ป่วยวัณโรคตายคาบ้านมานับเดือนจนแห้งกรังพี่ผัวเจอผงะ

ความตายไม่อาจพราก รักแท้ สาวใหญ่เมืองสามพรานนอนเฝ้าศพผัวนานกว่า 1 เดือน พี่ชายมาเยี่ยมน้องแต่บ้านเข้าไม่ได้ วิ่งโร่แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ตะลึงเจอศพนอนแห้งกรังกลางบ้าน เมียสะอื้นไห้เล่าสาเหตุผัวป่วยเป็นวัณโรคจนสิ้นใจ ไม่ยอมบอกใคร เพราะกลัวถูกพรากจากกัน เฝ้าปรนนิบัติดูแลเหมือนสมัยยังมีชีวิตอยู่ทุกอย่าง เจ้าหน้าที่วิทยาการและแพทย์ยืนยันป่วยตายจริง ญาติไม่ติดใจแต่ขอนำศพไปเผาเพื่อส่งวิญญาณสู่สุคติ

เรื่องราวความรักของสามีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ฝ่ายหญิงเฝ้าดูแลจนสามีตายจากไป แต่ไม่ยอมนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาเพราะกลัวจะต้องพรากจากกันรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ขณะที่ ร.ต.อ.เนติ ศิริสกุล พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก มีนายชนะ สุขเจริญ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154/1 หมู่ 3 ต.ช่องสะแก อ.เมืองเพชรบุรี เดินหน้าตื่นเข้ามาขอความช่วยเหลือ แจ้งว่า ตนมีอาชีพค้าขายสินค้าเบ็ดเตล็ดอยู่ จ.เพชรบุรี ก่อนเข้าแจ้งความได้เดินทางมาหาน้องชายชื่อ นายวิเชียร สุขเจริญ อายุ 47 ปี ทำงานเป็น รปภ.ให้กับหลายบริษัทในพื้นที่ อ.สามพราน พักอาศัยอยู่กับภรรยาชื่อนางสุนภา นามกร อายุ 50 ปี ในบ้านเลขที่ 37 หมู่ 6 ต.ท่าข้าม อ.สามพราน

นายชนะเล่าให้ฟังตำรวจว่า เมื่อมาถึงบ้านน้องชาย พบเพียงนางสุนภา น้องสะใภ้ และนางสุนภา ไม่ยอมเปิดประตูรั้วให้เข้าไปในบ้าน ทำได้เพียงยืนคุยกันที่หน้าประตูรั้ว เมื่อถามหาน้องชาย นางสุนภาตอบด้วยน้ำเสียงอึกอักว่า นายวิเชียรเสียชีวิตไปกว่า 1 เดือนแล้ว ตนรู้สึกตกใจมากรีบสอบถามว่าเอาศพไปไว้ที่วัดไหน แต่นางสุนภาไม่ยอมตอบและเดินหนีเข้าบ้านทันที เมื่อสอบถามจากเพื่อนบ้านข้างเคียงและวินรถ จยย.รับจ้าง ต่างบอกตรงกันว่าไม่เห็นน้องชายตนมากว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้เกิดความสงสัยว่าน้องชายหายไปไหน และภรรยาน้องชายมีท่าทางลับๆล่อๆ จึงอยากขอให้ตำรวจไปตรวจสอบในบ้านให้ด้วย หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวนรีบรายงานให้ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว พ.ต.ท.ประสม หงส์โต รอง ผกก.สส. นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา นอภ.สามพราน ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

...

เมื่อไปถึงพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ อยู่ในเนื้อที่ 80 ตร.ว. มีรั้วรอบขอบชิด เจ้าหน้าที่ตะโกนเรียกอยู่นานจนนางสุนภา ยอมออกมาพูดคุย และยินยอมให้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน เมื่อเข้าถึงบริเวณบ้านเริ่มมีกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยมา ภายในชั้นล่างของบ้านจัดวางสิ่งของไว้สวยงาม แต่เมื่อขึ้นบันไดไปยังชั้นบน ซึ่งมีห้อง 2 ห้อง และ 1 ห้องเก็บของ ปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงโชยออกมาจากห้องนอนด้านขวาติดบันไดทางขึ้น ทันทีที่เจ้าหน้าที่เปิดประตูเข้าไปถึงกับผงะ เมื่อเห็นศพนายวิเชียร สภาพเนื้อตัวแห้งกรังเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก นอนหงายหนุนหมอนอยู่บนพื้นกลางห้อง มีผ้าห่มลูกไม้สีขาววางกองอยู่ข้างศพ

