เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปสาเหตุตำรวจ 191 เมืองน่าน ก่อเหตุฆ่ายกครัว 4 ศพ คาดอาจมาจากความเครียดเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว เพื่อนตำรวจด้วยกันระบุ เห็นมีปากเสียงกับเมียบ่อยครั้ง เรื่องไม่เวลาให้ จึงเกิดระแวงหึงหวง...
จากเหตุสลด จ.ส.ต.สิทธิศักดิ์ วังสาร อายุ 40 ปี สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เครียดจัด ตัดสินใจลงมือฆ่าเมีย และลูกชายฝาแฝด ก่อนยิงตัวตายตามยกครัว 4 ศพ ภายในบ้านพักหมู่ 9 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน ตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่มีใครพบเห็น กระทั่งเพื่อนของภรรยามาตาม เนื่องจากไม่ไปทำงานหลายวันและติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ อีกทั้งยังเห็นความผิดสังเกตว่ารถยนต์จอดอยู่ภายในบ้าน เมื่อปีนบ้านเข้าไปดูจึงพบว่าเป็นศพขึ้นอืดแล้ว
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค. 58 พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จ.น่าน และ พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง รอง ผบก.ภ.จ.น่าน พร้อมด้วยข้าราชการเพื่อนตำรวจ นายแพทย์ เจ้าหน้าที่พยาบาล เพื่อนและญาติพี่น้อง ทั้ง 2 ฝ่าย ได้พากันไปไว้อาลัยและเคารพศพผู้ตายที่ห้องเก็บศพ โรงพยาบาลน่าน ก่อนที่ส่งศพทั้งหมดผ่าตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดที่โรงพยาบาลแพร่ เนื่องจากพบว่าสภาพศพนอกจากถูกยิงที่ศีรษะแล้ว ยังมีลักษณะคล้ำดำมาก และที่ศพเด็กชายฝาแฝดมีน้ำลายฟูมออกมาจากปาก ซึ่งผู้เป็นพ่ออาจมีการวางยาพิษก่อนลงมือยิง โดยผลตรวจจะสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ รวมถึงแนวทางสรุปสาเหตุได้
...
ด้านพ่อแม่ของ จ.ส.ต.สิทธิศักดิ์ เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นคนอารมณ์ดี ไม่เคยเล่าเรื่องปัญหา ทุกข์ใจอะไรให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินไม่มีแน่นอน ยังคงส่งเงินให้พ่อแม่ใช้เป็นประจำ จึงยังสงสัยสาเหตุที่ลูกชายตัดสินใจฆ่าลูกเมียและตัวเองในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ตายเป็นคนร่าเริงและรักครอบครัวมาก โดยเฉพาะบุตรชายฝาแฝด ซึ่งเป็นเด็กเรียนดี มีความสามารถด้านศิลปะ เป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าแข่งขัน และชนะในระดับประเทศ
ขณะที่พ่อภรรยาของจ.ส.ต.สิทธิศักดิ์ เปิดเผยว่า ลูกสาวรับราชการเป็นเสาหลักของครอบครัวของตน หลังจากที่ได้มีญาติโทรศัพท์แจ้งว่าลูกสาวถูกสามียิงเสียชีวิตพร้อมกับหลานชายที่เป็นฝาแฝดในครั้งนี้ ผู้เป็นแม่ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ยังไม่ทราบว่าลูกสาวและหลานเสียชีวิต ทั้งนี้ยังไม่มีใครกล้าบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบ ส่วนนิสัยของลูกสาวนั้นเป็นคนเรียบร้อย รักครอบครัว ทุกครั้งที่มีปัญหาจะมาปรึกษาเกือบทุกเรื่อง ไม่นึกว่าจะพบเห็นลูกสาวพร้อมหลานเป็นครั้งสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปถึงสาเหตุความกดดันที่ทำให้ จ.ส.ต.สิทธิศักดิ์ ลงมือครั้งนี้ แต่ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจมาจากความเครียด ซึ่งอาจมาจากเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เนื่องจากเพื่อนตำรวจที่สนิทใกล้ชิดพบเห็นว่าผู้ตายมีปากเสียงกับภรรยาบ่อยครั้ง เรื่องไม่มีเวลาให้ครอบครัว ทำงานเข้าเวรกลางคืนที่โรงพยาบาลบ่อยๆ ซึ่งอาจระแวง หึงหวงได้ ทั้งนี้จะได้สอบสวนทั้งญาติ เพื่อนบ้านใกล้เคียง และผู้ใกล้ชิดเพื่อหาข้อสรุปสาเหตุอีกครั้ง.