ตร.เชียงใหม่ สาวคดีฆ่าแล้วเผาหญิงสาวในป่าละเมาะ บ้านหนองแฝก อ.สารภี พบจุดฆ่า และรถยนต์เช่าที่นำศพไปเผาทำลายโดยได้หลักฐานมัดแน่น ขณะที่ญาติผู้ตายเชื่อว่าหนุ่มที่ฆ่าเชื่อว่าหนีคดีฉ้อโกง แล้วยังเคยก่อคดีแบบเดียวกันที่ระยอง...
จากกรณีคดีสะเทือนขวัญ ตำรวจ สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้พบศพหญิงสาวถูกฆ่าเผาอยู่ในป่าละเมาะหมู่ 5 บ้านหนองแฝก ต.หนองแฝก อ.สารภี เหลือหลักฐานที่บริเวณฟันมีการดัดฟันด้วยลวดสีเขียว และมีกล่องสี่เหลี่ยมคล้ายกระเป๋าเดินทางแต่ถูกเผาไหม้เกือบหมด เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นหญิงสาวถูกลวงมาจากที่อื่น ฆ่าแล้วเผา ทาง พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภาค 5 ได้มอบให้ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ลงมาคลี่คลายคดีนี้ จนมีพยานเป็นญาติมายืนยันว่าศพที่ถูกเผาเป็น น.ส.ลลิตา โชคชัชวาลย์ อายุ 25 ปี มีบ้านเดิมเลขที่ 3/4 หมู่ 6 ต.บึงศาล อ.องครักษ์ จ.นครนายก ทำงานอยู่บาร์เบียร์ย่านพัทยา จ.ชลบุรี โดยหญิงสาวผู้ตายมากับ นายราชวัตร แก้วกรมรัตน์ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 136 หมู่ 2 ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ ซึ่งในเวลานี้ถูกจับในคดีฉ้อโกงทรัพย์อยู่เรือนจำพัทยา และมีการรับสารภาพว่าก่อคดีฆ่าแล้วเผาในพื้นที่ จ.ระยอง ส่วนฆ่าเผาที่เชียงใหม่ยังให้การภาคเสธ แต่กล้องวงจรปิด โครงการโปลิศอาย ได้บันทึกภาพนายราชวัตรเดินทางมาเชียงใหม่กับ น.ส.ลลิตา ชัดเจน ในช่วงเดินทางกลับไปคนเดียวตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ.5 พร้อมทั้ง พ.ต.อ.ไพรัช คุ้มล้อมล้วน ผกก.สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 พ.ต.ท.ฐานันดร วิทยาวุฑฒิกุล นวท.3 งาน พฐ.เชียงใหม่ ได้นำรถยนต์ซูซูกิ คาริเบียน สีดำ ทะเบียน กข 6160 เชียงใหม่ เป็นคันที่พยานระบุว่าได้เช่าจากร้านเช่าก่อนที่จะนำไปใส่กระเป๋าที่บรรจุศพนำไปเผาทำลาย โดยก่อนหน้านี้ทางตำรวจได้เข้าไปค้นห้องพักที่โรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่ย่านแจ่งหัวริน ได้พบหลักฐานหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นชุดเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงที่ น.ส.ลลิตา โชคชัชวาลย์ ผู้ตาย ซื้อไว้เพื่อจะนำฝากญาติที่บ้าน และยังพบขวดพลาสติกชาผสมมะนาว ที่คาดว่าคนร้ายอาจจะวางยาเหยื่อก่อนลงมือสังหาร สำหรับการค้นรถยนต์ที่นำมา เนื่องจากมีผู้เช่าไปหลังจากเกิดเหตุถึง 2 รายจนเกรงว่าหลักฐานในรถจะเหลือไม่มาก เนื่องจากถูกทำความสะอาดไปบ้างแล้ว
...
พล.ต.ต.ปชา ได้เผยว่า ในคดีนี้คืบหน้าไปมากแล้ว ตัวผู้ตายก็คือ น.ส.ลลิตา โชคชัชวาลย์ แน่นอน 100 เปอร์เซ็นแล้ว ส่วนคนร้ายรายนี้บ่งชัดจากพยานหลักฐานที่พบจากกล้องวงจรปิด มั่นใจว่าคนร้ายเป็นนายราชวัตร แก้วกรมรัตน์ ในขณะนี้ต้องหาจุดที่ลงมือฆ่าเหยื่อ ในขณะนี้ทราบว่าคนร้ายไปพักโรงแรมถึง 3 แห่ง ทั้งย่านสันติธรรม ย่านแจ่งหัวริน และย่านเชียงใหม่อาเขต โดยตามรูปการณ์ นายราชวัตร เดินทางมาเชียงใหม่กับ น.ส.ลลิตา เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 5 ส.ค. จากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 10.30 น. ได้ไปเช็กอินที่โรงแรมย่านแจ่งหัวริน โดยตามหลักฐานเป็นเช็กอินคนเดียว ซึ่งอาจจะเป็นเพราะได้หลอกเหยื่อว่าเป็นคนสิงคโปร์ เวลาไปเช็กอินหากใช้บัตรประชาชนไทย เหยื่อจะรู้ตัว
จากนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. วันเดียวกัน นายราชวัตร ได้แบกกระเป๋าลงมาจากห้องพักและให้พนักงานโรงแรมเรียกรถตุ๊กตุ๊กให้ และได้ให้คนขับรถตุ๊กมาช่วยยกกระเป๋าไปใส่ไว้ในรถ และให้ไปหาโรงแรมที่เป็นโรงแรมชั้นเดียวที่ย่านเชียงใหม่อาเขต จากนั้นก็ให้ยกกระเป๋าไปไว้ในห้องที่โรงแรม เมื่อได้ห้องแล้วก็ให้คนขับรถตุ๊กตุ๊กให้พาไปหาที่เช่ารถยนต์ ก็ไปได้ร้านเช่ารถยนต์ที่บริเวณถนนสามล้าน ได้เช่ารถยนต์ซูซูกิคาริเบียน สีดำ จากนั้นเชื่อว่าจะมีการนำศพไปทำลายแล้ว พอตอนประมาณ 22.00 น. ก็ไปเช็กอินที่โรงแรมย่านสันติธรรมเพื่อเข้าพัก และจนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 6 ส.ค.ได้เช็กเอาต์ออกจากโรงแรมไปที่สถานีเชียงใหม่อาเขต จากนั้นเวลา 15.30 น. ได้ขึ้นรถทัวร์นครชัยแอร์ออกจากเชียงใหม่ไปคนเดียว ดังนั้นห้วงที่นำศพไปทำลายจะเป็นช่วงกลางคืนวันที่ 5 ส.ค. โดยจุดที่สังหารเหยื่ออาจจะบีบคอหรือวางยาจนเสียชีวิตในช่วงเวลาที่เข้าห้องพักโรงแรมช่วงกลางวันของวันที่ 5 ส.ค.นี้
ดังนั้นในคดีนี้ถือว่าตำรวจเดินทางถูกทาง ทั้งพยานหลักฐานต่างๆ ที่เพียงพอจะขออำนาจศาลออกหมายจับกุมตัวนายราชวัตร คนร้ายฆ่าต่อเนื่องได้แน่นอน.