ศาลฎีกา พิพากษาจำคุก "สุชาย-วิโรจน์" 18 ปี ให้ชดใช้เงินคืนกว่า 9 พันล้าน คดีทุจริตกรุงไทย ปล่อยกู้ "กฤษดามหานคร" สมัย "ทักษิณ" จำเลยอื่น 12 ปี คืนเงินกว่าหมื่นล้าน ขณะ "ทักษิณ" ยังหลบหนี จำหน่ายคดีออกสารบบชั่วคราว จนกว่าได้ตัว...

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2558 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ จำเลยที่ 2 ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย ในขณะนั้น นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 12 ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการอนุมัติสินเชื่อ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ซึ่งเป็นบทหนักสุด จำคุกคนละ 18 ปี

ทั้งนี้ จากกรณีเมื่อปี 2546 ได้มีการอนุมัติสินเชื่อ 9 พันกว่าล้านบาท ให้กับบริษัทในเครือบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร ซึ่งมีการอ้างว่าจะนำเงินไปรีไฟแนนซ์หนี้สินกับสถาบันการเงินอื่น และซื้อที่ดินทำโครงการเกี่ยวกับที่ดินอื่นอีก แต่ภายหลังมีการนำเงินไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่ได้มีการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวอย่างแท้จริง โดยศาลมีคำพิพากษาให้พวกจำเลยต้องร่วมกันชดใช้เงินคืนให้ธนาคารกรุงไทย ผู้เสียหาย
  
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 5, 8-11 และ 13-17 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เป็นกรรมการอนุมัติสินเชื่อ และกลุ่มเอกชนที่ทำการขอสินเชื่อ อีกคนละ 12 ปี โดยศาลให้จำเลยซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ทำการขออนุมัติสินเชื่อโดยทุจริต คืนเงินให้กับธนาคารกรุงไทย กว่า 10,000 ล้านบาท ส่วนจำเลยที่ 23-27 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทเอกชนที่กระทำผิด ให้จำคุกคนละ 12 ปี และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 6-7 ซึ่งเป็นกรรมการฝ่ายสินเชื่อ

...

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลยที่ 1 ที่หลบหนี ศาลให้ออกหมายจับมาดำเนินคดี  โดยให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว จนกว่าจะได้ตัวมา