ส่งฟื้นฟูจิตใจ แห่ร่วมอาลัย เผาผัวจากลา
สาวใหญ่ผู้สร้างตำนานรักอมตะ สุดทำใจนำศพผัวทำพิธีทางศาสนาที่วัด 1 คืนแล้วเผา เผยทั้งน้ำตาใจจริงแล้วยังอยากอยู่กับสามีอย่างนี้ตลอดไปจนกว่าจะตายตามกันไป แต่เมื่อเรื่องแดงต้องทำใจให้นำศพไปดำเนินการตามประเพณี ขณะที่ผู้ว่าฯนครปฐมสั่งนายอำเภอสามพราน นำเจ้าหน้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดยาฆ่าเชื้อทั่วบ้าน พร้อมเร่งฟื้นฟูจิตใจเมีย นอภ.สามพราน จ่ายค่าปรับให้แทนข้อหาไม่แจ้งการตายภายใน 24 ชม. เพราะดูการกระทำแล้วน่าเวทนา พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สามีมีชีวิตอยู่
กรณี น.ส.สุนภา นามกร อายุ 50 ปี สร้างตำนานรักอมตะ นอนเฝ้าศพนายวิเชียร สุขเจริญ อายุ 47 ปี สามีที่เสียชีวิตจากโรควัณโรคเมื่อ 2 เดือนก่อน ภายในบ้านเลขที่ 37 หมู่ 6 ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยไม่ยอมแจ้งการตายให้กับผู้ใดได้ทราบ จนเรื่องมาแดงขึ้นเมื่อนายชนะ สุขเจริญ อายุ 52 ปี พี่ชายผู้ตาย เดินทางจาก จ.เพชรบุรี มาเยี่ยมถามหาน้องชาย แต่ไม่ได้รับคำตอบจาก น.ส.สุนภา น้องสะใภ้ จึงขอความช่วยเหลือจากตำรวจให้เข้าตรวจสอบภายในบ้าน กระทั่งพบศพนายวิเชียรถูกเก็บอยู่ในห้องนอน ในสภาพแห้งกรัง ศพถูกเช็ดทำความสะอาด แถมมีแป้งฝุ่นหอมติดตามตัว หลังจนด้วยพยานหลักฐาน ในที่สุด น.ส.สุนภา ภรรยา ยอมรับว่าสาเหตุที่ไม่แจ้งให้ใครทราบและเก็บศพไว้ดูแลทำความสะอาดนั้น เป็นเพราะมีความรักและผูกพันกันมาก ไม่อยากแยกจากกัน
ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ส.ค. นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.นครปฐม มอบหมายให้นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา นายอำเภอสามพราน นำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอสามพราน หน่วยแพทย์จาก รพ.สามพราน และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครปฐม เข้าไปตรวจสอบบ้านพักของ น.ส.สุนภา พร้อมให้เจ้าหน้าที่นำน้ำยาไปฉีดพ่นป้องกันโรคระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งบ้าน และบริเวณรอบบ้าน และให้คณะแพทย์ตรวจสอบสภาพจิตของ น.ส.สุนภา เพื่อฟื้นฟูจิตใจและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพราะ น.ส.สุนภาคลุกคลีอยู่กับผู้ตายหลายวัน ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคนั้นสามารถติดต่อได้หลายทาง ส่วนเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้การดูแลด้านความเป็นอยู่และฟื้นฟูสภาพจิตใจไปพร้อมกัน เนื่องจาก น.ส.สุนภา ไม่มีอาชีพเป็นเพียงแค่คนเฝ้าบ้านไม่มีรายได้อะไร นอกจากนี้ ยังให้หน่วยกาชาด จ.นครปฐม นำสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความจำเป็นไปแจกจ่ายให้ด้วย
...
นายศิริศักดิ์กล่าวว่า จากการที่ได้พูดคุยกับ น.ส.สุนภา ภรรยาของผู้ตาย เท่าที่สังเกตดูยังมีอาการเหม่อลอย สอบถามอะไรก็เอาแต่ร้องไห้ คิดว่าขณะนี้ยังทำใจไม่ได้เมื่อต้องแยกจากสามี ก็ต้องค่อยดูแลจิตใจกัน ในส่วนของคดีที่ไม่แจ้งการตายภายใน 24 ชม.กับทางราชการตามกฎหมายมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ถามว่าการไม่แจ้งการตายผิดไหม ตอบว่าผิด แต่เมื่อดูจากการกระทำแล้วน่าเวทนามาก สอบถาม น.ส.สุนภาเล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า ไม่อยากให้สามีตาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สามีมีชีวิตอยู่ แต่เนื่องจากขาดทุนทรัพย์ไม่มีเงิน ประกอบกับผู้ตายก็ไม่ได้ทำงาน อีกทั้งไม่ยอมไปหาหมอตรวจ ตนเลยจะจ่ายค่าปรับให้แทน และจะสอบถามหาก น.ส.สุนภาต้องการอยู่ที่บ้านหลังเดิมก็จะคอยส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลเยี่ยมเยียน หากต้องการที่จะกลับบ้านที่ ต.ท่าข้าม อ.สามพราน ก็จะจัดรถไปส่งให้ ส่วนบ้านที่อยู่หลังนี้จะแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ เพื่อส่งคนใหม่มาดูแลต่อไป
ขณะที่ศพนายวิเชียร สายวันเดียวกันญาตินำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเทียนดัด ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน มีการทำศพแบบเรียบง่าย โดยเพื่อนบ้านและชาวบ้านใกล้วัดที่ทราบข่าว พากันเดินทางมาร่วมงานหลายสิบคน พร้อมกับนำเงินใส่ซองบริจาคให้กับญาติ เพื่อนำเงินไปซื้อโลงศพ และเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานศพ โดยมีนายชนะ พี่ชายผู้ตาย และ น.ส.สุนภา ภรรยาผู้ตายเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้นายชนะกล่าวกับแขกที่มาร่วมงานว่า ขอขอบคุณทุกคน ทั้งที่คนมาร่วมงานไม่รู้จักกันเลย ครอบครัวของตนยากจน และภรรยาของผู้ตายก็ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร จึงไม่มีเงินที่จะทำศพให้ใหญ่โต ทำเท่าที่ทำได้ในฐานะพี่ชาย พร้อมกับบอกเชิญผู้ที่จะมาร่วมในพิธีเผาในเวลา 16.00 น. ส่วนเถ้ากระดูกก็จะมอบให้ภรรยาไปจะเก็บหรือลอยอังคารก็สุดแล้วแต่ หลังจากเสร็จงานศพแล้วตนจะเดินทางกลับ จ.เพชรบุรี เลย เนื่องจากมีครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่ทางโน้น
ด้าน น.ส.สุนภากล่าวทั้งน้ำตาว่า ใจจริงแล้วยังอยากอยู่กับสามีที่ตายไปแล้วอย่างนี้ตลอดไปจนกว่าจะตายตามกันไป แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้วก็ต้องทำใจให้นำศพไปดำเนินการตามประเพณี ส่วนเรื่องเถ้ากระดูกของสามีนั้นคิดว่าจะเก็บเอาไว้ก่อน และจะยังอยู่ที่บ้านหลังนี้ไปก่อน จะทำอย่างไรยังไม่รู้อยากแสดงออกให้รู้ว่าตนรักสามีมาก แม้จะมีเวลาอยู่ด้วยกันไม่ถึง 10 ปี แต่ความผูกพันมีให้กัน และกันมาก จะพยายามทำใจ “ตอนนี้เขาแยกพี่จากไปแล้ว แต่เราจะรักกันจนวันตาย” น.ส.สุนภากล่าวทั้งน้ำตานองหน้า ก่อนขอตัวไปดูแลแขกที่ทยอยเดินทางมาร่วมงานศพไม่ขาดสาย