งานแต่ละชิ้นที่เรียกว่าพร็อพ (Prop มาจาก Property) เป็นศัพท์ของละครเวที หมายถึงเครื่องประกอบฉากและเครื่องประดับอุปกรณ์ประกอบตัวละครตามบทบาท ทำออกมาแล้วดูอลังการ หากดาราดังหรือคนในกระแสหยิบเอาใส่ในงานแฟชั่นโชว์ ส่วนใหญ่มาจากฝีมือของ อดุลย์ศักดิ์ เงินทอง

อดุลย์ศักดิ์ ชื่อเล่น ปาม ปีนี้อายุ 28 ปี วาดรูปเก่งตั้งแต่เด็กแข่งขันวาดรูปที่ไหนก็ได้รางวัล

พ่อเคยเอาเกียรติบัตรทั้งหมดไปยื่นที่วิทยาลัยช่างศิลป ลาดกระบัง ก็ได้โควตาเข้าเรียน เรียนจบมาแล้วไปต่อที่คณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบเครื่องประดับ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ปามบอกว่า ตรงท่าช้าง มีคนเอาแหวนทองเหลืองดำๆมาแบกะดินขายวงละ 5 บาท 10 บาท ตอนนั้นอยู่ปี 1 ไฟยังแรง เห็นแล้วก็อยากลองวิชา ซื้อมา 50 วง เอาไปขัดให้เงาวิ้ง แล้วเอาไปขายที่สยาม

ตอนนั้นเกตเวย์กำลังสร้าง มีอุโมงค์อยู่ข้างล่าง มืดๆก็ไปยืนขายริมฟุตปาท ใส่ถาดพลาสติกขายวงละ 150 ขายดี ขายหมด หารกันสามสี่คน ได้มาคนละ 1,000 กว่าบาท

แค่ลองวิชา ออกแบบพื้นๆ วิชาแรก ผลที่ออกมา พีคมาก พอได้เงินก็อยากทำขายอีก

คราวนี้ทำเครื่องประดับเอง ชิ้นแรกเป็นต่างหูทองเหลืองแปะรูปเทเรซิน ฮิตมาก ปามคุยว่า “ทุกคนต้องใส่” แต่แฟชั่นฝีมือปามเกิดมีนักเลงดีก๊อปขายทั่วบ้านทั่วเมือง

ของต้นฉบับปามขาย 190 บาท โดนก๊อปขาย 80 บาท แต่ปามกับเพื่อนก็ยังสู้ เปิดร้านเพิ่มเป็น 3 ร้าน แบ่งที่กันขาย เพราะขายดีนี่ล่ะกระมัง ทำให้เพื่อนรักรักกัน กลายเป็นคนอื่น

พอเรียนจบ ปามไปเปิดร้านที่สวนจตุจักร ขายเครื่องประดับทำเอง แหวน ต่างหู ขายอยู่ 2 ปีค่าเช่าที่แพง สู้ไม่ไหว ก็ปิด เปลี่ยนมาทำงานประจำ เป็นดีไซเนอร์จิวเวลรี่ส่งออกทำให้กับแบรนด์เมืองนอก ทำอยู่หนึ่งปี เศรษฐกิจไม่ดี งานไม่เข้ามา ก็รู้สึกนอยด์

...

พอดีช่วงนั้นหมวกกำลังดัง คิดว่าทำหมวกขายดีกว่า

เป็นหมวกแก๊ปติดดอกไม้ ฝากเพื่อนขายที่จตุจักร มีออเดอร์สั่งมา 30 ใบ ได้เงินมา 15,000 ทำงานแป๊บเดียวได้เงินเยอะ ก็คิดว่าจะลาออกจากงานประจำ

ปามปรึกษากับพ่อ พ่อบอกดูดีๆ แล้วก็ตัดสินใจลาออกมาทำหมวก ทำได้สักพักเกิดพลิกผันกระแสหมวกเริ่มซา งานน้อยลงไป จนไม่มีงาน ก็นอยด์ไปอีก ตามประสาเดือนสองเดือน

