โผล่แล้วพยานปากสำคัญ โชเฟอร์ แท็กซี่สีเขียว-เหลือง รับตัวชายสวมเสื้อเหลืองมือบึมจากย่านพระราม 4 ไปลงที่หัวลำโพงก่อนเกิดเหตุ เจ้าตัวระบุคล้ายในภาพสเกตช์รูปพรรณลักษณะคล้ายแขกขาว พูดไทยได้นิดหน่อย ผบ.ตร.บอกคดีคืบไปมากสอดรับกับ “บิ๊กแป๊ะ” ที่นำนักสืบมือดีถกเครียด มั่นใจว่าจะสามารถจับคนร้ายได้ ขณะที่กรุงเทพมหานคร โต้ประเด็นกล้องวงจรปิดยังใช้ได้ดีมีเพียงบางตัวชำรุดอย่าเหมารวม นายกฯไฟเขียวให้จัดซื้อ “ไบโอเมทริกซ์” ด่วน ด้านสื่อนอกบอกจับตาดูหัวรุนแรงเติร์กกลุ่มเกรย์ วูล์ฟส (Grey Wolves) ที่เคยบุกสถานกงสุลไทยในนครอิสตันบูล ตุรกี

ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามสำหรับคนไทยทั้งประเทศ จากเหตุระเบิดระทึกขวัญศาลพระพรหม เอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ เมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค. มีผู้เสียชีวิต 20 คนและบาดเจ็บนับร้อยราย ถัดมาอีกวันเกิดเหตุระเบิดซ้ำอีกที่ท่าน้ำสาทร ใต้สะพานสมเด็จ พระเจ้าตากสิน ไม่พบความสูญเสีย หลังเกิดเหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์ว่า ทั้งสองเหตุเชื่อมโยงกันแต่ไม่สามารถสรุปสาเหตุเกิดจากเรื่องใดทั้งประเด็นการเมืองในและต่างประเทศ ขณะที่ ผบ.ตร.สั่งปิดเมืองปูพรมล่าตัวผู้ก่อเหตุไปพร้อมๆ กับชุดสืบสวนของ บช.ก. และ บช.น.เร่งตามตัวละครที่เกี่ยวข้องทั้งโชเฟอร์แท็กซี่ สามล้อเครื่องที่ปรากฏในภาพของกล้องวงจรปิดมาสอบปากคำคลี่คลายคดี

ผบ.ตร.บอกคดีคืบหน้า

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 25 ส.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้การสืบสวนคดีมีคืบหน้าไปมาก แต่ปัญหาอุปสรรคเป็นเรื่องอุปกรณ์ โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดไม่มีความต่อเนื่องเพราะใช้การไม่ได้จำนวนมาก ทำให้การพิสูจน์ทราบไม่ต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ เป็นอุปสรรคในการคลี่คลายคดี ส่วนการประสานตำรวจสากล เป็นการดำเนินงานของชุดสืบสวนรายละเอียดยังบอกไม่ได้ ส่วนที่ระบุว่าเหตุระเบิดราชประสงค์และท่าน้ำสาทรเชื่อมโยงกันเป็นเพราะรูปแบบและการประกอบวัตถุระเบิดคล้ายกัน วัสดุที่ใช้ประกอบระเบิดคล้ายกัน แต่ชนิดระเบิด และวิธีการจุดชนวนระเบิดยังบอกไม่ได้ เบื้องต้นคาดเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ทำเป็นขบวนการแบ่งหน้าที่ตระเตรียม สนับสนุน มีผู้สำรวจเส้นทาง จัดหา ที่พัก ผู้ก่อเหตุ วัตถุระเบิด กรณีสื่อต่างประเทศมองว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาชนชาติอุยกูร์ ขณะนี้ยังไม่ทราบบอกได้ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่

...

