หนุ่มช่างไฟขอนแก่น จนตรอก บ้านแม่จะถูกยึด ชิงทรัพย์ร้านซื้อของเก่า สารภาพ หาเงินจ่ายดอกเบี้ยนายทุนเงินกู้นอกระบบ พบประวัติ เคยถูกจับคดีลักทรัพย์ เพิ่งพ้นโทษได้ไม่นาน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ส.ค.2558 ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำพิโล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายไพรัช ไชยเดช อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 ม.8 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง มีดปลายแหลมยาว 1 ฟุต 1 เล่ม ไขควงยาว 20 ซม. 1 ด้าม และรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 25,000 บาท หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ในร้านรับซื้อของเก่าของ นายชาตรี ศรีชาติ อายุ 49 ปี ที่บ้านเลขที่ 155 ม.8 บ้านหนองหลุบ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ทำร้ายเจ้าของบ้านและขโมยเงินไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พา นายชาตรี ผู้เสียหาย ซึ่งต่อสู้กับคนร้ายจนได้รับบาดเจ็บที่ใบหูขวา หน้าผาก ฝ่ามือซ้าย และกลางหลัง ส่ง รพ.ให้แพทย์รักษาจนอาการปลอดภัย จึงนำตัวไปสอบสวน จนทราบว่า นายไพรัช ไปติดต่อขายทองแดง แต่เมื่อเผลอก็ใช้มีดจี้ที่แผ่นหลังบังคับให้เข้าไปในห้องนอน และให้ใช้สายเตารีดมัดมือมัดเท้าลูกสาววัย 9 ขวบ ที่นอนอยู่บนเตียงในห้อง แต่ นายชาตรี ขัดขืน คนร้ายจึงใช้มีดเฉือนที่ใบหู บังคับให้นำเงินสดออกมา จึงตัดสินใจนำเงินในตู้เสื้อผ้า 25,000 บาท ให้กับคนร้าย และเมื่อคนร้ายเผลอจึงรีบวิ่งออกจากห้องนอนมาที่หน้าร้าน ตะโกนให้เพื่อนบ้านช่วย คนร้ายก็ตามออกมากระโดดถีบและใช้ด้ามมีดทุบตีที่หน้าผากจนเกิดการต่อสู้กัน จากนั้นคนร้ายวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า ถูกเพื่อนบ้านล้อมไว้ และแจ้งตำรวจมาจับตัวดังกล่าว
...
ส่วนการสอบสวน นายไพรัช ผู้ต้องหา ให้การว่าเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างในเมืองขอนแก่น เป็นช่างไฟฟ้า ได้รับค่าจ่างวันละ 300 บาท ลงมือก่อเหตุเพราะบ้านที่มารดาอาศัยอยู่นั้นติดจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบ ซึ่งค้างจ่ายดอกเบี้ยและบ้านกำลังจะถูกยึด จึงต้องการเงินไปจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน เมื่อขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าร้านรับซื้อของเก่าดังกล่าว พบว่ามีเจ้าของร้านอยู่เพียงลำพังคนเดียว จึงใช้มีดปลายแหลมจี้เจ้าของร้านดังกล่าว ก่อนชิงทรัพย์เงินสด 25,000 บาท และพยายามจะมัดมือมัดเท้าเจ้าของร้านจริง แต่เกิดการต่อสู้จนเจ้าของร้านหลุดออกไปได้ ตะโกนให้เพื่อนบ้านช่วย จนถูกจับกุม
พ.ต.อ.สุภากร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์นายจ้าง เพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ยืนยันว่าลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง ซึ่งได้มาดูลาดเลาร้านดังกล่าวหลายครั้ง หลังการสอบปากคำจึงแจ้งข้อหาชิงทรัพย์ผู้อื่น ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยบ้านทุ่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.