กรมอุทยานฯ นำงาช้างแอฟริกา ที่เป็นของกลางที่คดีสิ้นสุด และตกเป็นของแผ่นดินไม่สามารถประเมินราคาได้ กว่า 2,155.17 กิโลกรัมมาบดทำลายด้วยเครื่องบดหิน ก่อนเผาทำลายซ้ำ เพื่อไม่ให้นำเอามาใช้ได้อีก ที่ นิคมฯ บางปู...
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.58 งาช้างแอฟริกา ซึ่งเป็นของกลางที่คดีสิ้นสุด และตกเป็นของแผ่นดินไม่สามารถประเมินราคาได้ กว่า 2,155.17 กิโลกรัมได้ถูกบรรจุใส่ถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร กว่า 49 ถัง ลำเลียงใส่รถบรรทุก 18 ล้อ ซึ่งมีระบบติดตามความปลอดภัยด้วยระบบ GPS และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมกัน หลังจากได้มีพิธีบดทำลายด้วยเครื่องบดหิน โดยย้ายจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืช มาที่ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด มหาชน ซึ่งอยู่ในซอย B1 นิคมอุตสาหกรรมบางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเผาทำลายด้วยเตาเผาไร้มลพิษ ความร้อนสูง 1,100องศาเซลเซียส ให้อยู่ในลักษณะเป็นขี้เถ้าแคลเซียมฟอสเฟต ที่ไม่มีคุณสมบัติงาช้าง และไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีก
จากนั้นจะถูกเผารวม เข้ากับกากขยะอุตสาหกรรมและนำไปฝังกลบด้วยวิธีปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ต่อไป โดยมีนายนายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช เจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน
...
สำหรับการ ทำลายงาช้างครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งแรกของประเทศไทยที่ รัฐบาลแสดงจุดยืนมาตรการป้องกัน และปราบปราม งาช้างผิดกฎหมายของประเทศไทย และเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และตั้งใจจริงของรัฐบาลในการแก้ไข ปัญหาการค้างาช้างผิดกฎหมายและรักษาชีวิตช้าง สัตว์สัญลักษณ์ของประเทศที่ถูกฆ่าเพื่อเอางาในแอฟริกากว่าปีละ 30,000 ตัว รวมทั้งเป็นการส่งสารถึงต่อการป้องกันและปราบปรามเพื่อไม่ให้ใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่านหรือศูนย์กลางการค้างาช้างที่ผิดกฎหมายทั้งในและระหว่างประเทศอีกต่อไป.