อดีตนักร้องลูกทุ่งชาวตรัง ‘สารสินทร์ ปิ่นทอง’ ในวัย 55 ปี ต้องผจญทุกขเวทนาจากอาการเจ็บป่วย ทั้งเบาหวาน ไตวาย หมอแนะนำให้ฟอกไต แต่เจ้าตัวสงสารเมียที่ทำงานหาเงินอยู่คนเดียว จึงจะไม่ฟอก พร้อมวอนผู้ใจบุญช่วยจ้างไปร้องเพลงเพื่อจะหาเงิน...
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ส.ค. 58 ที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า นายวิชานันท์ หรือ มนูญ ศรีผอม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/5 ถ.โรงพัก ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง อดีตนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ‘สารสินทร์ ปิ่นทอง’ ได้ล้มป่วยเป็นโรคไตและเบาหวาน อาการทรุดหนักเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา แพทย์ลงความเห็นว่ามีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 14 เดือน
นายวิชานันท์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวด้วยอาการอ่อนแรง ว่า เมื่อก่อนตนเป็นนักร้อง เคยร้องทั้งในคาเฟ่ และขึ้นแสดงคอนเสิร์ตกับศิลปินชื่อดังมากมาย มีลูก 2 คนกับภรรยาเก่า ปัจจุบันแต่งงานกับนางมนพร ศรีผอม หรือเล็ก และอยู่กินกันมากว่า 10 ปี โดยเมื่อปี 2547 พบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคเบาหวาน และอาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ จนต้องตัดนิ้วเท้าด้านซ้ายออกไปบางนิ้ว ส่วนสายตาก็พร่ามัว เคยรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แต่ไม่ดีขึ้น ปัจจุบันไม่มีงานทำ อาศัยภรรยาคอยดูแล พร้อมทำงานหาเลี้ยงตนและครอบครัว ซึ่งตนรู้สึกสงสารภรรยามาก ไม่อยากสร้างภาระเพิ่ม
อดีตนักร้อง กล่าวต่อว่า ตอนนี้เงินเก็บที่เคยมีก็หมดแล้ว ต้องขายบ้านแล้วไปอาศัยอยู่กับพี่สาว ล่าสุดเพิ่งเจาะคอเพื่อทำเส้นฟอกไต จ่ายไปกว่า 7,000 บาท แพทย์แนะนำให้ฟอกไต แต่ตนไม่อยากสร้างภาระให้ภรรยาอีก จึงตัดสินใจว่า จะไม่ฟอกไตแล้วแต่ชะตากรรม แต่หากมีผู้ใจบุญท่านใด จะจ้างตนไปร้องเพลง ตนก็พร้อมจะไปทำงานเพื่อแลกกับเงินมาหาเลี้ยงครอบครัวและรักษาตัว ตอนนี้ตนยังคงเดินได้ นั่งได้ ยังมีแรงพอจะร้องเพลงได้ หากใครที่อยากจะช่วยเหลือตน ก็ขอให้ช่วยเหลือด้วยการจ้างตนไปทำงานจะดีกว่า
...