จากการสังเกตพบว่าลักษณะศพอยู่ในสภาพสะอาดเหมือนกับมีการดูแลเช็ดถูทำความสะอาด เสื้อผ้าคล้ายถูกผลัดเปลี่ยน ผู้ตายอยู่ในชุดสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า นุ่งกางเกงขาสั้นลายดอกสีเขียว บนโต๊ะในห้องมีกระป๋องแป้งฝุ่นตั้งอยู่ 4-5 กระป๋อง พื้นไม้ปาร์เก้โดยรอบสะอาดไร้ฝุ่นเกาะ เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงสาเหตุการเสียชีวิต ปรากฏว่านางสุนภา ถึงกับหลั่งน้ำตาสะอึกสะอื้น พร้อมใช้มือลูบขาศพตลอดเวลา สร้างความหดหู่ใจให้กับผู้พบเห็น เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาพักใหญ่ปลอบโยนให้นางสุนภาคลายความโศกเศร้าและวิตกกังวล หลังสงบสติอารมณ์ได้ นางสุนภาเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า นายวิเชียร สามี เสียชีวิตมาตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.58 เพราะป่วยเป็นวัณโรค

นางสุนภาเล่าประวัติชีวิตรักให้ตำรวจฟังว่า อยู่กินกับนายวิเชียรได้ 5-6 ปี ในช่วงที่มีชีวิตอยู่นั้น ตนและสามีรักกันมาก ทะเลาะกันบ้างเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ไม่เคยถึงขั้นลงไม้ลงมือ สำหรับบ้านหลังนี้เป็นของญาติตน ปลูกไว้นานแล้วไม่ได้มาพักอาศัยเนื่องจากเจ้าของบ้านมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.จันทบุรี จึงให้ตนมาเฝ้าดูแลเพราะกลัวของหาย ทำให้มารู้จักกับนายวิเชียร และอยู่กินกันในบ้านหลังนี้ กระทั่งเมื่อ 3 เดือนก่อน นายวิเชียรป่วยเป็นวัณโรค ตนพาไปหาแพทย์ รพ.สามพราน ตรวจรักษาและรับยามากิน อาการไม่ทุเลาแต่กลับทรุดลงเรื่อยๆจนต้องลาออกจาก รปภ.มารักษาตัวเพราะทำงานไม่ไหว ตลอดเวลาที่สามีป่วย ตนเฝ้าปรนนิบัติดูแลทั้งวันทั้งคืน แต่สามีดื้อไม่ค่อยยอมไปหาหมอ จนอาการหนักขึ้นเรื่อยๆและเสียชีวิตลงในที่สุด

เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า ทำไมไม่นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา นางสุนภากล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่อยากให้สามีพลัดพรากไปไหน เพราะรักมาก อยากให้อยู่ ด้วยกันตลอดไป หากนำศพไปฝังหรือเผาจะต้องแยกจากกัน จึงปกปิดเรื่องการเสียชีวิตของสามีไว้เป็นความลับ กลัวคนจะมาแยกตนและสามีจากกัน ส่วนศพนั้นได้คอยดูแลทำความสะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้า เช็ดตัว และทาแป้งให้ทุกวัน กลางคืนจะใช้ผ้าลูกไม้คลุมป้องกันแมลงมากัดแทะ พร้อมทั้งหาข้าวหาน้ำมาวางไว้ให้กินและจะเปลี่ยนทุกวัน แต่ไม่ได้จุดธูป ตั้งใจว่าจะทำแบบนี้ไปจนกว่าตนจะตายตามไป ส่วนเวลานอน ตนจะแยกไปนอนที่ห้องตรงข้าม ไม่ได้นอนร่วมด้วย หลังพูดจบนางสุนภาโผเข้ากอดศพร่ำไห้อย่างน่าเวทนา

พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว กล่าวว่า ได้ให้กองวิทยาการ ภาค 7 มาตรวจสอบ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ไปที่ รพ.สามพราน เพื่อตรวจสอบประวัติคนไข้ที่เข้ารับการรักษา ผลการตรวจสอบของกองวิทยาการพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตไม่ใช่เกิดจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ รพ.สามพราน ได้มอบประวัติการรักษา ของนายวิเชียร ซึ่งป่วยเป็นวัณโรคจริง เข้ารับการรักษาเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ในส่วนของนายชนะ สุขเจริญ พี่ชายของผู้ตาย หลังจากที่ดูเอกสารหลักฐานต่างๆ แล้วไม่ติดใจเอาความ เพราะเคยคุยกับน้องชายเมื่อ 2 เดือนก่อน ยังพูดว่าได้ลาออกจากงานเพื่อมารักษาตัวเพราะเป็นวัณโรค ตรงกับที่นางสุนภาเล่าให้ฟังจึงไม่ติดใจในสาเหตุการตาย แต่จะขอนำศพไปบำเพ็ญ กุศลที่วัดเทียนดัด อ.สามพราน 1 คืน จากนั้นจะทำพิธีฌาปนกิจเพื่อให้น้องชายไปสู่สุคติ