อัยการ เตรียมฟัน"พานทองแท้"ผิดฐานฟอกเงิน คดีทุจริตธนาคารกรุงไทย แต่ข้อหารับของโจร อาจขาดอายุความแล้ว เผย คดียังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 ส.ค.ที่ห้องประชุม 201 สำนักงานอัยการสูงสุด นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล ผู้ตรวจราชการอัยการ อดีตเจ้าของสำนวนคดีปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย และ นายโกศลวัฒน์ อินทุจรรยงค์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ร่วมกันแถลงข่าว จากคดีระหว่าง อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 27 คน เป็นจำเลยในความผิดฐาน เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งศาลฎีกาฯ นักการเมือง ได้อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2558 ซึ่งต่อมาได้ปรากฏตามการนำเสนอของสื่อมวลชน เกี่ยวกับเรื่องไม่มีการดำเนินคดี กับ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขาธิการส่วนตัว คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ นายวันชัย หงส์เหิน สามีนางกาญจนา และนายมานพ ทิวารี บิดา น.ต. ศิธา ทิวารี อดีต ส.ส.เพื่อไทย ในความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 นั้น
นายวินัย กล่าวว่า คดีนี้ คณะกรรมการตรวจสอบ (คตส.) ได้เคยมีหนังสือลงวันที่ 16 มิถุนายน 2551 ขอให้อัยการสูงสุด ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 27 คน ฐานร่วมกันหรือสนับสนุนในการกระทำความผิดอันเข้าข่ายเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ธนาคารกรุงไทย ผู้ถือหุ้นและประชาชน ผู้หนึ่งผู้ใด และ/หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นกรรมการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของธนาคารกรุงไทย กระทำความผิดหน้าที่ของตนโดยกระทำการและ/หรือไม่กระทำการโดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของธนาคารกรุงไทย ผู้ถือหุ้นและประชาชน ผู้ฝากเงินและ/หรือให้ความช่วยเหลือ ให้ความสะดวกในการกระทำความผิด
...
ซึ่งนอกจากนี้ ยังขอให้ดำเนินคดี กับ นายพานทองแท้ ชินวัตร นางกาญจนาภา หงษ์เหิน นายวันชัย หงษ์เหิน นายมานพ ทิวารี ผู้ถูกกล่าวหาอีก 4 คน ในความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ซึ่ง นายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อัยการสูงสุด ในขณะนั้น มีการพิจารณาแล้ว เห็นว่า การที่ คตส. ให้ดำเนินคดีกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร กับพวก ฐานรับของโจรนั้น เป็นการกระทำความผิดหลังการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 27 คน ในคดีปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตได้กระทำเสร็จสิ้นไปแล้ว และผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 มิได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงต้องแยกฟ้องต่อศาลอาญาที่มีเขตอำนาจต่อไป ดังนั้น เมื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งสี่ มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมิได้เป็นตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด จึงไม่อาจเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 คตส.จึงไม่มีอำนาจไต่สวน ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 และไม่อาจมีความเห็นในความผิดฐานรับของโจร โดยหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ก็ควรที่จะต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แยกต่างหากจากคดีนี้