“บิ๊กแป๊ะ”–ชุดสืบถกเครียด

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. พล.ต.ต.วราวุธ ทวีชัยการ ผบก.สส.สตม. ร่วมประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายวางระเบิดที่ศาลพระพรหม เอราวัณและคดีระเบิดที่ท่าน้ำสาทร เพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี

ระดมหาภาพกล้องวงจรปิด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ได้เรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีนี้ทั้งในส่วนของ บช.น. และ บช.ก. ที่มีการสืบสวนสอบสวนมา 7 วันแล้ว พร้อมประสานไปที่ กทม. ขอแผ่นพิมพ์เขียวเพื่อไล่เก็บภาพกล้องวงจรบริเวณจุดที่ขาดหายไป เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวจะเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่าคดีจะไปทิศทางใด การดำเนินการที่ผ่านมายังขาดบางส่วน ส่วนกรณีรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับชายใส่เสื้อสีฟ้าก่อเหตุระเบิดท่าน้ำสาทรนั้นยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เมื่อถึงเวลาคงออกหมายจับเหมือน กับผู้ต้องหาบริเวณที่ราชประสงค์ ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

ต้องวิเคราะห์คำให้การทั้งหมด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบปากคำคนขับรถแท็กซี่ที่รับคนร้ายเสื้อสีเหลืองไปส่งที่หัวลำโพงก็ให้การเป็นประโยชน์ โดย ผบช.น.เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง เบื้องต้นได้ตรวจยึดรถแท็กซี่ส่งให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจพิสูจน์อยู่ ส่วนคนขับแท็กซี่ยืนยันว่าคนร้ายเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติหรือไม่ ยังให้ข้อมูลไม่ได้ขอสงวนไว้ก่อน เพราะบางครั้งให้ไปเสียรูปคดี มีการ ไปชี้นำต่างๆ เชื่อว่าคนร้ายดูการทำงานของตำรวจอยู่ทุกวัน เมื่อถามว่าคนขับรถตุ๊กตุ๊กกับคนขับรถแท็กซี่ให้การสอดคล้องกันหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างวิเคราะห์ ส่วนการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเหตุระเบิดท่าน้ำสาทร ต้องรอการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ความชัดเจนต่างๆ เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดบางตัวภาพไม่ครบถ้วน ชายใส่เสื้อสีฟ้าเป็นผู้หย่อนระเบิดลงไปในแม่น้ำจะใช่คนร้ายจริงหรือไม่ ขณะนี้ไม่มีบุคคลอื่นที่มีพฤติกรรมอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ ยังไม่ตั้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

ไม่แน่ว่ายังอยู่ในไทย

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวด้วยว่า คนร้ายที่ออกหมายจับยังอยู่ในประเทศหรือไม่ ตอบไม่ได้ ส่วนการตรวจสอบดีเอ็นเอจากธนบัตรค่าโดยสารคนร้ายเสื้อเหลืองจ่ายเงินให้รถ จยย.รับจ้าง อยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะนี้ผลดีเอ็นเอยังไม่ออกเพราะยังมีขั้นตอนการตรวจสอบอยู่ ส่วนประเด็นการวางระเบิดยังไม่ทราบเหมือนกัน รู้อย่างเดียวคือเมื่อเกิดเหตุแล้วต้องหาตัวคนร้ายให้ได้จึงจะทราบสาเหตุ สาเหตุมีหลาย ประเด็น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เคยตอบไปแล้ว คดีไม่ใช่ไม่คืบหน้า เหตุระเบิดสี่แยกราชประสงค์ก็สามารถออกหมายจับคนร้ายแล้ว คดีพวกนี้ไม่ใช่คดี ระดับประเทศ แต่เป็นคดีระดับโลก ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตำรวจทำงานกันเต็มที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ชุดสืบสวนจะมีการขอภาพวงจรปิดจาก รพ.จุฬาลงกรณ์ และ กทม. เพื่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัว

มั่นใจเต็มร้อยจับได้แน่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ว่าจะสามารถจับคนร้ายได้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบว่าถ้าถามตนก็ต้องมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มั่นใจในทีมงานของตนได้อย่างไร ในเมื่อคดียังเดินได้ต่อ มีสิ่งที่สามารถเดินหน้าได้อยู่ ส่วนการออกหมายจับ คนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดที่ท่าน้ำสาทร ต้องพูดคุยความคืบหน้ากับชุดสืบสวนที่มีกระแสข่าวว่าคนร้ายเข้าไปใน รพ.จุฬาลงกรณ์ เปลี่ยนเสื้อสีเหลืองเป็นเสื้อสีเทา อยู่ระหว่างตรวจสอบและพิสูจน์ทราบ ส่วนกล้องวงจรปิดพบจุดสุดท้ายของคนร้ายทั้ง 2 คนที่ใดนั้นไม่ขอเปิดเผย อาจทำให้รูปคดีเสียหาย

