต่ำกว่าพันบาท แต่มาวันนี้ บางวันขายได้เพียง 100-200 บาท บางวันขายไม่ได้เลยสักชิ้นก็มี ซ้ำร้าย ยังต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ลูกค้าที่เคยมีก็หายไปหมด เมื่อก่อนคนที่มาเดินสามารถเลือกหาสินค้าได้หลากหลายเพื่อให้ได้ของที่ต้องการกลับไป พอมีการจัดระเบียบ แผงลอยที่เคยมีอยู่ก็หายไปเยอะ จนคนมาซื้อของ ก็หาซื้อของไม่ได้ สุดท้ายลูกค้าก็หายไปด้วย ร้านค้าที่เหลืออยู่ก็เหมือนอยู่ไปวันๆ ความสุขมันหายไป พร้อมกับรายได้ที่เคยมี ทางการบอกให้ไปขายที่นู่น ที่นี่ แต่ไปแล้วมันไม่มีลูกค้า มันไกลเดินทางไม่สะดวก อย่างที่ให้ไปขาย ที่บริเวณสายใต้ใหม่ นั่งรถไปกลับสองร้อยกว่าบาท ค่ากินค่าแผงอีกสองร้อย คนไปขายแต่คนซื้อไม่ไป บางคนไปแล้วขายไม่ได้เลย บางคนได้ชิ้นสองชิ้น ขาดทุนทั้งค่าเดินทางขาดทุนทั้งค่าเช่าแผง พอไปอีกจุดอื่นๆ ที่กำหนดให้ มันก็ขายไม่ได้เพราะสินค้าพวกนี้ มันต้องอยู่ในแหล่งของมัน แบกค่าเดินทางค่าครองชีพไม่ไหว ไปที่อื่นก็มีแต่เจ๊ง"

บรรยากาศบริเวณถนนมหาจักรเงียบเหงา
ร้านค้าในคลองถมเซ็นเตอร์ทยอยปิดลง
ใช้ชีวิตเหมือนขโมยในคราบของพ่อค้า ต้องหันซ้าย-ขวา ระวังเทศกิจ

นอกจากรายได้ที่ลดลงเพราะลูกค้าหายไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าที่เลือกจะไม่ย้ายไปไหน ยังต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกัน อมรชัย พ่อค้ารถเข็นขายน้ำ ที่อาศัยคลองถมเป็นแหล่งทำมาหากินถึง 8 ปี โดยอมรชัย เล่าให้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงชีวิตอันขมขื่นว่า ตอนนี้แค่เข็นรถเข้าไปในพื้นที่ ก็มีสิทธิ์ถูกยึดเครื่องมือทำมาหากินคู่ชีพ ขึ้นท้ายรถไปเสียค่าปรับที่สำนักงานเขต ซึ่งค่าปรับคือ 2,000 บาทถ้วนไม่ขาดไม่เกิน จากชีวิตพ่อค้ารถเข็น รายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 700 บาท ตอนนี้ขายของได้วันหนึ่ง ไม่ถึง 300 บาท ลดลงเกินกว่าครึ่งของที่เคยขายได้ แถมยังต้องแบกรับความเสี่ยง ที่อาจจะเจอค่าปรับครั้งละ 2,000 บาท ครั้นจะให้ย้ายไปทำมาหากินที่อื่นก็ไม่สามารถ เพราะเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ ทำให้ไม่มีเงินมากพอจะย้ายไปทำมาหากินที่อื่น

