คืนวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคมที่จะถึงนี้ วันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แจ้งว่า สมาคมฯจะจัดคอนเสิร์ต “บทเพลงแห่งหวงเหอ” ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เพื่อฉลอง 40 ปี...ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน

โดยคณะนักร้องประสานเสียง “ปาสู” จากเฉิงตู มณฑลเสฉวน คณะนักร้องประสานเสียง “ยุ่นเหอ” จากปักกิ่ง คณะนักร้องประสานเสียง “อ้ายเยี่ย” จากซันโถ...ร่วมกันขับร้องเพลงอมตะครบชุดทั้งหมด 8 เพลง ได้แก่ เพลงชาวเรือหวงเหอ เพลงสรรเสริญหวงเหอ เพลงน้ำของแม่น้ำหวงเหอมาจากฟ้า เพลงพื้นเมืองหวงเหอ เพลงโต้ตอบริมแม่น้ำ เพลงหวงเหอเวี้ยน เพลงปกป้องแม่น้ำหวงเหอ เพลงหมู่เฮาปา หวงเหอ

งานนี้สมาคมฯร่วมกับสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย คณะนักร้องประสานเสียงส่งเสริมศิลปิน และได้แรงผลักดันสำคัญจาก พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์

พินิจ บอกว่า รู้สึกภูมิใจและดีใจเป็นอย่างมากที่สมาคมนักข่าวฯได้จัดงานฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 40 ปี เพราะในอดีตความสัมพันธ์ไทย...จีนมีประวัติมายาวนานมาก เชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์และเป็นนิมิตหมายที่ดีระหว่างไทยกับจีนที่จะทำให้ความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจ บัตรน่าจะยังพอมีเหลือ ติดต่อกันได้ที่สมาคมฯโดยตรง โทรศัพท์ 0–2668–9422 ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน สนิทสนมเหมือนเป็นบ้านพี่เมืองน้อง...คนไทยกับคนจีนมีอารยธรรมหลายอย่างที่คล้ายกัน อีกทั้งการไปมาหาสู่หรือการท่องเที่ยวของผู้คนทั้งสองประเทศก็เพิ่มขึ้นทุกปี

จากสิ่งที่ผูกพันกันทำให้มีกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน...ชาวไทยที่ต้องการสร้างสิ่งเชื่อมสัมพันธ์ระหว่าง “ไทย–จีน” ให้มีอยู่คู่กันตลอดไป ตัดสินใจเปิดโครงการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยจากทั่วทุกภูมิภาคไปไว้ที่เมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน

...

โครงการนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 10,500 หู่ หรือประมาณ 4,700 ไร่ ใช้วงเงินราว 6,000 ล้านหยวน...คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30,000 ล้านบาท คาดใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 6 ปี

วัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแบบอย่างในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน ที่ตั้งอยู่ในเขตลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง เขตภาคกลาง ภาคใต้และภาคตะวันออกซึ่งเป็นเขตที่มีความเฟื่องฟูทางการตลาดสูง

สำรวจโครงการก่อสร้าง “เมืองไทย ไทยทาวน์” หรือเรียกว่า “Thailand City” แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน

โซนที่ 1 เป็นพื้นที่เมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมไทย เป็นการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม อาทิ ศูนย์ศิลปะการแสดงวัฒนธรรมไทย สนามมวยไทย โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหารไทย วัดวาอาราม ตลาดน้ำ ฯลฯ

โซนที่ 2 เป็นพื้นที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพแบบไทยๆ เป็นการนำวัฒนธรรมการดูแลรักษาสุขภาพและทรัพยากรต่างๆที่เป็นของไทยมาใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีนได้ทดลองวิธีการรักษาสุขภาพ

โซนที่ 3 พื้นที่แสดงนิทรรศการเศรษฐกิจและการค้า จำหน่ายสินค้า... อาหารจากประเทศไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างศูนย์การกระจายสินค้าไทยที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน

และโซนสุดท้าย โซนที่ 4 พื้นที่รัศมีการทำงาน รวบรวมทรัพยากรคุณภาพจากประเทศไทย สร้างเวทีให้บริการธุรกิจไทย ก่อตั้งการออกแบบพัฒนา การแสดงการผลิต การขายโลจิสติกส์

หวาง เลน ประธานบริษัท เซี่ยงไฮ้ไท้ยั๋น หนึ่งในผู้ร่วมลงทุนระบุว่า “เมืองไทย ไทยทาวน์”...เป็นดินแดนแห่งความผาสุก แหล่งพักผ่อน แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สถานที่จัดการแข่งขัน จัดนิทรรศการ...การค้าต่างๆ 

คาดหวังกันว่า...โครงการนี้จะสร้างรายได้ให้กับประชาชนมีงานทำ 5,600,000–7,000,000 คน

ขณะที่ เหยา หง ประธานบริษัทไทยหัวเฉิง เสริมว่า โครงการนี้ต้องการนำธุรกิจจากประเทศไทย วัฒนธรรมไทย นำเข้าสู่ประเทศจีนเพื่อให้ชาวจีนได้รู้จักวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา ผลิตภัณฑ์ต่างๆของไทยให้ลึกซึ้งมากขึ้น โดยทางเราพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่าย

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้ประชาชนชาวไทย โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ ในด้านการใช้พื้นที่ การรายงาน รวมถึงการตรวจสอบอนุมัติของแต่ละหน่วยงานอาจจะเกิดปัญหาได้

“หวังว่ารัฐบาลไทยและหน่วยงานของจีนที่ติดต่อแลกเปลี่ยนด้านการค้าระหว่างไทย–จีนจะเห็นถึงความสำคัญ ทำให้โครงการนี้เป็นธุรกิจของไทยหรือไม่ก็เป็นเวทีเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในเมืองจีน”

ฟังมุมมองนักลงทุนจีนไปแล้วคราวนี้มาฟังมุมมองนักธุรกิจชาวไทยที่เข้าร่วมโครงการนี้กันบ้าง ซึ่ง ธีระศักดิ์ แสนวรางกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเฉิง อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ดร.พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกลุ่มบริษัทไทยเฮลท์ และ โฆษิต สุวินิจจิต อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ได้เข้าร่วม ประชุมโครงการ Thailand City ณ มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐ ประชาชนจีน เมื่อไม่นานมานี้

ธีระศักดิ์ ย้ำว่า โครงการ Thailand City เป็นโครงการขนาดใหญ่ ก่อสร้างบนพื้นที่ประมาณ 7 พันไร่ โดยใช้งบลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1,000 ล้านเหรียญ U.S. Dollars หรือประมาณ 33,000 ล้านบาท

ยุทธศาสตร์บนเส้นทางเศรษฐกิจสายไหม ของท่านประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ถือเป็นแนวคิดใหม่ของความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการค้า...การลงทุน รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีการเชื่อมโยงโครงข่าย การพัฒนาเศรษฐกิจของเส้นทางสายไหมนี้...

...

อีกทั้งยังจะเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะวัฒนธรรมไทยขนาดใหญ่

จุดสำคัญก็คือการเป็นศูนย์กลางตลาดเสรีการค้า ไทย–จีน (free zone)

เพื่อให้มีพื้นที่ในการเจรจาทางธุรกิจการค้าระหว่างไทย–จีน เพื่อให้ชาวจีนได้มีโอกาสสัมผัสตัวอย่างกลิ่นอายของประเทศไทยเพื่อกระตุ้น ประชาสัมพันธ์ให้ชาวจีน อยากที่จะมาท่องเที่ยวประเทศไทย

“Thailand City”...ดำเนินงานโดย บริษัท ไท้ยั๋น อินเวสเมนท์ แมนเนสเม้น จำกัด ร่วมกับธนาคารเพื่อการลงทุนและบริษัทออกแบบชื่อดัง เพื่อดำเนินการสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบของไทยแท้ที่หมู่บ้านเสียนเสียง เขตหยินโจว เมืองหนิงโป

มองในแง่ความเข้มแข็ง มั่นคง ถือว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของมณฑลเจ้อเจียง เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดเมืองหนึ่งของจีนตำแหน่ง...ทำเล...ที่ตั้งก็มีความได้เปรียบอย่างชัดเจน มีความพร้อมด้านการแข่งขันและศักยภาพการพัฒนาการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี อันจะทำให้เพิ่มช่องทางทางการค้า ศิลปะ...วัฒนธรรมของประเทศไทยให้ชาวจีนรู้จักมากยิ่งขึ้น

อีกประเด็นสำคัญที่ต้องกล่าวถึง “เมืองไทย ไทยทาวน์” ยังได้จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งในการเผยแผ่โครงการพระราชดำริต่างๆของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ อีกทั้งยังมีสถานที่ จัดแสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์โอทอป

คาดหวังกันว่า “เมืองไทย ไทยทาวน์” จะเป็นอีกประตูบานสำคัญที่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทยอีกไม่น้อยกว่าหมื่นชีวิต ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเข้มแข็ง และส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมให้ยั่งยืน.