เปอร์เซ็นต์สูงเชื่อมโยงกัน

ต่อข้อถามที่ว่า คนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดทั้ง 2 แห่งมีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกันหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูง เพราะส่วนประกอบระเบิดบางตัวคล้ายกัน บางคนสรุปเองว่าเหมือนกัน หรือบ้างก็บอกว่าคนละแบบ เนื่องจากขนาดของลูกปืนหรือบอลแบริ่งต่างกันนิดหน่อย ส่วนการนำเทคโนโลยีที่ต่างประเทศสนับสนุนจะทันใช้ทำคดีหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า มีหลายหน่วยอยากให้ความช่วยเหลือตนปรึกษากับท่าน ผบ.ตร.แล้ว ก็จะขอเฉพาะเครื่องมือมาเพราะพอมีความรู้อยู่แล้ว

...

เตรียมจำลองระเบิดที่ อ.ชะอำ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวเพิ่มเติมหลังการประชุมนาน 2 ชม.ว่า สั่งการให้ชุดสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยเฉพาะกล้องวงจรปิด และจำลองทำระเบิดจริงๆ ทั้ง 2 จุด ที่ศาลพระพรหม และท่าน้ำสาทร โดยให้จำลองเหตุการณ์ทั้งบนบกและในน้ำ เทียบเคียงดูอานุภาพของระเบิดเพื่อความรอบคอบทางคดี เบื้องต้นมีรายงานการตรวจสอบระเบิดทั้ง 2 จุด น่าจะเป็นระเบิดทีเอ็นที แต่ไม่ยืนยันชัดเจน จึงต้องหาวัสดุลักษณะเดียวกันไปทดสอบเพิ่ม โดยจะจำลองเหตุระเบิดที่สนามหุบสบู่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่วนคนร้ายชายเสื้อฟ้าที่ก่อเหตุวางระเบิดที่ท่าน้ำสาทร มั่นใจว่าสามารถออกหมายจับได้ ต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าใช้เวลานานประมาณ 1 สัปดาห์ รวมทั้งต้องรอผลการหารือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับภาพสเกตช์อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ

โชเฟอร์แท็กซี่เขียว–เหลืองโผล่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 14.00 น. นายเฉลิม คำเพ็ง อายุ 40 ปี โชเฟอร์แท็กซี่โตโยต้า สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฎ 2835 กรุงเทพมหานคร ที่รับชายสวมเสื้อเหลืองผู้ก่อเหตุวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหม เอราวัณ แยกราชประสงค์ เดินทางมาพร้อมกับตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี เข้าพบกับ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อนำรถแท็กซี่คันดังกล่าวให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเก็บลายนิ้วมือแฝง โดยนายเฉลิมเข้าให้ปากคำกับ พงส.สน.ลุมพินี ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 และ บก.สส.บช.น. ตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา

