แม่ผู้รับเหมาดีดโบสถ์วัดต้นเชือกที่ดีดกันจนพังลงมาทับคนงานตาย 1 ศพ เข้าพบ พงส. บอกหลังงานศพคนงาน ลูกชายจะเข้ามอบตัว ขณะที่พระต้องย้ายที่ไปประกอบพิธีกันในวิหาร เลขอายุโบสถ์มาแรง 66-92 โดนเหมาเกลี้ยงแผง...
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ส.ค.58 พ.ต.อ.กองสรร ควรระงับกมน ผกก.สภ.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เปิดเผยเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ได้มีนางดอกรัก หลักทอง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 ม. 2 ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร มารดาของนายนรงค์ฤทธิ์ หลักทอง อายุ 31 ปี ผู้รับเหมายกดีดโบสถ์วัดต้นเชือก ม.4 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ ที่พังถล่มลงมาจนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ศพ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งว่าจะนำตัวนายนรงค์ฤทธิ์ เข้าพบพนักงานสอบสวนหลังจากเสร็จงานศพของนายณัฐวุฒิ สุวรรณชัย อายุ 23 ปี คนงานที่เสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำพยานไปแล้ว 6 ปาก
ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ วัดพลัด นายกเทศบาลตำบลบางใหญ่ พร้อมด้วย นายบรรเจิด เพชรรัตน์ วิศวกรเทศบาลบางใหญ่ เปิดเผยว่า จากการประชุมกับพระครูกิติ วิริญาพร เจ้าคณะอำเภอบางใหญ่ เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประคองธรรม และคณะกรรมการวัด ตกลงกันว่า จะว่าจ้างบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ เข้ารื้อถอนโบสถ์วัดต้นเชือกที่พังลงมา โดยในวันพรุ่งนี้ (27 ส.ค.) จะเข้ามาพูดคุยในขั้นตอนการรื้อ และจะนำพระประธานที่อยู่ในโบสถ์ออกมาก่อน เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหายมากกว่านี้
...
ส่วนบรรยากาศที่วัดต้นเชือก ที่เกิดเหตุ ชาวบ้านที่นำอัฐิของบรรพบุรุษมาบรรจุในช่องกำแพงโบสถ์ ได้ให้ช่างมาเจาะช่องเพื่อนำอัฐิออกมา ก่อนจะนำไปไว้ที่ศาลาวัด รอบรรจุในที่แห่งใหม่ ขณะที่แม่ค้าพ่อค้าที่นำสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำหน่ายต่างขายดี
นายหยัด รามศิริ อายุ 49 ปี ผู้ขายสลากฯ บอกว่า เลขที่ขายดีคือเลข 66 กับ 92 เพราะอายุของโบสถ์ คือ 66 ปี และสร้างในปี พ.ศ. 2492 ทำให้เลข 492 และ 92 ก็ขายดี หมดเกลี้ยงทุกแผง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากโบสถ์พังลงมาในช่วงเข้าพรรษา ซึ่งพระภิกษุมีกิจกรรมทางศาสนาต้องทำทั้งทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ลงอุโบสถในวันพระและอื่นๆ ทำให้พระในวัดต้นเชือกต้องไปวิหารที่อยู่ข้างโบสถ์ เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรม และทำพิธีทางศาสนาในช่วงเข้าพรรษานี้.