"ไม่ใช่แค่เรื่องรายได้อย่างเดียว แต่ชีวิตก็เปลี่ยนไปด้วย เพราะต้องคอยระวังเทศกิจตลอดเวลา ตอนนี้ระเบียบมันเข้มงวดมาก แค่จอดกลางทางยังไม่ทันขายก็โดนจับแล้ว ทุกวันนี้ใช้ชีวิตเหมือนเป็นขโมย แต่เป็นขโมยในคราบของพ่อค้า จะขายของแต่ละครั้ง ต้องคอยหันซ้ายหันขวาระวังตลอดเวลา พวกคนขายของด้วยกันก็จะช่วยตะโกนบอกว่าเทศกิจมาแล้วให้รีบหลบ พวกรถเข็นก็วิ่งหนีกันอุตลุด ถึงจะระวังกันขนาดนี้แต่ก็ไม่วายโดนจับไปสองครั้ง ครั้งแรกโดนเทศกิจเอารถมาดักหน้าดักหลังจนต้องยอมจำนน อีกครั้งคือเจ้าหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาเห็น ถึงจะยึดรถเข็นไม่ได้ก็ยึดฝาถังน้ำไปแทน ฝาถังน้ำสามอันแต่ค่าปรับเท่ากับรถเข็นทั้งคัน พอไปอ้อนวอนก็ไม่ได้ เลยต้องปล่อยยึดไป คงเป็นเพราะเสียงคนจนมันเบาเลยไม่มีใครฟัง"

นายประสาร ชูชาติ เจ้าหน้าที่เทศกิจหัวหน้าชุดจุดเฝ้าระวังถนนเสือป่า
รายได้ลดฮวบ 90% จากไม่มีเวลากินข้าว ตอนนี้เวลาเหลือเพียบ!

ผลกระทบของการจัดระเบียบมันมีมากจนกระเทือนไปทั่วทั้งอาณาบริเวณโดยรอบ ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์เองก็ไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้น ถึงจะไม่ได้เป็นร้านแผงลอยและไม่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบ แต่ในเมื่อข้างนอกไม่มีลูกค้าแล้วนับประสาอะไรกับข้างใน แถมยังต้องแบกภาระค่าเช่าแผงที่แพงลิบลิ่ว แต่ขายได้ยังไม่พอค่าเหนื่อย

โดยคุณลัด เจ้าของร้านกิตติศักดิ์ ที่ขายของอยู่ที่นี่มา 15 ปี บรรยายถึงการค้าขายในเวลานี้ว่า นับวันมีแต่จะถอยหลัง หลายเดือนมานี้ เรื่องกำไรไม่ต้องพูดถึง แค่ค่าเช่าล็อกขายของยังไม่พอจ่าย วันเวลาเก่าๆ ที่ขายดิบขายดี จนแทบจะไม่มีเวลากินข้าว มาวันนี้ มีเวลากินข้าวได้แทบทั้งวัน เพราะขายของแทบไม่ได้

"ก่อนหน้านี้ถือว่าขายดี บางเดือนมีรายได้หลักแสน แต่พอมีการจัดระเบียบร้านค้าด้านนอกแล้วบ้านเมืองก็ไม่แน่นอนคนก็ไม่อยากออกมาใช้เงิน ยิ่งพอมีข่าวว่าคลองถมโดนปิด ลูกค้าประจำจากต่างจังหวัดก็ไม่เข้ามาเลย ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นแค่รอบนอก ตอนนี้ลูกค้าแทบไม่มีเลย จากอดีตที่เคยรุ่งเรือง ตอนนี้รายได้ลดลงไปประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวนี้ขายได้เดือนหนึ่ง 40,000 บาทก็หักค่าเช่าได้พอดี แต่ส่วนมากจะไม่ถึง ถ้ายังเป็นแบบนี้อีกไม่เกิน 2 เดือน คงต้องถอยเหมือนกัน แม้จะอยู่ที่นี่มานานถึง 15 ปี และไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ต้องย้ายออกจากคลองถม เหมือนกับคนอื่นๆ ที่เคยขายมา 10-15 ปี ตอนนี้หนีออกกันเกือบหมด เชื่อไหมว่าในยุครุ่งเรืองค่าเช่าที่นี่แพงมาก แต่คนก็ยังแย่งเพื่อที่จะได้เป็นเจ้าของ เดี๋ยวนี้ลดเหลือเดือนละ 20,000 บาท ยังไม่มีใครเอาเพราะมันไม่มีคนเดินแล้ว ร้านที่ขายกันอยู่ส่วนมากก็เป็นเจ้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามา แต่เชื่อว่าคงทนได้อีกไม่นานเหมือนกัน"

นั่งรอลูกค้าด้วยความเงียบเหงา
รถเข็นสามารถเข็นผ่านพื้นที่ได้แต่ห้ามหยุดขายของให้ลูกค้า
คนไทยไม่ได้รวย! คนหาเช้ากินค่ำอยากมีโอกาส

เฮียป้อม เจ้าของร้านอุปกรณ์เครื่องเสียงในคลองถมเซ็นเตอร์ พ่อค้าที่เติบโตและมีความผูกพันกับย่านคลองถมมาตั้งแต่วัยเด็ก พูดถึงการจัดระเบียบคลองถมว่า พ่อค้าแม่ค้าที่นี่เข้าใจว่าการจัดระเบียบ ในตอนแรกก็เข้าใจกันว่า จะแบ่งพื้นที่ให้ส่วนของทางเดิน และส่วนของที่ขายของให้เป็นระบบระเบียบ แต่เอาเข้าจริงๆ มันไม่ใช่อย่างที่คิด พ่อค้าแม่ค้าด้านนอกโดนไล่ไปขายที่อื่นเลย อย่าลืมนะว่า ในคลองถมไม่ได้มีแต่คนที่ขายประจำ ยังมีอีกหลายๆ คนที่เงินเดือนประจำไม่พอกิน จึงมาหารายได้พิเศษที่นี่ แต่ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว

"โดยส่วนตัวถึงจะเห็นด้วยกับการจัดระเบียบถนน แต่ถ้าห้ามขายเลยซะทีเดียวจะไปเอาอย่างประเทศที่เจริญแล้วคงไม่ได้ เพราะคนไทยส่วนมากไม่ได้ร่ำรวย คนหาเช้ากินค่ำยังมีอยู่มากทุกคนอยากมีโอกาสอยากมีชีวิตที่ดี คลองถมคือศูนย์รวมทุกอย่าง ทุกคนที่นี่ได้รับผลกระทบกันหมด เพราะคนเขาไม่มาเดินกันแล้ว อย่าว่าแต่พ่อค้าแม่ค้าเลย วินมอเตอร์ไซค์ยังเจ๊ง ยิ่งสื่อนำเสนอไปตอนนั้นว่าอวสานคลองถม ทั้งที่ตัวคลองถมเซ็นเตอร์จริงๆ ยังอยู่ แต่คนที่ฟังไม่รู้ ก็เหมารวมกันหมด พอบอกคลองถมห้ามขาย บวกกับเศรษฐกิจแบบนี้ข้างในก็พังไปด้วย"

พ่อค้ารถเข็นต้องแอบขายของให้ลูกค้า
บ้านตัวเองยังต้องขอทางคนอื่นออก ทิ้งซากขยะเกลื่อน

เมื่อฟังคนขายของไปแล้ว ตอนนี้ถึงคิว เจ้าของบ้านย่านถนนมหาจักร ซึ่งเป็น หญิง วัย 52 ปี ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ได้ปรับทุกข์กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า ตัดสินใจมาซื้อบ้านและเปิดกิจการเป็นของตัวเองมาเกือบ 20 ปี เดิมทีไม่มีปัญหาอะไรเพราะตลาดคลองถมยังอยู่แค่บริเวณรอบๆ คลองถมเซ็นเตอร์ แต่ช่วงหลังมีตลาดวันเสาร์–อาทิตย์ ปัญหาต่างๆ ก็ตามมา จนต้องตัดสินใจย้ายกิจการไปอยู่ที่อื่น ส่วนบ้านที่ซื้อไว้ก็เป็นเพียงที่อยู่อาศัยในช่วงเลิกงานเท่านั้น