ระบุคนร้ายคล้ายแขกขาว

นายเฉลิมเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 17 ส.ค. รับชายผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดจากหน้าตึกชาญอิสระทาวน์เวอร์ 1 ถนนพระราม 4 ไปส่งสถานีรถไฟหัวลำโพง ด้านริมคลองผดุงกรุงเกษม จำได้ว่าชายคนดังกล่าวพูดภาษาไทย แต่สำเนียงเป็นชาวต่างชาติ บอกจุดหมายปลายทางเพียงคำว่า “หัวลำโพง” ลักษณะใบหน้ารูปพรรณสัณฐานคล้ายแขกขาว อายุประมาณ 30 ปี สูงประมาณ 178 ซม. ไม่ทราบสัญชาติ ผมหยิกสีน้ำตาล สวมแว่นตากรอบดำ เสื้อยืดคอกลมสีเหลือง กางเกงสามส่วน สวมรองเท้าผ้าใบลายดำ-แดง ใส่ปลอกแขนคล้ายต้องการอำพรางรอยสักหรือตำหนิ นั่งอยู่เบาะหลังด้านซ้าย ระหว่างทางไม่มีการติดต่อทางโทรศัพท์กับผู้ใด ไม่ได้สังเกตว่านำกระเป๋าเป้มาด้วยหรือไม่ พอถึงที่หมายก็พูดภาษาไทยสำเนียงภาษาอังกฤษบอกว่า “จอด” มิเตอร์คิดค่าโดยสาร 61 บาท ก่อนจ่ายค่ารถเป็นธนบัตรใบละ 100 บาทให้ และได้รับเงินทอนไป 20 บาท จากนั้นจึงขับรถกลับบ้านย่านฝั่งธนฯ ทั้งนี้ไม่ทราบเรื่องการก่อเหตุ เพิ่งมาทราบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ภายหลังตำรวจประสานกับพี่สาว จึงรีบเดินทางเข้าให้การในฐานะพยาน พร้อมนำรถเข้าตรวจหาหลักฐาน

...

ยอดนักท่องเที่ยวยังปกติ

วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.แถลงถึงสถานการณ์หลังเหตุระเบิดผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า เป็นที่น่ายินดีที่บรรยากาศโดยรวมของการท่องเที่ยวในประเทศอยู่ในระดับปกติ จำนวนนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดคงมีอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแจ้งว่า สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยยังอยู่ในระดับปกติ ส่วนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เมื่อเย็นวันที่ 25 ส.ค.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมในทุกพื้นที่โดยเฉพาะใน กทม. อาทิ เอเชียทีค ประตูน้ำ และสถานที่ท่องเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับรถ จยย.รับจ้าง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเอกชน เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนภัยและชี้เบาะแสต่างๆ

วอนเอกชนติดกล้องเพิ่ม

โฆษก คสช.ยังกล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือไปยังสถานที่ราชการ สถานประกอบการและเจ้าของอาคารต่างๆ ช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ให้สามารถใช้การได้จริง รวมทั้งปรับมุมกล้องและความละเอียดของภาพให้สามารถใช้ตรวจสอบบุคคลได้อย่างชัดเจน หากเป็นไปได้อาจให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อให้สังคมและประชาชนมีความปลอดภัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เจ้าหน้าที่อาจมีความจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการในการตรวจค้นบุคคล ประชาชนอาจไม่ได้รับความสะดวกบ้างในบางกรณี

เตรียมเช็กบิลพวกโทร.ป่วน

“สำหรับความห่วงใยเกี่ยวกับความคืบหน้าของการสืบสวนคดี ขอขอบคุณในความห่วงใยดังกล่าว แต่เนื่องจากการดำเนินการจะต้องกระทำอย่างรอบคอบและต้องพิจารณาให้ครอบคลุมในทุกมิติ ความคืบหน้าในบางประเด็นไม่สามารถที่จะเปิดเผยให้ทราบ เนื่องจากมีความละเอียดอ่อนอาจส่งผลต่อรูปคดี อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้รับทั้งของเจ้าหน้าที่และข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยข่าวมิตรประเทศทำให้การสืบสวนคดีมีความก้าวหน้าตามลำดับ และขอขอบคุณในความร่วมมือของประชาชนที่ได้กรุณาแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์มายังเบอร์โทรศัพท์สายด่วน 1515 สำหรับผู้ที่โทรศัพท์มาก่อกวนหรือเจตนาให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ เจ้าหน้าที่จะบันทึกและตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์เหล่านั้นไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย” พ.อ.วินธัยกล่าว

...

