สยองโบสถ์พังถล่มฝังทั้งเป็นคนงานดับ 1 ศพ เจ็บ 1 คน เป็นโบสถ์เก่าแก่อายุ 66 ปี วัดต้นเชือก จ.นนทบุรี กรรมการวัดว่าจ้างผู้รับเหมายกโบสถ์ทั้งหลังสูงขึ้นจากพื้น 3 เมตร เพื่อหนีน้ำท่วม ขณะคนงาน 9 คนทำงานอยู่ด้านล่าง จู่ๆคานใต้พื้นโบสถ์รับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้ทรุดตัวลงมาทั้งหลังกระแทกพื้น หลังคาถล่มทั้งแผงร่วงลงมาทับร่างคนงานชะตาขาดดับสยอง ส่วนที่เหลือหนีรอดออกมาได้หวุดหวิด ตำรวจเร่งตามตัวผู้รับเหมามาสอบสวนหาสาเหตุพร้อมดำเนินคดี

เหตุโบสถ์ถล่มทับคนงานเสียชีวิตเปิดเผยเมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 25 ส.ค. ร.ต.ท.ธนดล ช่อชั้น พงส.สภ.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุหลังคาโบสถ์พังถล่ม ที่วัดต้นเชือก หมู่ 4 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วยนายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผวจ.นนทบุรี พ.ต.อ.กองสรร ควรระงับกมน ผกก.สภ.บางแม่นาง นำกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่วิทยาการ เจ้าหน้าที่รถกู้ชีพ รพ.บางใหญ่ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นโบสถ์เก่าแก่อายุ 66 ปี กว้างประมาณ 10 เมตร ยาว 20 เมตร ผนังปูนของอาคารโบสถ์พังร้าวทั้งหลังและหลังคายุบตัวถล่มลงมาด้านล่างทับคนงานเสียชีวิต 1 ศพ ทราบชื่อนายณัฐวุฒิ สุวรรณชัย อายุ 23 ปี ถูกซากปรักหักพังของหลังคาโบสถ์ทับร่างโผล่เพียงขาออกมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คนชื่อนายวีรพล แก้วลืมไพร อายุ 43 ปี ศีรษะแตก ถูกช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางใหญ่

นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผวจ.นนทบุรี เผยว่า ทางวัดได้ว่าจ้างผู้รับเหมามาดีดยกตัวโบสถ์ให้สูงขึ้น 3 เมตรเพื่อหนีน้ำท่วม ตรวจสอบสัญญาว่าจ้างมีนายมานิตย์ บุญเขียว อายุ 50 ปี กรรมการวัดต้นเชือก ได้ว่าจ้างนายนรงค์ฤทธิ์ หลักทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 2 ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร รับเหมายกโบสถ์วัดต้นเชือก ในราคา 3,200,000 บาท ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.57 กำหนดเสร็จวันที่ 30 ส.ค.58 รวมเวลา 240 วัน ก่อนเกิดเหตุมีคนงาน 9 คนทำงานอยู่ใต้อาคารโบสถ์ที่ถูกยกขึ้นไปวางบนคานสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร คาดว่าคานรับน้ำหนักไม่ไหวทำให้อาคารโบสถ์ทั้งหลังทรุดตัวลงมากระแทกพื้นจนพังร้าวและหลังคาพังถล่มลงมา คนงานที่ทำงานอยู่ด้านล่างหนีออกมาทัน 8 คน ในจำนวนนี้ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก 1 คน ส่วนผู้ตายหนีออกมาไม่ทันถูกหลังคาที่พังถล่มลงมาทับจนเสียชีวิต

...

ต่อมานายธนะ พรหมดวง ผู้เชี่ยวชาญสำนักส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยอาคารถล่มมารื้อตัวโบสถ์เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา อีกทั้งหวั่นเกรงว่าจะพังถล่มลงมาอีกจึงกันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ ขณะที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวนายนรงค์ฤทธิ์ หลักทอง ผู้รับเหมามาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป