ผู้ต้องหาหลบหนีสถานกักขังตรัง ดอดมอบตัวแล้ว 1 อีก 4 ยังหลบหนี ตร.เร่งไล่ล่า ตั้งกก.สอบจนท.มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ โทษร้ายแรงขั้นไล่ออก โดนคดีอาญา มาตรา 157

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง พร้อมด้วย นายสมภพ รุจจนเวท เลขานุการกรม รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดตรัง พ.ต.อ.ภัสสิษฐ์ ณ โมรา ผกก.สภ.บ้านคลองเต็ง ลงพื้นที่สถานกักขังจังหวัดตรัง ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายหลังผู้ต้องขังนำกุญแจไขประตู ปีนรั้วด้านหลังหลบหนีไปจำนวน 5 คน เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 ส.ค. ขณะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เวรยามรักษาการณ์ประจำเรือนนอนชายเพียงคนเดียว

ด้าน นายสมภพ กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 28 ส.ค. ทางญาติผู้ต้องกักขังชายพงศกร ชูนุ้ย 1 ในผู้ต้องขัง 5 รายที่หลบหนี ได้นำตัวผู้ต้องกักขังมาส่งที่เรือนจำชั่วคราวเหรียงห้อง เพื่อนำกลับเข้ามาไว้ที่สถานกักขังจังหวัดตรัง โดยพนักงานสอบสวน สภ.บ้านคลองเต็ง จะทำการสอบสวน และแจ้งข้อหาหลบหนีสถานที่คุมขัง ส่วนที่หลบหนีอีก 4 เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัว ร่วมกับเจ้าหน้าที่เรือนจำ

...

สำหรับสถานที่กักขังแห่งนี้เดิมเป็นสถานที่ตรวจพิสูจน์ มีโครงสร้างทางกายภาพไม่มั่นคงแข็งแรง ที่ผ่านมาเคยมีผู้ต้องกักขังหลบหนีออกไป จึงขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงอาคารที่ว่างอยู่ในเรือนจำให้เป็นเรือนนอน และขออนุญาตกระทรวงยุติธรรมประกาศเป็นสถานที่กักขัง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้ามีส่วนรู้เห็นหรือบกพร่องต่อหน้าที่จะดำเนินการทางวินัยขั้นร้ายแรง ส่วนกรณีถ้าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จะดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 หรือหากเป็นโทษหนักสุดถึงขั้นไล่ออก

ขณะที่ พล.ต.ต.จีรวัฒน์ กล่าวว่า สถานที่กักขังจังหวัดตรังยังไม่มีความมั่นคงแข็งแรงเป็นที่กักขังเปิด ทำให้มีการช่วยเหลือในการหลบหนีได้ง่าย และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งชุดปฏิบัติการไล่ล่าติดตามตัวผู้ต้องกักขัง ที่ยังหลบหนีอีก 4 คนอย่างเข้มงวด โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลทุกด้านของนักโทษทั้ง 4 คนที่ยังหลบหนี ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานจะจับกุมได้ครบในเร็วๆ นี้ ส่วนผู้ที่ยังหลบหนีและไม่ยอมเข้ามอบตัวจะต้องโทษจำคุกเพิ่มอีก 5 ปี.