ต้องยกเครื่องระบบ รปภ.ใหม่

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีของงบติดตั้งระบบไบโอเมทริกซ์ ว่า ในเรื่องเครื่องมือได้พูดขออนุมัติงบประมาณมานานแต่ไม่เคยได้รับ ส่วนเหตุระเบิดครั้งนี้สะท้อนวิกฤตการณ์ยกเครื่องระบบความปลอดภัยเป็นปัญหาหมักหมมมานาน เครื่องมืออุปกรณ์มีไม่เพียงพอ กล้องวงจรปิดไม่มี ภาพที่ได้ออกมาไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ใช้ประโยชน์กล้องวงจรปิดไม่ได้เต็มที่ ไม่เหมือนต่างประเทศที่มีการนำเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ในการจับภาพคนร้ายและกล้องเตือนวัตถุต้องสงสัย เพื่อใช้ในการป้องกันเหตุมากกว่ารอให้เกิดเหตุมาแล้วค่อยติดตามคนร้าย ขอมาหลายรัฐบาลไม่เคยได้ ผบ.ตร.อยากสะท้อนให้เห็นว่าตำรวจมีปัญหาเรื่องใดบ้าง ต้องการใช้วิกฤติเป็นโอกาสยกเครื่องประสิทธิภาพในระบบการป้องกันมากขึ้น อย่าปล่อยให้มีเหตุแล้วมาแก้ไขกัน โดยเฉพาะเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ในพื้นที่เซฟตี้โซนแยกราชประสงค์ แหล่งชุมชน การไฟฟ้า รถใต้ดิน เป้าหมายพื้นที่เสี่ยงเหมือนกับในต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่ทันสมัย

ยันมือบึมไป รพ.จุฬาฯจริง

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมามีการแจ้งเบาะแสคนร้ายมาที่ตำรวจ แต่ตรวจสอบรูปพรรณ ลักษณะคนร้ายไม่ได้ เนื่องจากภาพที่ได้ไม่ชัดเจน ระบุไม่ได้ว่าเป็นผู้หญิง ชาย หรือชาวต่างชาติจะ พยายามทำให้คมชัด แต่ด้วยอุปกรณ์กล้องที่ทำได้แค่นั้น ทำให้ไม่เคยบอกว่าเป็นชาวต่างชาติ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน ส่วนภาพคนร้ายเข้าไปใน รพ.จุฬาลงกรณ์ มีรายงานว่าชุดสืบสวนมีข้อมูลคนร้ายไปอยู่ใน รพ.จุฬาลงกรณ์จริง แต่ไม่มีภาพกล้องวงจรปิดของ รพ.จุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นข้อมูลในการสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับคนร้าย

ตรวจสอบแฮกโยงบึม กทม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มอ้างตัวเป็นมุสลิมตูนิเซียเข้าแฮกเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการไทยว่า การเข้าไปเจาะข้อมูลหรือแฮกข้อมูลทางเว็บไซต์สามารถเกิดขึ้นได้ การแฮกข้อมูลไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายกับข้อมูล กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต้องเฝ้าระวังและดูแลป้องกันภัยคุกคามลักษณะนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเชื่อมโยงเหตุระเบิดแยกราชประสงค์หรือไม่ คสช.ต้องทำการตรวจสอบต่อไป ไม่อยากให้ตื่นตระหนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการขยายความหรือตีความในทางที่ไม่ถูกต้อง จะยิ่งเป็นประโยชน์กับผู้ก่อเหตุ

นายกฯไม่หวั่นข้อมูลโดนแฮก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มมุสลิมตูนิเซียแฮกข้อมูลเข้าไปในเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐว่า ได้รับรายงานแล้ว สั่งการให้ตรวจสอบไปแล้วว่าจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กระทำ ข้อมูลในประเทศไทยบางอย่างไม่ได้มีความลับอะไรมากมายขนาดนั้น อะไรที่เป็นความลับมีระบบป้องกันไม่ สามารถแฮกเข้าได้ จากนี้ไปต้องหามาตรการเพิ่มเติม อาทิ เครื่องมือป้องกันดูแลเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย

ไฟเขียวซื้อ “ไบโอเมทริกซ์”

