เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ชนตาย 7 ศพที่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด คู่กรณีเป็นรถพ่วงขนหินภูเขา วิ่งมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำเสียว มีรถปิกอัพเสียหลักลื่นน้ำฝนบนทางพุ่งเข้าหา ชนประสานงาเสียงดังสนั่นตายหมดทั้งคัน ต้องปิดถนนกู้ซากรถ

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 31 ส.ค.58 พ.ต.ท.เชณ ภูโอบ พงส.ผนก.สภ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิตหลายศพ ที่ถนนปัทมานนท์ สายร้อยเอ็ด-สุรินทร์ บริเวณบนสะพานข้ามลำน้ำเสียว บ้านสนาม หมู่ 10 ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุริเดช วรรณสุทธิ์ ผกก.สภ.สุวรรณภูมิ พ.ต.อ.สุรัตน์ จันทศิลป์ พงส.ผทค.หน่วยกู้ชีพ อบต.สระคู และหน่วยกู้ชีพ รพ.สุวรรณภูมิ รุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกพ่วงสีฟ้าขาวสภาพใหม่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนกับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สเปซแค็บ สีดำ ทะเบียน บธ 3348 ศรีสะเกษ สภาพด้านหน้ารถพ่วงฝั่งขวาชนกับฝั่งคนขับรถกระบะอย่างแรงจนตัวกระบะงอพับ มีสิ่งของกระจายเกลื่อนถนนทั้งเอกสาร ข้าวสาร และผลไม้ รถคู่กรณีทั้งสองคันขวางอยู่ถนนบนเชิงสะพานทั้งสองเลน รถคันอื่นไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดการจราจร

...

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในตัวรถกระบะ 5 ศพ และกระเด็นตกลงมาเสียชีวิตนอกตัวรถอีก 2 ศพ รวมเป็น 7 ศพ เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน ส่วนบริเวณเบาะที่นั่งคนขับรถกระบะพบใบขับขี่ระบุชื่อ นายจอน บุญเลี้ยง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 2 ต.ตระกาจ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่วนคนที่นั่งมาด้วย และเสียชีวิตทั้งหมด เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อว่ามีใครบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำเอาศพออกมา นอกจากนี้ยังพบ นายณรงค์เดช ดีสุด อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.5 ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง ยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีฝนตกพรำๆ นายณรงค์เดช ขับรถบรรทุกหินภูเขาจาก อ.เมืองสุรินทร์ มุ่งหน้าจะนำไปส่งให้ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในตัว จ.ร้อยเอ็ด แต่เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะที่ขับสวนทางมาเข้าโค้งขึ้นสะพานแล้วเกิดเสียหลักลื่นไถลข้ามเลนพุ่งเข้าหา แต่รถพ่วงหักหลบไม่ได้เพราะด้านข้างเป็นราวสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำเสียว จึงทำให้รถชนประสานงากันเสียงดังสนั่น แล้วลากไปจากจุดที่ชนอีกประมาณ 15 เมตรจึงได้หยุด

เบื้องต้น ได้แจ้งข้อหานายณรงค์เดช คนขับรถพ่วงว่า ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย นำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม และจะสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์รวมทั้งตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่อไป.