เพื่อนแนะนำให้รู้จักพี่บอย เจ้าของบริษัทฟีเวอร์ จ้างให้ทำพร็อพงานเซ็นทรัล เป็นดอกกุหลาบทำจากผ้าจากกระดาษ พี่บอยชอบงาน เส้นทางอาชีพใหม่ก็เกิด

พี่บอยให้งานมาเรื่อยๆ วันหนึ่งนั่งกินข้าวอยู่กับพ่อคิดว่าถ้าทำพร็อพงานอีเวนต์ไปเรื่อยๆ แล้ววันไหนเกิดไม่มีงานจะเอาอะไรกิน คิดไปคิดมา ลองกลับไปทำหมวกขายอีกน่าจะดีกว่า เพราะเป็นงานถนัด

ปามลงมือตัดกระดาษเป็นหัวธนู แล้วเสียบกับไม้ลูกชิ้นปักกับหมวก ถามเพื่อนว่าสวยไหม

เพื่อนว่าดี ก็ลองนั่งเชื่อมทำเองกับมือ ออกมาเป็นหมวกธนูใบแรก ไปฝากร้านเพื่อนขายที่จตุจักร ราคา 800 บาท ทำ 8 ใบ อาทิตย์เดียวหมด พอขายได้ ก็คิดว่าจะเปลี่ยนวัสดุ และคิดตั้งแบรนด์

“พอมีทุนจากการขายหมวก ก็เอาไปซื้อของเพิ่ม เริ่มทำแบรนด์ ตั้งชื่อว่า “แอ๊คทิวิตตี้ วัน” ชื่อไม่ได้มีความหมายอะไร แค่ใช้แบรนด์ที่มีตัวเลขตัวหนังสือ รู้สึกว่าน่ารักดี ก็เลยใช้ชื่อนี้”

ขายหมวกไปแล้ว คิดว่าจะทำหมวกแบบอื่นๆขึ้นมาเพิ่ม เป็นหมวกร็อคกี้ เพื่อนปามรู้จักดาราก็เอาไปให้ใส่ถ่ายรูปลง Instagram เกิดบูมขึ้นมา มีคนตามหาว่าหมวกนี้ของใคร

มาพีคสุดก็คือต่างหูลิปสติก มีดาราใส่ถ่ายแฟชั่น

“ต่างหูลิปสติกนี้ได้ความคิดจากการนั่งดูละคร คุณชายรณพีร์ มีฉากหนึ่ง ที่วิไลรัมภาแค้นนางเอก เอาลิปสติกเขียนหน้ากระจกความคิดเริ่มจากเห็นลิปสติก ทำต่างหูดีกว่า”

หลังจากนั้นก็มีคนมาติดต่อไปขายที่ เดอะ วันเดอร์ รูม สยามเซ็นเตอร์ คอลเลกชั่นแรก เป็นแนวแบดเกิร์ล ต่างหูไพ่ ต่างหูบุหรี่ ต่างหูรองเท้าส้นสูง ทุกอย่างจะชิ้นใหญ่มาก

6 เดือนจะเปลี่ยนคอลเลกชั่นครั้งหนึ่ง ตอนนี้ทำมาแล้ว 4 คอลเลกชั่น

“คอลเลกชั่นแรกก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะเห็นได้ว่ามีของก๊อป” ปามบอก

“เรื่องถูกก๊อป แม้เป็นเรื่องน่าเสียใจ แต่ข้อดีก็มี ถ้าสินค้าตัวไหนโดนก๊อปแสดงว่าขายดี คงไม่มีใครก๊อปของที่ขายไม่ได้”

ปามทำพวกพร็อพ เดินสำเพ็งทุกวัน เดินประตูน้ำตลอด เช็กจากต้นต่อได้เลยว่า ต่างหูลิปสติกมาแล้ว ต่างหูไพ่มาแล้ว หมวกมาแล้ว ครั้งแรกที่เห็นก็นอยด์ แต่หลังๆไม่รู้สึกแล้ว เห็นเป็นเรื่องตลก เพราะมีการดัดแปลงให้ด้วย

