ยันบริสุทธิ์-5ล.ประกันชั้นศาล
พริตตี้สาวท้องแก่เข้ามอบตัวพนักงานสอบสวนกองปราบฯรับทราบ 3 ข้อหา คดีรับโอนหุ้นจากเสี่ยชูวงษ์ 228 ล้านบาท ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันรับโอนหุ้นมาถูกต้อง ส่งฝากขังผัดแรก 12 วัน ศาลให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์มูลค่า 5 ล้านบาท ตรงเข้าโรงพยาบาลเตรียมคลอดลูกทันที ด้าน “บรรยิน” บุกขอพบ ผบ.ตร. ขอดูคำสั่งโอนคดีอุบัติเหตุทำให้นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เสียชีวิตจาก สน.อุดมสุข ไปให้กองปราบฯ โวยไม่เป็นธรรม เพราะกองปราบฯเหมือนเป็นคู่กรณีของตนไปแล้ว แถมยังใช้ ม.44 บุกค้นบ้านลูกสาวย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา อ้างเรื่องตั้งพรรคการเมือง แต่ไปค้นหาหลักฐานอื่น
กรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนั่งรถยนต์เลกซัส สีดำ แอลเอ็กซ์ 470 ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับและเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ตรงข้ามซอย 61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตสวนหลวง เสียชีวิต ต่อมาญาติตรวจสอบพบว่า นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ให้กับผู้หญิง 2 คนที่ญาติเชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.บรรยิน จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้สืบสวนคลี่คลายคดี จากการสอบสวน น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาวคนสนิทที่รับโอนหุ้นมูลค่าประมาณ 228 ล้านบาท จากนายชูวงษ์ยอมรับว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายและกำลังตั้งท้อง 7 เดือน ส่วน น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด ผู้รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ประมาณ 40 ล้านบาทให้การว่า มีความสัมพันธ์กับผู้ตายเช่นกัน ล่าสุดคดีโอนหุ้นพนักงานสอบสวนกองปราบปรามขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.บรรยิน น.ส.กัญฐณา น.ส.อุรชา และมารดา น.ส.ศรีธรา พรหมา ทั้งหมดเข้ามอบตัวและยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกไปแล้ว เหลือเพียง น.ส.กัญฐณาพริตตี้สาวคนสนิทที่กำลังตั้งท้องใกล้คลอดนัดมอบตัววันนี้ (27 ส.ค.)
...
ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ส.ค. น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล ศิวาธนพล อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.563/2558 ลงวันที่ 24 ส.ค.2558 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และรับของโจร พร้อมนายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ เกิดเอี่ยม พงส.ผนก.กก.1 บก.ป.เพื่อมอบตัวตามหมายจับ
นายเสกสรรค์เผยว่า ยังไม่ทราบเลยว่า พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาฐานความผิดใดบ้าง แต่ตามหมายจับที่เห็นมีอยู่ 3 ข้อกล่าวหา จึงอยากเรียนผ่านสื่อฯฝากไปถึง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่เคยกล่าวถึงเรื่องการตั้งข้อกล่าวหาทำให้รู้สึกเคลือบแคลงสงสัยว่า ข้อหาความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจร ท่านหมายถึงอะไร ใครเป็นคนลักเอาไป ลักใบคำขอหรือลักหุ้นยังไงแค่ไหน ส่วนของข้อหารับของโจร ใครเป็นคนรับของโจร หรือลักทรัพย์อะไร ส่วนแนวทางการสู้คดีต้องรอให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาก่อน ที่ผ่านมา น.ส.กัญฐณาเคยให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว วันนี้คงไม่ให้การอะไรเพิ่มเติมอีกเพราะเรายังคงเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ ส่วนพนักงานสอบสวนจะเชื่อหรือไม่คงตอบอะไรไม่ได้ รวมทั้งหลักฐานเอกสารต่างๆมอบไปหมดแล้ว เรื่องการขอประกันตัวชั้นนี้เท่าที่ติดตามข่าว ผู้ต้องหารายอื่นที่เข้ามอบตัวก็ไม่ได้ให้ประกันตัว จึงขอไปใช้สิทธิในชั้นศาลดีกว่า ส่วนเรื่องหลักทรัพย์เพื่อยื่นประกันเตรียมไว้พอสมควร มีทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและเงินสด
“จนถึงขณะนี้ น.ส.กัญฐณายังยืนยันความบริสุทธิ์ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับนายชูวงษ์ ผมยืนยันแทน น.ส.กัญฐณาไม่ได้ เพราะรายละเอียดส่วนนี้น่าจะเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลมากกว่า ไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะจะทำให้รูปคดีเสีย สำหรับเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร มองว่าคดีนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร สื่อมวลชนควรใช้ถ้อยคำให้ถูกต้อง เพราะการปลอมแปลงใช้เพียงในส่วนของเงินตรา แต่ความผิดเท่าที่ดูจากเอกสาร พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม จึงอยากฝากถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่า คนที่เห็นปลอมเอกสารนั้นคือใคร ตอนนี้ยังไม่ทราบเลยว่า ใครเป็นประจักษ์พยานเห็นการปลอมแปลง รวมทั้งเรื่องที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ เคยให้สัมภาษณ์ว่า เป็นความผิดเจตนารมณ์ อยากจะถามว่าคุณชูวงษ์เคยไปพูดไว้กับใครบ้างก่อนโอนหุ้นในส่วนนี้ และมีพยานหลักฐานอะไรมาสนับสนุน จึงอยากเรียนถามผ่านสื่อมวลชนประเด็นนี้ด้วย” นายเสกสรรค์กล่าว
ด้าน น.ส.กัญฐณา กล่าวผ่านทนายความว่า คดีนี้คงขอไปให้การในชั้นศาล หากมีอะไรเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง และขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หุ้นที่ได้รับมา ได้รับโอนมาอย่างสุจริต ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหา ทุกอย่างยังยืนยันตามคำให้การเดิมที่เคยให้ไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะพยานไปก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ตั้งครรภ์ นายเสกสรรค์ ตอบแทนพริตตี้สาวว่า สอบถาม น.ส.กัญฐณาทราบว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ ถึงกำหนดคลอด ก่อนหน้านี้มีปัญหาตะกุกตะกักไปบ้าง เพราะน้องเขาไม่สบายจริงๆ แต่ต้องเรียนว่าไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี เราติดต่อกับสื่อมวลชนมาตลอด ส่วนเรื่องการตรวจดีเอ็นเอบุตรในครรภ์ นายเสกสรรค์กล่าวว่า เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ขอให้ถึงเวลานั้นก่อนหากจะขอให้ตรวจดีเอ็นเอจะต้องดูว่า ให้ตรวจในประเด็นอะไร จะต่อสู้กันในเรื่องอะไร คงต้องขอทราบประเด็นข้อพิพาทก่อน ถ้าถามว่าพร้อมหรือไม่ ต้องดูว่าศาลจะมีคำสั่งหรือไม่อย่างไร เรายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสาร รวมทั้งเรื่องลักทรัพย์ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าลักอะไร ใครเป็นคนแย่งการครอบครอง อยากช่วยชี้แจงตรงนี้ต่อสังคมด้วย เพราะเรื่องการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ สอบถาม น.ส.กัญฐณาแล้วหลายครั้ง ทราบว่า เป็นสิ่งที่นายชูวงษ์ประสงค์จะมอบให้กับตัวเองทั้งหมด หลังให้สัมภาษณ์นายเสกสรรค์พา น.ส.กัญฐณา เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน กก. 1 บก.ป. ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี กล่าวว่า เมื่อผู้ต้องหาติดต่อเข้ามอบตัวสู้คดี พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย สำหรับคดีนี้ยังไม่มีการพิจารณาออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม
ต่อมาเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พาตัว น.ส.กัญฐณาไปพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติอาชญากรเสร็จสิ้น พ.ต.ต.บุญทิวา ลิ้มศิริรัตน์ พงส.ผนก.กก. 1 บก.ป.จึงคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อผัดฟ้องฝากขัง ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกันตัว ขอให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
...
