ตำรวจกองปราบฯ เตรียมนับหนึ่งเริ่มตรวจ สอบคดีการตายของ “เสี่ยจืด-ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง” ใหม่หมด ในรูปแบบคณะกรรมการทำงานคลี่คลายปมสงสัย ไม่จำเป็นให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมเข้าร่วมตามที่ญาติคนตายร้องขอ เผยขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม “ผู้การกองปราบ” โต้การเข้าตรวจค้นบ้านบุตรสาว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีการกระทำเกินกว่าอำนาจหน้าที่แต่อย่างใด

กรณีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ “เสี่ยจืด-ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง” นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ รวมทั้งกรณีการโอนหุ้นมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาทให้กับหญิงสาว 2 ราย ที่ส่อไปในทางทุจริต ทำให้ญาติผู้ตายตัดสินใจเดินทางเข้าพบ ผบ.ตร.เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดี จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องการโอนหุ้น 4 ราย ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ น.ส.ศรีธรา พรหมา น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล และ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล ก่อนที่ทั้งหมดจะทยอยเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบฯ และได้รับประกันตัวชั้นศาลในเวลาต่อมา

สำหรับความคืบหน้าในคดีนี้ ที่ บก.ป. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ส.ค. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.เปิดเผยว่า หลังชุดคลี่คลายคดี บก.ป.รับสำนวนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ มาตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อตรวจสอบสำนวนคดีการตายของนายชูวงษ์ให้รอบคอบ เริ่มตรวจสอบคดีนี้แบบนับหนึ่งใหม่ ตั้งแต่หาจุดเริ่มต้นของรถเลกซัส ทะเบียน ภณ 1889 กรุงเทพมหานคร คันเกิดเหตุไปจนถึงที่เกิดเหตุ พร้อมประสาน บ.โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จก. เข้าร่วมตรวจสอบ สำหรับ สำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลส่งมาให้นั้น มีหลายร้อยหน้าต้องใช้เวลาพิจารณา ขณะนี้ยืนยันว่าทาง บก.ป.ยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม ทั้งนี้ ยังไม่ได้นัดประชุมคณะทำงานชุดใหญ่แต่อย่างใด ส่วนกรณีญาตินายชูวงษ์ ร้องขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมตรวจสอบการเสียชีวิตของนายชูวงษ์นั้น เห็นว่าพนักงานสอบสวน บก.ป.สามารถดำเนินการเองได้ ไม่มีความจำเป็นให้หน่วยงานอื่นเข้าร่วมดำเนินการ ส่วนคดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ไปยัง น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาว น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี โบรกเกอร์ บล.เออีซี จก. (มหาชน) และ น.ส.ศรีธรา พรหมา อายุ 52 ปี มารดาของ น.ส.อุรชา จนถึงขณะนี้ยังมีจำนวนผู้ต้องหาเท่าเดิม ไม่มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม

...

พล.ต.ต.อัคราเดชกล่าวต่อถึงกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เพื่อขอคัดค้านการโอนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์จาก สน.อุดมสุข มาให้กับ บก.ป.ดำเนินการว่า การดำเนินการของ บก.ป.ยังคงเป็นไปตามขั้นตอนปกติ เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งใดๆจากผู้บังคับบัญชาสั่งการลงมาหรือให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ จึงไม่มีปัญหาอุปสรรคหรือรู้สึกหนักใจแต่อย่างใด ซึ่งการเข้าร้องทุกข์ของ พ.ต.ท.บรรยินนั้น เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ส่วนผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาสั่งการมายัง บก.ป.อย่างไร พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งทุกอย่าง

“ส่วนกรณี พ.ต.ท.บรรยินร้องทุกข์ในประเด็นตำรวจกองปราบฯ บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักของบุตรสาว ที่ย่านรามอินทรานั้น ผมยืนยันว่าเป็นอำนาจของชุดคลี่คลายคดีสามารถทำได้ เป็นไปตามหลักการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย ที่ผ่านมาผมรับทราบการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตลอดและไม่พบการกระทำเกินกว่าอำนาจหน้าที่แต่อย่างใด” พล.ต.ต.อัคราเดชกล่าว

มีรายงานว่าวันเดียวกัน นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จก.ได้ส่งหนังสือชี้แจงกับนางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยานายชูวงษ์ หลังจากญาติผู้ตายทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้ตรวจสอบรถเลกซัสคันเกิดเหตุ โดยให้คำตอบโดยรวมว่ารถคันดังกล่าวไม่ใช่รถยนต์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตและไม่ใช่ผู้นำเข้าตามมาตรฐานของบริษัท ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยอีกว่า ในวันที่ 30 ส.ค. เวลา 14.00 น. บล.เออีซี จก. (มหาชน) จะเปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงระบบการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ที่ห้องลอนดอน โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