ผบ.ตร.เตรียมมอบเงินจำนวน 3 ล้านบาท ให้กับทีมสืบสวนคดีระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร หลังควบคุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย ชี้เป็นหนึ่งในกลุ่มทำธุรกิจผิดกฎหมาย ขณะที่ จ่อขอหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชายต่างชาติกับหญิงไทย...
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2558 พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมมอบเงินจำนวน 3 ล้านบาท ให้กับทีมสืบสวนคดีระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร หลังสามารถควบคุมตัว 1 ผู้ต้องสงสัยได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านหนองจอก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นการสืบสวนของตำรวจ จนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ พร้อมระบุว่า พนักงานสอบสวนเตรียมขอหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนคนที่ชัดเจนได้
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในความควบคุมของทหาร ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดว่าให้การเชื่อมโยงถึงใคร แต่บอกได้เพียงว่า ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก และยังไม่สามารถยืนยันสัญชาติผู้ต้องสงสัยคนนี้ได้ โดยหลังจากที่ฝ่ายทหารสอบปากคำแล้วเสร็จ จะส่งมอบตัวให้กับตำรวจรับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมย้ำยังไม่ตัดประเด็นการก่อเหตุใดๆ ทิ้ง แม้จะมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วก็ตาม นอกจากนี้ ตำรวจเตรียมขยายผลสืบสวนเพิ่มเติม หลังพบว่ามีพาสปอร์ตจำนวนมากในห้องพักดังกล่าว ซึ่งพาสปอร์ตดังกล่าว อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการปลอมแปลงพาสปอร์ตและค้ามนุษย์
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ขอปฏิเสธว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อวางแผนตั้งแต่ปี 2557 ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าว แต่ข้อเท็จจริงพบว่า กลุ่มคนพวกนี้สลับสับเปลี่ยนกันเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ก่อเหตุก็เป็นไปได้ พร้อมกันนี้ รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ยังแสดงความเป็นห่วงและเฝ้าติดตามสถานการณ์ทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากของกลางที่เป็นวัตถุระเบิดจำนวนมาก ซึ่งตรวจพบนั้น อาจจะถูกนำไปใช้ก่อเหตุในพื้นที่อื่นได้ แต่ทั้งนี้ ก็ขอให้ประชาชนมั่นใจ เพราะฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ขณะที่ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจนครบาลได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร เพิ่มอีก 2 คน ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยคนแรกเป็นชายตามภาพสเกตช์ ที่พยานระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้เรียกตัวเองว่า 'ยูซุป' โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นชาวตุรกีหรือชาติใด ส่วนอีกรายเป็นหญิงไทยที่มีสามีเป็นชาวตุรกี ทำหน้าที่เปิดห้องพักให้ผู้ต้องสงสัยใช้พักอาศัย ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนกองปราบปราม และกองบัญชาการตำรวจนครบาล อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี.
...