งานที่ทำซ้ำขายดีที่สุด ก็หมวกธนู หมวกร็อคกี้ และต่างหู ทำขายได้เรื่อยๆ

ปามเป็นคนหวงวิชา ทำกับเพื่อน 2 คน งานทุกชิ้นทำมือ
แต่ถ้ามีงานใหญ่ๆ จะมีลูกทีมที่เป็นเพื่อนอยู่ 3-4 คน อย่างงานเปิดน้ำพุชั้นเจ็ดแปดของเอ็มควอเทียร์ ถือว่างานใหญ่งานเยอะ ต้องให้เพื่อนมาช่วย

ปามยังทำพวกทำเครื่องหัว เป็นที่คาดผมมีปีก ใส่เดินแบบแฟชั่นโชว์ ล่าสุดทำให้ใหม่ ดาวิกา ใส่เดินแบบของไอศกรีมแม็กนั่ม

“ดารามีผลต่อการแต่งตัวของคนทั่วไป” ปามว่า “หมวกของเรา ตอนแรกคนก็ขำ ว่าใส่ไปแล้วเดี๋ยวแทงตา แต่พอดาราใส่ ไม่มีคำถามพวกนี้เลย ของทุกอย่างถ้าดาราใส่เตรียมตัวรวยได้เลย”

ปามมีงานอีเวนต์ ทำพร็อพ เปิดแบรนด์ขาย แอ๊คทิวิตตี้ วันแล้ว ก็เป็นฟรีแลนซ์ ออกแบบเครื่องประดับ งานแต่ละชิ้นพี่สไตลิสต์ๆ หามาให้ อย่างงานโฆษณาเพื่อนสนิทรับมาให้อีกที

ส่วนงานประจำที่ทำทุกปี คืองานแอล แฟชั่นวีค ทำพร็อพให้เสื้อผ้าแบรนด์ HOOK’S ของพี่ผักกาด ปีที่ผ่านมา ออกแบบเป็นแนวญี่ปุ่น นักบู๊นักฆ่าของญี่ปุ่น สเกตช์ภาพไปให้พี่ผักกาดชอบ ก็โอเค

...

ปีที่แล้ว ทำกระเป๋า แว่นตา ที่ปิดปาก เข็มขัดดาบ เป้ กระเป๋าคลัทช์เป็นปืน และกระเป๋าล้อรถ

สารพันงานออกแบบที่ปามทำ แบ่งเป็นสองชนิด ชนิดแรก ทำไปร้องไห้ไปนั่น เพราะเป็นงานที่ไม่อยากทำ ชนิดที่สอง งานไหนที่แฮปปี้ ไม่ได้นอน 2 คืน ก็ยินดีทำ

งานที่ตั้งใจทำ ทำออกมาดี ปามบอกว่า พูดแล้วก็เหมือนอวดตัวเอง ถ้าลูกค้าอยากได้ ทุกอย่างมีอยู่ในหัวอยู่แล้ว ก่อนนอนจะนั่งเปิดดูไอจีดูเรฟเฟอเรนซ์ของต่างประเทศเป็นชั่วโมง หาแรงบันดาลใจ อันไหนดีก็แคปเจอร์ไว้

ตัวอย่างงานแบบอียิปต์ ปามคิดว่าอียิปต์มีอะไร ของแบรนด์อะไร นักร้องคนไหนทำ เสิร์ชๆมาดูอีกที รายละเอียดเป็นยังไง เอาทุกอย่างมารวมกัน แล้วสเกตช์ให้ลูกค้าดู “แบบนี้โอเคไหม”

งานชิ้นไหนยากที่สุด “ไม่มี” ปามว่า เพราะงานไม่อยากทำคืองานยากที่สุด ความจริงไม่มีงานชิ้นไหนยากเกินความสามารถ งานที่ทำภูมิใจทั้งหมด แต่งานที่่ชอบสุด ทำทุกปี คืองานแอล แฟชั่นวีค

งานที่ทำมาจากความชอบลึกๆในสายแฟชั่น เห็นแฟชั่นเปลี่ยนตลอดเวลา ได้พัฒนาตัวเอง

ปามบอกว่า ตัวปามอาจจะไม่แต่งตัวแฟชั่น แต่ความคิดเป็นแฟชั่น เพราะถ้าความคิดเราไม่แฟชั่น เราจะสร้างผลงานไม่ได้ เราต้องมีความคิดที่ดูดี ถึงจะมีคนอื่นมาใส่งานของเรา.