คดีฆาตกรรมพระศรีสกลกิจ อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร อาวุโสรูปที่ 1 และเจ้าอาวาสวัดศรีสุมังคล์ ต.ธาตุเชิงชุม เทศบาลนครสกลนคร เมื่อ เช้าตรู่วันที่ 8 ก.ย.55 จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับคนร้ายตัวจริงไม่ได้ พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 ตั้งชุดทำงาน ของ ตร.ภ.4 ให้ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 เป็นหัวหน้าชุด พร้อม พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน ผบก.สส.ภ.4. พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก. สส.3 บก.สส.ภ.4 นำชุดสืบสวนนำสำนวนเดิมขึ้นมาตรวจสอบคลี่คลายคดีอีกครั้ง และอยู่ระหว่างติดตาม 2 ผู้ต้องสงสัย ขณะที่ พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จ.สกลนคร นำชุดสืบสวนในพื้นที่เร่งสะสางคดีอีกทาง อยู่ระหว่างนำผู้ต้องสงสัย 2 ราย เข้าเครื่องจับเท็จ ที่ส่วนพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 2 ก.ย. ซึ่งเป็นคดีที่ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดตามด้วยตัวเอง โดยก่อนถูกสังหารเสียชีวิตเพียง 3 วัน พบว่า ผู้ตายซึ่งเป็นประธานบริหารหน่วยวิทย บริการมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สาขาสกลนคร หรือ มจร. ได้ทำหนังสือทวงถามเงิน 3 ล้านบาท ที่ ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.เข้าตรวจสอบ เงินจำนวนนี้ถูกเบิกออกไปจากบัญชี มจร. โดยกลุ่มพระที่ไม่มีอำนาจในการเบิก และยังไม่มีการนำกลับเข้าบัญชีตามที่มีผู้กล่าวอ้าง ต่อมา ศาล ได้อนุมัติหมายจับพระผู้ใหญ่ในจังหวัดสกลนคร 5 รูป ในข้อหาลักทรัพย์เงิน มจร. แต่คดีตามหมายจับ พงส. มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ล่าสุด ผช.ผบช.ตร. แห่งชาติ เข้าพื้นที่ตามติดคดี

ล่าสุด ตอนบ่าย วันที่ 25 ส.ค.58 ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจภูมิภาคไทยรัฐ รายงานว่า พล.ต.ท. ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมา ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จ.สกลนคร พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ฐานกูลสมบัติ สรวงโท ผกก.สภ.เมืองสกลนคร พ.ต.ต. (หญิง) อรรถพร ไชชมพู สว.พฐ.สกลนคร และตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนเข้าประชุมได้มีประชาชนชาวสกลนครจำนวนหนึ่งมารอรับ ผช.ผบ.ตร.แห่งชาติ พร้อมมอบ กระเช้าดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจให้ตำรวจติดตาม จับกุมคนร้ายที่ลงมือสังหารโหดอดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสกลนครให้ได้ หลังการประชุมรับฟังความคืบหน้ากว่าชั่วโมงเศษ พล.ต.ท.ปัญญาเปิดเผยว่า จากการทำงานของตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร มีความมั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานสำคัญบางอย่าง ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ และยังคงให้น้ำหนักและความสำคัญในทุกประเด็น ทั้งความขัดแย้งส่วนตัวและประสงค์ชิงทรัพย์ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีสำคัญเกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ประชาชนให้ความสำคัญติดตามดูการทำงานของตำรวจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้หรือไม่ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากข้อสันนิษฐาน เชื่อว่าคดีนี้จะปิดลงได้ ไม่เกินสองสัปดาห์จะได้ความคืบหน้าอีก ขั้นหนึ่ง ถึงตอนนั้นจะได้คำตอบที่ชัดเจนมาก.

...