ส่วนความเป็นไปได้ในการจัดซื้อเครื่องไบโอเมทริกซ์ สำหรับตรวจสอบรูปหน้า ลายพิมพ์ นิ้วมือ และแววตาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะเร่งให้เร็วที่สุด มีเสนอมาแล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ สั่งการให้คณะกรรมการไอซีทีไปดูคุณภาพ ประสิทธิภาพดีครบถ้วนหรือไม่ ระยะที่ 1 ควรมีแค่ไหน ต้องพร้อมเพิ่มเติมในระยะ 2-3 ต่อไปในอนาคตด้วย ไม่ใช่ซื้อทีเดียวจบ วันหน้าจะซื้อใหม่อีกทั้งระบบไม่ได้ ต่อไปนี้ต้องเป็นระบบหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการใช้เทคโนโลยีเพราะปรับกระทรวงไอซีทีใหม่แล้ว ดังนั้นไอซีทีจะเป็นคนดูแลเรื่องเหล่านี้ ตนกำชับไปแล้ว

กทม.ยันกล้องใช้การได้ดี

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผอ. สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ร่วมชี้แจงกรณีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของ กทม. ว่าจากเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อสนับสนุนการทำงานของฝ่ายความมั่นคง บริเวณที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 107 ตัว มีชำรุด 4 ตัว ตามอายุการใช้งานและซ่อมแซมไม่ได้ชำรุดมากหรือไม่มีประสิทธิภาพ โดยที่เกิดเหตุชำรุดเพียง 1 ตัว ไม่ได้ทำให้รูปคดีเสีย โปรดอย่าเอาความบกพร่องของกล้องบางจุดมาตีความว่ากล้องวงจรปิดทั่ว กทม.ไร้ประสิทธิภาพ ส่วนที่เห็นภาพไม่ชัดเจนน่าจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระยะห่าง ประเภทของกล้อง เช่น กล้องวงจรปิดเพื่อความมั่นคง และกล้องวงจรปิดเพื่อการจราจร ยืนยันว่ากล้องทั้งหมดของ กทม.มีมาตรฐาน สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สนับสนุนภาพกล้องวงจรปิดแก่ฝ่ายความมั่นคงอย่างเต็มที่ตามที่ร้องขอ 48 ครั้ง เพื่อใช้ในการสืบสวนและนำไปประกอบคดี ส่วนนายทวีศักดิ์กล่าวว่า กทม.มีทีม ซ่อมแซมออกตรวจพื้นที่ทั้งหมด 5 ทีม สลับหมุนเวียนกันทุก 15 วัน

มท.1 เหน็บอย่ารอให้สั่ง

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่เกิดเหตุระเบิดชำรุดเสียหายหลายตัว จนทำให้การติดตามเบาะแสคนร้ายเป็นไปได้ยากว่าจะรับเรื่องดังกล่าวไปดูแลและสั่งการให้ตรวจสอบความพร้อมใช้งาน ทั้งนี้เมื่อกล้องเสียก็ควรซ่อมอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องให้ตนไปสั่งการ

จัดระเบียบสื่อและประชาชน

อีกด้าน ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดว่า เป็นบทเรียนและประสบการณ์ที่สำคัญ สำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร สำนักข่าวกรองแห่งชาติและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขณะนี้พยายามจัดการสถานการณ์ต่างๆ ให้กลับคืนสู่ปกติอย่างรวดเร็ว สร้างสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัย ทำงานได้สะดวก กันพื้นที่ บริหารจัดการข่าว แต่ยังประสบปัญหาการปฏิบัติของสื่อมวลชนและประชาชน ปลูกจิตสำนึกไม่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งการเข้าไปทำข่าว-ภาพ โดยไม่ลิดรอนสิทธิผู้อื่น ส่วนประชาชนต้องตระหนักทำอย่างไรไม่เข้าไปมีส่วนทำให้ข่าวลือแพร่สะพัดสร้างความสับสน

สั่งปรับมาตรฐานเงินเยียวยา

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่ออีกว่า ส่วนการเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นที่ทราบกันชาวต่างชาติที่เสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวไทยมากพอสมควร นายกฯต้อง การให้ดูแลคนไทยและคนต่างชาติอย่างเท่าเทียมกัน จึงมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียดเพื่อให้ได้รับการดูแลในอัตราส่วนใกล้เคียงกัน รวมถึงการดูแลที่ต่อเนื่อง เช่น เจ็บป่วย ทุพพลภาพที่ต้องกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิด การแบ่งเบาภาระการเดินทาง ส่วนผู้ที่รักษาตัวในไทย ต้องช่วยเหลือด้านที่พัก ค่าเดินทางญาติ คำนึงถึง 3 ประเด็นคือ 1.จำนวนเงินจะต้องมีมากพอ ไม่ให้รู้สึกว่าน้อยเกินไปต่อสิ่งที่สูญเสีย 2.จากจำนวนเงินที่มากขึ้นนั้นมีกฎหมายใดรองรับ และ 3.ผู้บาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพจะช่วยเหลืออย่างไร โดยจะบูรณาการจากแหล่งเงินเยียวยาของกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรี

เตรียมบูรณะศาลพระพรหม

ที่ศาลพระพรหม เอราวัณ แยกราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหมโรงแรมเอราวัณ ได้สั่งให้ทีมช่างนำนั่งร้านมาตั้งรอบองค์ท้าวมหาพรหม และนำผ้าขาวมาปิด เพื่อเตรียมสถานที่รอทีมช่างสิบหมู่ของกรมศิลปากรมาบูรณะในวันที่ 26 ส.ค. พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนได้มาสักการะตามปกติ จึงมีพลังศรัทธาจากชาวไทยและต่างชาติเดินทางมากราบไหว้ ถวายสิ่งของเพื่อขอพรองค์พระพรหมกันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่หนาแน่นเท่าช่วงก่อนเกิดเหตุ โดยมีทหารเฝ้าพื้นที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

สื่อนอกจับตาหัวรุนแรงเติร์ก

มีรายงานว่าวันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าววอยซ์ออฟอเมริกา หรือวีโอเอ รวมถึงนิตยสารฟอร์บส์ของสหรัฐฯ เปิดเผยการวิเคราะห์กรณีเหตุลอบวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ใน กทม. ของ นายแอนโทนี่ เดวิส นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงของวารสารความมั่นคงไอเอชเอส เจน’ส ของสหรัฐฯ ในระหว่างการประชุมสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือเอฟซีซีที โดยมองว่าทางการไทยควรจับตากลุ่มชาตินิยมฝ่ายขวาหัวรุนแรงในตุรกี ที่เรียกว่ากลุ่มเกรย์ วูล์ฟส (Grey Wolves) ว่ามีส่วนเชื่อมโยงในเหตุระเบิดครั้งนี้หรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าตั้งใจโจมตีสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน และกลุ่มเกรย์ วูล์ฟส เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บุกสถานกงสุลไทยในนครอิสตันบูล ตุรกี เมื่อวันที่ 9 ก.ค. เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ทางการไทยส่งตัวผู้อพยพชาวมุสลิมอุยกูร์กลับจีน 109 คน ทั้งนี้ นายเดวิสยังกล่าวด้วยว่า เหตุที่กลุ่มเกรย์ วูล์ฟส มีความเชื่อมโยงมากกว่ากลุ่มหัวรุนแรงหลักๆ อาทิ กองกำลังรัฐอิสลามไอเอส หรืออัล-เคดา เป็นเพราะกลุ่มหลักๆเหล่านั้นจะรีบประกาศตัวว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุทันที ต่างจากเหตุระเบิดครั้งนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงตัวรับผิดชอบ

อาเซียนร่วมต้านก่อการร้าย

เย็นวันเดียวกัน อาเซียนออกแถลงการณ์ร่วมต่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ระบุว่าประเทศสมาชิกอาเซียน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทย รวมทั้งครอบครัวของเหยื่อจากเหตุการณ์ พร้อมขอประณามการกระทำดังกล่าว เช่นเดียวกับที่ประณามการก่อการร้ายทุกรูปแบบไม่ว่าจะมีแรงจูงใจจากสาเหตุใด ที่ใดและเมื่อไร จากกลุ่มคนใดก็ตาม ทั้งนี้อาเซียนจะร่วมมือกับประชาคมโลกเพื่อเสริมสร้างการต่อต้านการก่อการร้ายในทุกรูปแบบ พร้อมแสดงความเป็นหนึ่งเดียว กับรัฐบาลและประชาชนชาวไทย สนับสนุนความพยายามในการนำตัวผู้ก่อเหตุครั้งนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม