king10
Thairath Logo
กีฬา

ถนนสายเฮฟวี่ดนตรีพลิกชีวิต

Share :
line-share-logo

“ศาสตร์” คือสิ่งที่วัดได้ ทำซ้ำได้ คนอื่นเอาไปปฏิบัติได้

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการ ศูนย์จิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ (Foundation of Virtuous Youth) ย้ำว่า ในการพัฒนาติดอาวุธให้ครูไทย กระทั่งนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาไทย จึงต้องพุ่งเป้าไปที่ศาสตร์ของครู ที่มีการทดลอง มีการวิจัยแล้วก็มีการพัฒนาที่เอาไปทำซ้ำได้ วัดได้ ว่า...สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์อยู่ระดับไหน

นี่คือความแตกต่างระหว่างการติดอาวุธครูโดยใช้เรื่อง “ศาสตร์” กับเรื่อง “ศิลป์”

การปฏิรูป...การศึกษาไทย มีมากมายหลายประการ หลากไอเดีย แต่สุดท้ายเราต้องการ “ผลลัพธ์” คือ “เด็กเก่งขึ้น...เรียนดีขึ้น”เป้าหมายสำคัญอยู่ที่ตัวเด็ก ภูมิ เอื้อชูเกียรติ หรือ “เจ” อายุ 18 ปี เป็นหนึ่งในตัวอย่างเล็กๆที่ประสบความสำเร็จในการฝ่าฟันมรสุมช่วงชีวิตวัยรุ่นและค้นพบตัวเองจนเจอในขณะที่ยังเรียนไม่จบชั้น ม.6

เจ เล่าว่า ผมชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็ก โตมาในยุคนูเมทัล เป็นเด็กที่ไม่เล่นเกมเลย ฟังเพลงอย่างเดียว...เด็กคนอื่นเอาเครื่องเล่นเกมพกพาไปโรงเรียน แต่เจเอาเครื่องเล่นเทปไปฟังเพลง พอฟังไปเรื่อยๆ ได้สักระยะก็รู้สึกอยากเล่น ฟังอย่างเดียวไม่พอแล้ว

คำว่าตั้งแต่เด็ก ก็คือช่วงอายุ 5–6 ขวบ แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนในการเริ่มเรียนดนตรี เปิดโอกาสให้ตลอด ไม่เคยปิดกั้น

วันนี้เจเรียนอยู่ที่อังกฤษปีสุดท้ายยังไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัย เทียบกับบ้านเราก็ ม.6 แต่บนเส้นทางดนตรีถือว่าไม่ธรรมดาเพราะเรียนรู้เอง ฝึกฝนเอง สั่งสมประสบการณ์เอาไว้มากจนเรียกว่าเป็นมืออาชีพ

“ครูสอนกีตาร์อาจารย์หน่อย...อาจเริ่มจากตรงนี้ ครูเป็นซาวนด์เอ็นจิเนียร์สอนระดับมหาวิทยาลัย” เจ ว่า “เรียนกีตาร์ก็รู้สึกเบื่ออยากเล่นอย่างอื่นบ้าง ครูก็เลยสอนให้ได้เรียนเรื่องซาวนด์เอ็นจิเนียริ่งในห้องอัดตั้งแต่ยังเด็ก”

อายุ 14 ปีก็ได้ไปดูคนโน้นคนนี้ทำงานจริงในห้องอัด ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ถามว่ายากง่ายขนาดไหน ต้องใช้อะไรเป็นพิเศษ? เจ บอกว่า ไม่ได้ใช้อารมณ์ แต่ใช้หูฟังมากกว่า เราจะฟังได้ขนาดไหนแล้วจะจินตนาการได้มากขนาดไหน แล้วจะให้อะไรเป็นยังไง