นายวินัย กล่าวต่อไปว่า ในการดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 นั้น ในสำนวนการตรวจสอบไต่สวน ไม่ปรากฏบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา แก่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ในฐานความผิดดังกล่าว ซึ่งในที่ประชุมคณะทำงานผู้แทนทั้งฝ่ายอัยการและ ป.ป.ช. เคยได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2552 แล้วมีมติว่า กรณีข้อไม่สมบูรณ์เกี่ยวกับการแจ้งข้อกล่าวหา และอำนาจการไต่สวนของ คตส. ในประเด็นรับของโจร ของ นายพานทองแท้ ชินวัตร กับพวกรวม 4 คน เห็นว่า ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเมื่อมีข้อยุติในการฟ้องคดีเฉพาะผู้ถูกกล่าวหา 27 รายดังกล่าว อัยการสูงสุด จึงไม่อาจดำเนินคดี กับนายพานทองแท้ ชินวัตร กับพวกรวม 4 คน ในข้อหารับของโจรได้ โดยเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ที่จะต้องดำเนินการแยกการสอบสวนไปดำเนินคดีต่างหากจากคดีนี้ ซึ่งคดีในส่วนนี้ยังไม่ได้ยุติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่
เมื่อถามว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการแจ้งความคืบเรื่องการดำเนินคดีในส่วนของ นายพานทองแท้ และพวกอีก 3 คน มาบ้างหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีการแจ้งข้อหาใด ไม่มีการสอบสวน อัยการจะไม่มีอำนาจฟ้อง นายวินัย กล่าวว่า ทางดีเอสไอ มีการประสานเรื่องคำขอเอกสารไปประกอบการพิจารณาการสอบสวน แต่ยังไม่ทราบว่า ขั้นตอนไปถึงไหนแล้วซึ่งเบื้องต้นก็ทราบอีกว่า มีผู้เสียหายได้ไปร้องให้ดำเนินการสอบสวนนายพานทองแท้กับพวก 2 ข้อหา คือ ข้อหารับของโจรและข้อหาฟอกเงิน โดยคดีรับของโจรนั้นมีอายุความ10 ปี และอัตราโทษไม่เกิน 5 ปี ส่วนข้อหาฟอกเงินมีอายุความ 15 ปี ส่วนอัตราโทษไม่เกิน 10 ปี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อหาทั้ง 2 นี้ อายุความเริ่มนับตั้งแต่ตอนไหน นายวินัยตอบว่า นับอายุความตั้งแต่เวลาที่การกระทำความผิด เกิดขึ้น คือปี 2547 ผู้สื่อถามข่าวถามว่า คดีรับของโจรนั้นหมดอายุความไปแล้วใช่หรือไม่ นายวินัย ตอบว่า ไม่แน่ใจว่าหมดอายุความไปหรือยัง ต้อง เหตุที่เกิดอาจจะมีความต่อเนื่องก็ได้ แต่อยากให้ลองไปถามความคืบหน้าคดีกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะทางอัยการไม่มีหน้าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคดีหมดอายุความหน่วยงานไหนจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการสอบสวนต่อ ที่เกิดจากความผิดพลาดเรื่องการล่าช้าต่อไปได้หรือไม่ นายวินัย กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่สามารถให้ความเห็นได้ และไม่ทราบว่า ล่าช้าเพราะอะไร ต่อข้อถามว่า กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว นั้นมีอายุความกี่ปี และนับอายุความตั้งแต่ตอนไหน นายวินัย กล่าวว่า ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น มีอายุความ 20 ปี นับจากวันที่กระทำความผิด แต่ก็ยังมีประเด็นข้อกฎหมายที่ยังไม่แน่ใจอยู่ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีการแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.ที่ใช้อยู่ในส่วนของอายุความว่า จะไม่มีการนับอายุความในช่วงหลบหนี ซึ่งต้องมีการตีความว่า จะนำกฎหมายข้อไหนมาใช้เนื่องจากกฎหมาย ป.ป.ช.นั้น ออกมาหลังจากที่มีการพิจารณาคดีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าอยู่ในระหว่างอายุความ 20 ปี สามารถนำตัวทักษิณมาลงโทษได้ ยืนยันว่า ยังขณะนี้ยังไม่ขาดอายุความ
...
ถามต่อว่าเรื่องการตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่หลบหนีอยู่นอกประเทศเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ในคดีปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยนั้น มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว นายวินัยตอบว่า ตนไม่ทราบ เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคดีต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของการชดใช้ค่าเสียหายนั้น อัยการจะต้องมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง นายวินัย ตอบว่า ในส่วนที่ศาลสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายนั้นเป็นความรับผิดในทางแพ่ง ก็จะต้องมีการบังคับคดีตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ส่วนถ้าศาลสั่งว่า เป็นค่าปรับจึงจะใช้วิธีการดำเนินการทางอาญา ซึ่งทราบว่า ในส่วนของค่าเสียหายที่ให้ชดใช้นั้นก็มีการวางที่ดินเป็นหลักคำประกันจำนองอยู่.