ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รวบอดีต รปภ.ห้างดัง ย่องลักทรัพย์มินิมาร์ท หาเงินเที่ยวเตร่-เสพยาบ้า สารภาพ ก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ด้าน ตร.ยังไม่เชื่อ เนื่องจากพบกระเป๋าสตางค์จำนวนมาก
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุจน์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี และ ร.ต.ท.บรรจง พาโคตร รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมแถลงจับกุม นายจิรวัฒน์ บำรุงพ่อ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 4 ต.คำตากล้า อ.คำตากล้า จ.สกลนคร พร้อมของกกลาง บัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ จำนวน 17 ใบ เงินเหรียญ 4,000 บาท พระเครื่อง 20 องค์ กระเป๋า 20 ใบ ไขควง 1 อัน เสื้อที่โพกหัวขณะก่อเหตุ 1 ตัว โดยจับกุมได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ถนนประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี
สืบเนื่องจาก เมื่อเช้าวันที่ 24 ส.ค. ร.ต.ท.บรรจง พาโคตร รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ที่ ร้านศิริทรัพย์มินิมาร์ท เลขที่ 299/43 ถนนประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบ นายเฉลิมชัย เตียวศิริทรัพย์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านนำตรวจที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดภายในร้าน เป็นชายคนร้าย ใช้เสื้อโพกหัว งัดหน้าต่างร้านเดินตรงไปลิ้นชักเก็บเงิน ก่อนจะใช้ไขควงงัดลิ้นชักลักเอาเงินเหรียญ 20,000 บาท และบัตรเติมเงิน 17 ใบ หลบหนีไป
พล.ต.ต.ชัยญัติ เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ผู้เสียหายสงสัยว่าคนร้ายคือ นายจิรวัฒน์ รปภ.ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี และเช่าห้องอยู่หลังมินิมาร์ท ตำรวจจึงไปตรวจสอบ พบว่าห้องดังกล่าวปิดล็อกกุญแจ คาดว่าหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป จนค่ำวันที่ 30 ส.ค นายจิรวัฒน์ได้ย้อนกลับมาที่ห้องเช่า นายเฉลิมชัยจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ นำกำลังเข้าจับกุม และตรวจค้นห้องพัก พบของกลางเงินสด 4,000 บาท วางอยู่หัวเตียง บัตรเติมเงินอยู่ในตู้เสื้อผ้า ไขควง พร้อมเสื้อที่ใช้โพกหัวขณะก่อเหตุวางอยู่บนเตียง จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางไปสอบสวน
...
จากการสอบสวนนายจิรวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่งัดเข้าไปลักทรัพย์ในมินิมาร์ทจริง เพราะตกงาน ก่อนหน้านั้นตนเคยเป็น รปภ.อยู่ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ต่อมาตนถูกหัวหน้า รปภ.ไล่ออก เพราะมีพฤติกรรมลักขโมยทรัพย์สินเพื่อนร่วมงาน ตนจึงออกตระเวนลักทรัพย์สิน และงัดแงะตามร้านค้า หลังก่อเหตุงัดร้านศิริทรัพย์มินิมาร์ นายจิรวัฒน์ได้สารภาพว่า ได้ก่อเหตุอีก 3 ครั้ง คืนในคืนวันที่ 25, 27 และ 28 ส.ค. ก่อนถูกจับ ทรัพย์สินที่ได้จะนำไปขาย และเอาเงินไปเที่ยวเตร่ ซื้อยาบ้ามาเสพ ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะภายในห้องเช่า พบ กระเป๋าเงินหลายใบ ซึ่งจะได้สอบสวนขยายผลอีกครั้ง.