เผย หนุ่มบุกปล้ำคนแก่วัย 81 ปีเข้าข่ายบ้ากาม มีความต้องการทางเพศสูง เคยพยามข่มขืนแม้กระทั่งพี่สาวตัวเอง ขณะที่ผช.ผบ.ตร. ยัน ศูนย์ติดตามคนร้ายคดีข่มขืนต่อเนื่อง ยังเปิดอยู่ ลุ้นผลดีเอ็นเอจันทร์นี้ว่าคนร้ายเป็นคนเดียวกันหรือไม่...

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ส.ค. พ.ต.อ.พีรพันธุ์ จันทร์เทียน ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พร้อมด้วย ร.ต.ท.หญิง นิมมิตา สุพรรณ พงส.เจ้าของคดี นำตัวนายไพฑูรย์ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืนหญิงชราอายุ 81 ปี ที่เป็นญาติผู้ใหญ่อยู่บ้านใกล้กัน จนได้รับบาดเจ็บสาหัสไปขอผัดฟ้องฝากขังต่อศาลจังหวัดอ่างทอง ครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วัน พร้อมขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปข่มขู่ผู้เสียหาย และพยาน

พ.ต.อ.พีรพันธุ์ จันทร์เทียน ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า จากการสอบพยานแวดล้อม พบว่า ผู้ต้องหาเป็นคนมีความต้องการทางเพศสูงมาก เหมือนกับเป็นโรคจิต มีพฤติกรรมมักมากในกาม ขณะที่ผู้ต้องหาเองก็ยอมรับว่าคืนก่อนที่จะถูกตำรวจจับยังได้ร่วมเพศกับสาวประเภทสองอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังพบว่าเคยก่อเหตุอนาจารและพยายามข่มขืนพี่สาวแท้ๆ ของตัวเองทั้ง 2 คน รวมถึงเครือญาติและคนในหมู่บ้านอีกหลายครั้ง คนที่รู้ถึงพฤติกรรมจะคอยระวังตัว เมื่อนายไพฑูรย์เข้าใกล้ ทำให้ช่วงหลังมักก่อเหตุไม่สำเร็จ ส่วนที่ผ่านมาไม่มีใครเอาเรื่อง เพราะกลัวจะอับอาย แต่ก็สร้างความหวาดระแวงให้กับคนในหมู่บ้านมาตลอด เมื่อรู้ว่าผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้ว ชาวบ้านจึงได้วางใจ

อย่างไรก็ตาม คดีที่เกิดขึ้น เกิดในเขตรับผิดชอบของ สภ.วิเศษชัยชาญและเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนาที่มัดตัวเอาผิดผู้ต้องหาได้ ทั้งพยานบุคคลและวัตถุพยาน ส่วนจะเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนคนแก่ต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัดของตำรวจภูธรภาค7 หรือไม่ คงต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอ ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่

...

ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์สืบสวนติดตามคนร้ายคดีข่มขืนต่อเนื่อง ศูนย์สืบสวน ภาค 7 นครปฐม พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผช.ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ปป.1 ให้เป็นหัวหน้าชุดติดตามจับกุม เผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง จับกุมตัวนายไพฑูรย์ ผู้ต้องหา อายุ 32 ปี ที่งัดบ้านเข้าไปพยายามข่มขืนหญิงวัยอายุ 81 ปี ที่มีศักดิ์เป็นย่าตัวเอง และถูกจับตัวได้หลังก่อเหตุ

หลังจากมีรายงานมายังศูนย์สืบสวนติดตามคนร้ายคดีข่มขืนต่อเนื่อง จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจของศูนย์ฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานและชุดจิตวิทยา รวมถึงชุดสืบสวนเดินทางไปยังที่ สภ.วิเศษชัยชาญ เข้าตรวจสอบบ้านของผู้เสียหายเพื่อสอบดูพฤติกรรมของคนร้ายในการก่อเหตุ ว่าเหมือนกับคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่ จ.นครปฐม และสมุทรสาคร ทั้ง 10 คดีที่ผ่านมาหรือไม่ และนำเชื้ออสุจิของผู้ต้องหาไปตรวจว่าจะตรงกับดีเอ็นเอที่เก็บข้อมูลไว้หรือไม่ ซึ่งผลการตรวจ ดีเอ็นเอ ของผู้ต้องหานั้นจะทราบในวันจันทร์นี้

พร้อมกันนี้ การสอบสวนผู้ต้องหาและนำประวัติของผู้ต้องหามาตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า พ่อแม่ของผู้ต้องหานั้นมีภูมิลำเนาอยู่ใน ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ของศูนย์ลงไปตรวจสอบยังบ้านของพ่อแม่พร้อมกับสอบถาม ซึ่งได้รับรายงานมาว่า นายไพฑูรย์ เคยมาพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่เมื่อประมาณ ปี 2552 อยู่ได้ 4 ปี พอปี 2556 ก็ย้ายออกไปอยู่กับย่าที่ อ.วิเศษชัยชาญ จากนั้นก็ไม่กลับมาอีกเลย จึงได้สั่งให้ไปเข้าตรวจสอบที่บ้าน เพื่อเก็บหลักฐานต่างๆ ของ นายไพฑูรย์ และสอบถามจากบรรดาเพื่อนบ้านในระหว่างที่นายไพฑูรย์มาอยู่ว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูล

"ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการยังไม่ล้มเลิก ยังทำงานกันอยู่ ข้อมูลคดีข่มขืนจากทั่วประเทศจะถูกส่งมาเก็บไว้ที่นี่ ยอมรับว่าคดีนี้ยาก แต่ต้องติดตาม เพราะคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนหญิงสูงวัยนั้น หลังจากก่อเหตุครั้งสุดท้ายแล้ว ไม่เคลื่อนไหวอีกเลย ประกอบกับตำรวจได้มีการติดตั้งกริ่งสัญญาณให้กับบ้านที่มีหญิงชราอยู่ตามลำพังคนเดียว และเพิ่มความถี่ในการตรวจตรามากขึ้น จึงทำให้คนร้ายไม่กล้าขยับตัว เรายังติดตามอยู่และต้องจับกุมตัวให้ได้" พล.ต.ท.โสภณ กล่าวในท้ายสุด.