เมื่อค้นพบตัวตนก็ต้องมีทางของตัวเอง “เจ แวน เฮเลน” เป็นชื่อของ “เจ” ที่แฟนเพลงรู้จักในสังคมออนไลน์ และถ้าจะให้รู้จักมากขึ้น ก็ต้องสืบค้นกันในชื่อวง “defying the decay” เป็นวงดนตรีที่มีพื้นฐานมาจากแนวเมทัล และได้แตกแขนงให้มีความเป็นนูเมทัล...ดนตรีฟังก์ ฮิพฮอพ เน้นที่อารมณ์ จังหวะ และฮาร์ดคอร์ผสมอยู่ด้วย

โดยมีวงขวัญใจอย่าง deftones, linkin park, slipknot เป็นแรงบันดาลใจ

เจ บอกว่า เพลงแนวนี้ จริงๆมีคนฟังเยอะมากพอสมควร แต่บางคนก็คิดว่ามันรุนแรง...โหดไป แต่จริงๆไม่ได้เหมือนกับโหด แรงจนมีการทำร้ายกัน เพียงแต่เป็นความมันที่อยู่ในเพลง

ไม่ว่าถนนสายใดก็มีอุปสรรคขวากหนาม การทำวงของเจก็เช่นกัน... อุปสรรคในบางครั้ง ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงสมาชิกของวง แต่อุปสรรคนี้ก็ทำให้พวกเขาได้มีมินิอัลบั้มชื่อว่า...“Love, Hate and Faith”

ถัดมาอีกสองปี defying the decay จริงจังในการทำเพลงมากขึ้น โดยมีมือกีตาร์ชื่อ Russell, Raymaz ตีกลอง, และจัมพ์มือกีตาร์คนสุดท้ายที่เข้ามาร่วมวงในภายหลัง ช่วงปีนี้เองทำให้มีอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกขึ้นมา ชื่อว่า “All we know is failing” เสร็จสมบูรณ์ในปี 2014 โดยมีเนื้อหาเพลงเกี่ยวกับความรัก ความเกลียดชัง อกหัก และเสียดสีการเมืองบ้างเล็กน้อย

ความสำเร็จนี้ ยิ่งสมบูรณ์แบบด้วยการได้โปรดิวเซอร์ชื่อดัง Joey Sturgis จากอเมริกามาร่วมงาน เขาคนนี้คร่ำหวอดอยู่ในวงการดนตรีอเมริกา ทำงานให้กับวงดนตรีชื่อดังมากมาย อาทิ miss may I, the devil wears prada, attack attack!

ด้านเทคนิค...ห้องอัด กว่าจะได้อัลบั้มเต็ม ก็ต้องใช้ความพยายามมากพอดู อัลบั้ม All we know is failing มีเพลงที่เขียนเองตั้งแต่ตอนเด็กๆอายุสิบสี่...สิบห้า เพิ่งมีโอกาสไปอัด เพราะเพิ่งได้ห้องอัดมาได้ไม่นานนี้เอง เป็นห้องอัดที่ลงมือลงแรงทำขึ้นมาเอง ใครเห็นก็ต้องร้องโห ระดับมืออาชีพ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมสรรพ

“ห้องอัดยาก...ดีๆก็ราคาแพง รายจ่ายสูงเกินกำลัง ก็เลยค่อยๆเก็บ ค่อยๆสร้าง ค่อยๆเติมฝันห้องอัดส่วนตัวขึ้นมาเอง และตอนนี้ก็ยังเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับวงดนตรีอยู่สามสี่วงอีกด้วย” เจ ว่า

ใครสนใจติดตามชมผลงานความเคลื่อนไหววง “defying the decay” ในโลกโซเชียลมีเดียได้สองช่องทาง...เฟซบุ๊ก กับ ยูทูบ ความดังในโลกความจริงกับโลกออนไลน์อาจจะต่างกันมาก โลกออนไลน์น่าจะรู้จักวงนี้มากกว่าและแชร์ส่งต่อกันรวดเร็วมากๆ แต่ปัญหาก็คือว่าจะมีคนที่รับสื่อ (ฟังจริงๆ)...จากพวกเขาได้เยอะหรือเปล่า

ในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2558 นี้ เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป วง “defying the decay” จะมีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มแรกที่ลาน central world square หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีแขกรับเชิญจากประเทศอเมริกา มาร่วมด้วย 1 วงคือ Cries of the captive ซึ่งคือเพื่อนของพวกเรา และวงดนตรีแนวอันเดอร์กราวนด์ชั้นนำ ได้แก่ Annalynn, dream of mad children, sudden face down และ nobuna งานนี้...ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

เป้าหมายหลักของงานนี้คือ การให้โอกาสของทุกๆคนที่มาร่วมงานดนตรีเปิดอัลบั้มของพวกเรา และยอมรับสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ เพราะว่าดนตรีของ Defying the decay นั้นไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก พวกเราจึงต้องการสถานที่และโอกาสในการแสดงงานดนตรีขึ้นมาเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรต้องบอกว่ามาจากความพยายามและโอกาส คงต้องถามถึงมุมคิดส่วนตัวในเรื่องการใช้ชีวิตและการเรียนสักหน่อยว่าเป็นเช่นใด? เจคุยให้ฟังว่า เขาค่อนข้างจะจริงจังในการทำอัลบั้มและการเล่นดนตรีอย่างมาก และควบคู่ไปกับการเรียน... ทำทั้งสองอย่างนี้พร้อมๆกัน และแบ่งเวลาให้กับทั้งสองสิ่งที่ทำ

เราทำได้ และได้ทำก็ยิ่งทำให้รู้สึกมีความสุขมากๆ

“โอกาสที่ได้มาจากความรักที่มีอยู่รอบตัวจากคนรอบข้าง ผมได้ความรักจากเพื่อนๆที่ดี ทำให้เกิดมิตรภาพจากดนตรี ความรักจากครอบครัว ถ้าไม่ได้ความรักจากพ่อและแม่ การสนับสนุน ทุกๆอย่างเราก็คงไม่มีโอกาสเดินมาได้ถึงจุดนี้”

เส้นขนานที่ค่อยๆบรรจบปลายมาชนกัน กลายเป็นความสำเร็จของเจ ถามถึงแนวเพลงในอนาคตก็อาจไม่แน่นอนจะเดินแนวนี้ต่อไปหรือไม่ แต่ชอบฟังแนวนี้ รักแนวนี้ จะเปลี่ยนไหมวันนี้ก็คงตอบยากสักหน่อย

“ตอนยังเด็กๆเลยอายุแปดขวบก็เคยชอบระนาดเอก ฝึกฝนจนเล่นเป็น...เพลงละครเรื่องโหมโรง พอเล่นเป็นก็เลิกเล่นไปเลย”

เจ บอกว่า ได้ทำอัลบั้ม ได้ออกคอนเสิร์ต ไม่ได้หวังดัง รู้สึกมีความสุขมากกว่าที่มีโอกาสได้เล่นคอนเสิร์ต...การเล่นดนตรีให้คนอื่นฟัง ถ้าเล่นแล้วมีคนฟังเยอะก็ถือว่าดังแล้ว ไม่ได้หวังอะไรแล้ว เรื่องแบบนี้เกี่ยวกับความรู้สึกล้วนๆ เป็นเรื่องที่เงินก็ซื้อไม่ได้

ไม่ว่าอย่างไรถนนสายดนตรีของ “เจ”...“defying the decay” ต้องเดินหน้าต่อไปในเส้นทางนี้ เรียนจบคงเรียนต่อด้านธุรกิจดนตรี จะทำให้ครบเครื่องมากยิ่งขึ้นในเรื่องดนตรี.

อ่านเพิ่มเติม...
สกู๊ปหน้า1ข่าวทั่วไทยถนนสายเฮฟวี่ดนตรีพลิกชีวิตเจ แวน เฮเลนพลงละครเรื่องโหมโรงถนนสายดนตรีของdefying the decayธุรกิจดนตรี