นายเสกสรรค์กล่าวอีกว่า น.ส.กัญฐณาไม่ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน จะไปยื่นเรื่องประกันตัวต่อศาลแทน สำหรับหลักทรัพย์ที่เตรียมมาเป็นโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและเงินสดรวมมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท หากได้ประกันตัว แล้ว น.ส.กัญฐณาจะรีบเดินทางไปยัง รพ.ทันทีเพื่อ เตรียมความพร้อมเพราะใกล้กำหนดคลอดแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อยู่ระหว่างการโอนเอกสารหลักฐาน รวมทั้งพยานแวดล้อมจากพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุขมาตรวจสอบอีกครั้งว่า กองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวชตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์แล้วเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ชุดทำงานกองปราบฯลงไปตรวจสอบเหตุการณ์เสียชีวิตของนายชูวงษ์ตั้งแต่แรกพบพิรุธอยู่ 3 ประเด็นประกอบด้วย 1.คำให้การของ พ.ต.ท.บรรยินขัดกับข้อเท็จจริงเรื่องเวลาการเกิดเหตุ เพราะจุดเกิดเหตุน่าจะใช้เวลาเดินทางจากสนามกอล์ฟไม่เกิน 30 นาที หากนับเวลาตามคำให้การของ พ.ต.ท.บรรยินที่ทั้งคู่ออกจากสนามกอล์ฟจนถึงจุดเกิดเหตุใช้เวลาถึง 1.30 ชม. 2.กองพิสูจน์หลักฐานพบว่า รถที่ พ.ต.ท.บรรยินขับในคืนเกิดเหตุ กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้าจุดเกิดเหตุ 900 เมตร รถขับมาด้วยความเร็วสุดท้ายเพียง 38 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงไม่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ขัดกับคำให้การว่า ขับมาด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 3.ผลการตรวจสอบสภาพรถพบว่า เสียหายเพียงเล็กน้อย ขณะที่ผลตรวจสภาพศพของนิติเวชพบว่า บาดแผลและสาเหตุการเสียชีวิตอาจจะเกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์หรือสาเหตุอื่นก็เป็นได้
ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 ส.ค. พนักงานสอบสวนกองปราบฯคุมตัว น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี ตั้งครรภ์ 9 เดือน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.563/2558 ลงวันที่ 24 ส.ค.58 คดีร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร และปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม กรณีการรับโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่เสียชีวิตเมื่อช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.-7 ก.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบพยานเพิ่มอีก 9 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขัง
...
ขณะที่นายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความ ของ น.ส.กัญฐณายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.กัญฐณา ผู้ต้องหาโดยตีราคาประกัน 5 ล้านบาท ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาตจากศาล
ภายหลัง นายเสกสรร เสนาชู ทนายความ กล่าวว่า ในการยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลวันนี้พนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกันตัว ซึ่งเราได้ ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยตัว โดยศาลให้ประกันตัวไปกำหนดวงเงิน 5 ล้านเท่ากับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ แต่ไม่เห็นว่ามีการกำหนดเงื่อนไขใดในการปล่อยชั่วคราว เพียงแต่ศาลนัดให้ น.ส.กัญฐณา ผู้ต้องหามารายงานตัววันที่ 8 ก.ย.นี้ตามขั้นตอนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติวันเดียวกัน พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ขอดูคำสั่งที่ให้โอนสำนวนการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ให้กองปราบฯเป็นผู้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.เสน่ห์ อรุณพันธุ์ รอง ผบช.สพฐ.ฐานะนายตำรวจเวรอำนวยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนรับมอบ พ.ต.ท.บรรยินกล่าวว่า ต้องการใช้สิทธิส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีอุบัติเหตุของนายชูวงษ์ ขอดูคำสั่งที่ ผบ.ตร. จะออกคำสั่งโอนสำนวนสอบสวนไปยังกองปราบฯ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร มาตรา 11 อีกทั้งเจ้าหน้าที่กองปราบฯปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในการเข้าไปตรวจค้นบ้านพักส่วนตัวของลูกสาวย่านถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา อ้างว่าฝ่ายความมั่นคงใช้อำนาจตาม ม.44 เพื่อขอตรวจสอบเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมือง แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นที่บ้านของลูกสาว ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง
“ผมถือโอกาสนี้แจ้งไปถึงหน่วยความมั่นคง ทหาร และ คสช.ว่า ท่านมีคำสั่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯไปตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวด้วยเหตุผลเรื่องการตั้งพรรคการเมืองจริงหรือไม่ หลังจากการตรวจค้นยังระบุว่า ไม่พบบุคคลและสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ตัวบุคคลที่ระบุคือ น.ส.กัณฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ ตนมีความรู้สึกว่า การกระทำอย่างนี้คือ การใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่ ไม่ตรงกับข้ออ้างที่ตรวจค้นเกี่ยวกับการเมือง ดังนั้นเรื่องนี้มันเกี่ยวกันหรือไม่ และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ยังกล่าวว่า อีกทั้งการแต่งกายของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เหมาะสม วันนี้ตนกับกองปราบฯเป็นคู่กรณีกันไปแล้ว ดังนั้น ถ้า ผบ.ตร.ยังออกคำสั่งโอนสำนวนของตนให้กองปราบฯเป็นผู้ดำเนินการ ตนอยากจะถามว่าตนจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่” พ.ต.ท.บรรยินกล่าว
...
พ.ต.ท.บรรยินกล่าวต่อว่า อีกทั้งสื่อมวลชนบางสื่อบอกว่า แหล่งข่าวจากกองปราบฯเผยว่า คดีนี้มีประเด็นข้อสงสัย 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรกบอกว่าวัน เวลาเกิดเหตุออกจากสนามกอล์ฟแล้วหายไปชั่วโมงครึ่ง ตนขอเรียนว่า ประเด็นนี้โกหก พยานต่างๆ ที่ สน.อุดมสุข สอบไปแล้ว 700 หน้า มีพยานยืนยันว่า ตนออกจากสนามกอล์ฟ 3 ทุ่มกว่า มีพยานสำคัญคือ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญและยังมีพยานที่ออกจากสนามกอล์ฟพร้อมกับตน แต่วันนี้กองปราบฯตั้งธงว่า เวลาคลาดเคลื่อน อยากรู้จริงๆว่า กองปราบฯเพิ่งรับสำนวนมาเมื่อไม่กี่วันจะมีเวลาอ่านสำนวนอย่างไรจึงเร็วมาก ประเด็นที่ 2 บอกว่าจุดก่อนเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดจับภาพรถของตน เทียบความเร็วขับมาประมาณ 30 กม.ต่อ ชม. อยากถามว่าเวลาขับรถเราขับด้วยความเร็วเท่ากันตลอดหรือ ประเด็นที่ 3 วันนี้กองปราบฯเก่งจริงๆ เก่งกว่าแพทย์นิติเวชบอกว่า มีบาดแผลอยู่ด้านหลัง ทั้งๆที่แพทย์นิติเวชระบุว่า บาดแผลนั้นไม่ได้เกิดจากการประทุษร้าย ฉะนั้นที่ตนต้องออกมาพูดเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตน ชี้ให้เห็นว่ากองปราบฯซึ่งเป็นคู่กรณีเข้ามาดำเนินการคดีนี้ จะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ถ้า ผบ.ตร.ยังออกคำสั่งให้กองปราบฯเป็นผู้ทำสำนวน ตนจะถือว่า ผบ.ตร.ไม่ให้ความเป็นธรรมกับตน
“ผมขอถามย้ำว่าตามที่ผู้บังคับการกองปราบฯพูดต่อหน้าผม ต่อหน้าทนายความผม และพูดต่อหน้าสื่อมวลชนในวันที่ผมไปมอบตัว อ้างว่าฝ่ายความมั่นคงให้ไปตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากการตั้งพรรคการเมือง จริงหรือไม่ครับ ถ้าเป็นความจริงฝ่ายทหารช่วยยืนยันมาด้วย ผมอยากจะเห็นคำสั่งนั้น แต่ถ้าไม่มีจริง ผมจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลที่กระทำผิดกฎหมาย ถ้ากองปราบฯยังทำคดี ผมต้องโดนข้อหาฆาตกร” พ.ต.ท.บรรยินกล่าว