“ครั้งแรกที่มาอยู่ในย่านนี้ คนขายของไม่ได้มีเยอะ แต่ระยะหลังพ่อค้าแม่ค้าต่างก็หลั่งไหลมา โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แม้แต่จะเดินออกจากบ้านยังต้องขอทางจากคนที่มาตั้งขายของหน้าบ้านตัวเอง สภาพมันแย่มากเปิดประตูก็เจอแผงขายของเต็มไปหมด เรียกได้ว่าคนขายใช้ประตูบ้านเป็นพนักพิง พวกนี้เวลาจะวางของแต่ละครั้งชนประตูเสียงดังโครมครามตลอด พอขายของเสร็จก็จากไปเหลือทิ้งไว้แต่ขยะเต็มไปหมด เจ้าของบ้านก็ต้องมาทำความสะอาดเอง ชาวบ้านแถวนี้ทนไม่ไหวก็ร้องเรียนไปแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้”

ปัญหาไม่ได้มีเฉพาะเรื่องความเป็นส่วนตัวแต่มันกระทบกับกิจการที่ทำอยู่ ลูกค้าที่เคยมาสั่งซื้อของก็ไม่อยากเข้ามาที่ร้านเพราะมันไม่สะดวกทั้งรถติด จอดรถก็ไม่ได้ หรือรถที่จะเอาของมาส่งที่ร้าน เคยไปเฉี่ยวชนกับร่มที่พวกแม่ค้าตั้งไว้จนเกือบมีเรื่อง สุดท้ายรถส่งของก็ไม่เข้ามา ต้องไปนัดส่งกันที่อื่นก่อนจะใช้รถเข็นขนเข้ามาในร้านอีกที พอเป็นแบบนี้จึงตัดสินใจไปตั้งร้านอยู่ที่อื่นซึ่งไม่ไกลจากที่เดิมมากนัก

หลังจากที่ได้ยินข่าวว่าจะมีการจัดระเบียบคลองถม ตอนนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพราะเคยมีการประกาศแบบนี้มาบ้างแล้วแต่ไม่เคยทำได้ แต่ตอนนี้ถนนมหาจักรได้กลับมาเป็นของสาธารณะอีกครั้ง หลังมีการจัดระเบียบอย่างจริงจัง ปัญหาที่เคยเจอก็หมดไป

พ่อค้ารถเข็นต้องคอยเข็นหนีเทศกิจ
รถฉุกเฉินเข้าโรงพยาบาลได้สะดวกขึ้น

ส่วน พี่ปุ๊ก คนขับรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลกลาง มายาวนานกว่า 18 ปี เล่าว่าเห็นด้วยกับการจัดระเบียบคลองถมเพราะว่าการจราจรมันสะดวกขึ้นมาก แม้วันเสาร์อาทิตย์จะมีรถมาจอดบนถนนมหาจักรแต่ก็ยังโล่งกว่าตอนที่มีตลาดแผงลอย แต่ก็ยอมรับว่าเสียดายร้านค้าแผงลอยหายไปเยอะ เพราะตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลกลาง ก็มักจะออกไปเดินหาซื้อของอยู่ประจำ

“เวลาขับรถฉุกเฉินเข้ามาในถนนมหาจักรตอนที่ตลาดยังไม่มีการจัดระเบียบ พ่อค้าแม่ค้าจะคอยอำนวยความสะดวกให้โดยช่วยกันโบกแล้วก็พยายามหลีกทางให้ แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้คล่องตัวเหมือนตอนนี้ เพราะทั้งคนซื้อคนขายอีกทั้งร้านค้ามันแน่นไปหมด ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินมากๆ ต้องขับเข้าโรงพยาบาลตรงถนนหลวงซึ่งเป็นถนนใหญ่แทน ตอนนี้คลองถมจัดระเบียบการสัญจรสะดวกขึ้น เวลาฉุกเฉินถนนรอบนอกมีรถติดก็ยังสามารถเข้ามาวิ่งด้านในแทนได้ไม่ต้องกังวลว่าจะช้าเหมือนก่อน”

บรรยากาศคลองถมสุดจะเงียบเหงา
ขายกันจนเละ ไร้ระเบียบ ชาวบ้านเดือดร้อน โดนจับไม่รู้กี่รอบไม่เคยเข็ดหลาบ

นายประสาร ชูชาติ เจ้าหน้าที่เทศกิจหัวหน้าชุดจุดเฝ้าระวังถนนเสือป่า พูดถึงนโยบายการจัดระเบียบพื้นที่ถนนมหาจักรว่า ถนนมหาจักรย่านคลองถม มีนโยบายการจัดระเบียบพื้นที่ตรงนี้มีมา 2 ครั้งแล้ว แต่ติดปัญหาหลายด้านจนไม่สามารถทำได้ เมื่อก่อนสังเกตดูรอบๆ คลองถมจะเละมาก ผู้ค้ารุกล้ำผิวจราจรจนมีปัญหารถติดตามมา ไหนจะปัญหาทิ้งขยะสกปรก พอขายเสร็จก็ปล่อยไปแบบนั้นไม่ได้มาสนใจ รถเข็นต่างด้าวก็เข็นขายตลอด พวกนี้เข้ามาแบบถูกต้องหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ปัญหามันมีเยอะมาก เรื่องแบบนี้เป็นการเอาเปรียบสังคมมากเกินไป เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนบ่อย ทางภาครัฐก็มีความคิดว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย

เจ้าหน้าที่เทศกิจหัวหน้าชุดจุดเฝ้าระวังถนนเสือป่า เผยอีกว่า พวกผู้ค้าส่วนมากไม่ใช่คนแถวนี้แต่มาจากทั่วสารทิศ ตรงไหนมีช่องว่างก็เข้าเสียบ จนคลองถมกลายเป็นตำนาน แต่เป็นตำนานของความเละไร้ระเบียบ เมื่อก่อนวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ต้องพูดถึงจะเข้ามาในถนนมหาจักรไม่ได้เลย คนที่อยู่บ้านแถวนี้ต้องปิดบ้านหนี เจ้าหน้าที่มีความคิดที่จะจัดระเบียบมาหลายครั้งแล้วแต่ทำไม่สำเร็จ เพราะติดเรื่องของกฎหมายหลายอย่าง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นการกระทำผิด แต่เมื่อทำอะไรมากไม่ได้จึงต้องอนุโลมให้ มีข้อแม้ว่าต้องอยู่ในระเบียบแต่มันก็ไม่เป็นไปตามนั้น ปัญหาในย่านคลองถมจึงแก้ยากมากแต่ตอนนี้ก็แก้ไขได้แล้ว

"เทศกิจตรึงพื้นที่มา 6 เดือนแล้วโดยขอกำลังจากเขตอื่นๆ มาช่วย รอบคลองถมเป็นพื้นที่จัดระเบียบ มีการแจ้งเตือนไปหลายครั้ง แต่พอเตือนแล้วไม่ฟังก็ต้องโดนจับ บางคนโดนจับหลายรอบไม่เข็ดหลาบ โดยเฉพาะพวกรถเข็นพวกนี้ มีคนหนุนหลัง มาเป็นกลุ่มพอโดนจับก็มีคนไปเอาของออกให้ เป็นกลุ่มของคนต่างด้าว ตอนนี้จึงต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อจัดระเบียบพื้นที่ เทศกิจจะตั้งจุดเฝ้าระวังและมีรถออกตรวจตลอดเวลา เพื่อดูแลเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะพื้นที่นี้ห้ามไม่ให้ผู้ค้ากลับเข้ามาทำการค้าอีก" เจ้าหน้าที่เทศกิจถนนเสือป่า กล่าว 

อ่านเพิ่มเติม...