ด้านนางมนพร กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตาเปื้อนใบหน้าว่า ตั้งแต่อยู่กินกับนายวิชานันท์ มากว่า 10 ปี ก็ดูแลกันมาตลอด เมื่อตอนที่นายวิชานันท์ ยังทำงานได้ก็ช่วยกันทำมาหากิน แต่พออาการทรุดลง ทำงานไม่ได้ ตนจึงเป็นคนทำงานอยู่คนเดียว ซึ่งมีภาระทั้งค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน และค่ารักษาพยาบาลของสามีด้วย ตอนนี้รายได้ที่ได้ต่อวัน วันละ 200-300 บาท ไม่เพียงพอ เมื่อก่อนเคยเช่าบ้านอยู่แต่ตอนนี้ต้องไปอาศัยบ้านของพี่สาวของนายวิชานันท์ ตนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือสามีได้มากกว่านี้ อยากให้สามีได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด แต่ด้วยเงินรักษาไม่มี ก็ต้องให้สามีเป็นผู้ตัดสินใจเอง
"แพทย์แนะนำให้สามีได้รับการฟอกไต เพราะจะช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยไปได้อีกระยะหนึ่ง แต่การฟอกไตต้องมีคนคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา และมีค่าใช้จ่ายมาก จึงให้สามีตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะยอมฟอกหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าสามีจะตัดสินใจอย่างไรก็จะเคารพในการตัดสินใจของเขา ตอนนี้รายได้ในแต่ละวันแทบจะไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมีหนี้นอกระบบหลายหมื่นบาท จนกลัวว่าเจ้าหนี้จะมาตามทวงเงิน ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ตลอด จึงอยากวิงวอนผู้ใจบุญที่อยากให้ความช่วยเหลือสามี สามารถโอนเงิน มาได้ที่ธนาคารอิสลาม บัญชีชื่อ นางมนพร ศรีผอม เลขที่ 050-1-07513-5" นางมนพร กล่าว
ประวัติส่วนตัวนายวิชานันท์ หรือมนูญ ศรีผอม เป็นนักร้องลูกทุ่งใช้ชื่อ ‘สารสินทร์ ปิ่นทอง’ บ้านเกิดอยู่ ต.น้ำผุด (เขาหลัก) อ.เมืองตรัง เริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุยังน้อย จนเมื่อโตมาได้มีโอกาสมาอยู่กับนักจัดรายการ ป.ปลา ตากลม และชนะเลิศการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งบนเวทีฉัตรทองมงคลทอง ได้รับรางวัลสร้อยทองคำ หนัก 2 บาท เมื่อปี 2518-2520 สมัยที่หมู่บ้านเป็นพื้นที่สีแดง นายวิชานันท์ได้ตัดสินใจไปอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งของสุริยา ชินพันธ์ ได้ค่าตัวคืนละ 180 บาท อยู่ได้ประมาณ 2 ปีเศษก็ต้องสลายตัวเพราะเจ้าของวงตัดสินใจยุบวง มีเพื่อนในวงชื่อ เดือนเพ็ญ อำนวยพร รุ่งระวี ณ หนองแค ศรศรี คีรีพันธ์
หลังจากออกจากวงดนตรีของสุริยา นายวิชานันท์ ได้แต่งงานกับนางพรรณี เทพดี มีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นผู้ชายทั้งคู่ ต่อมาก็ได้เข้าร้องเพลงประจำอยู่ที่ รีแล็กซ์ผับ ผับชื่อดังใต้โรงหนังเพชรรามา โดยทำงานอยู่ที่ผับแห่งนี้ได้ 2 ปี แล้วย้ายไปอยู่กับมโนราห์ เฉลิมทอง แฉล้ม ได้ไม่ถึง 1 ปี ก็ย้ายไปทำงานอยู่กับฉัตรทอง มงคลทอง ได้ประมาณ 3-4 เดือน กลับไปอยู่กับครอบครัวอีกครั้งและได้รู้จักกับสกล อนันตวิชัย นักจัดรายการชื่อดัง มีโอกาสได้ทำเพลง 1 ชุด ชื่อชุด ช้ำรักจากเมืองใต้ อดีตรักบ้านนา รวม 12 เพลง เคยเป็นนักร้องทีม 7 หนุ่มตังเก 7 สาวชาวเล มี พนา พรพิษณุ ให้การส่งเสริมมาโดยตลอด
ประมาณปี 2543 เริ่มรู้ตัวมีอาการป่วย แพทย์ตรวจพบเป็นเบาหวาน และมาเมื่อปี 2557 แพทย์ตรวจพบโรคไต ทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพมาตลอด แต่ด้วยความมานะอดทนและต้องทำงาน จึงไปขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่หน้าโรงแรมธรรมรินทร์ ธนา อยู่ประมาณ 10 ปี จนอาการเริ่มทรุดไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และต้องเข้าออกโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เงินเก็บที่เคยมีก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ กระทั่งเข้ารักษาตัวเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา และตัดสินใจไม่ฟอกไตตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะไม่มีเงินรักษาตัว.