สายวันที่ 23 ส.ค. ที่ศาลาอเนกประสงค์ต.หนองแรด อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พล.อ.ณพล คชแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก หัวหน้าคณะทำงานกิจการพลเรือนและมวลชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 สน.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ร่วมทำโครงการประชาพิจารณ์กับชาวบ้าน นำร่องสอบถามความต้องการการก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าโซล่าฟาร์ม เป็นโครงการสนับสนุนพสกนิกรรอบอ่าวปัตตานีสันติสุข มีประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างนำร่องร่วมลงชื่อทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ 2,000 คน
สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมนี้ เป็นโครงการทางเลือกนำร่องช่วยเหลือพสกนิกรรอบอ่าวปัตตานีรวม 10 ตำบล ให้มีกระแสไฟฟ้าเพียงพอและทั่วถึงกับจำนวนผู้ใช้ที่มีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถขายพลังงานไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเป็นรายได้กลับสู่ชุมชน มีการบริหารจัดการ การคืนผลกำไร และผลประโยชน์ต่างๆให้กับประชาชนในพื้นที่ในรูปแบบสหกรณ์ชุมชนอีกด้วย
นายมาหามะปอไซ ลันจา กำนัน ต.หนองแรด กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยและต้องการให้เกิดโครงการจัดสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสง
อาทิตย์เพราะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการบริหารจัดการก็จะออกมาในลักษณะของสหกรณ์ชุมชนมีการจ้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ช่วยแก้ไขปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในพื้นที่ เพราะช่วงหลังมักเกิดกระแสไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับบ่อยขึ้น และปัญหาจากพื้นที่ห่างไกล ยังคงเกิดเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง การป้องกันและการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างยามค่ำคืน การก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานงานแสงอาทิตย์ไว้ในพื้นที่ต่างๆจะเป็นการช่วยเสริมด้านการป้องกันได้อีกทางหนึ่งด้วย
...
พล.อ.ณพล คชแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก หัวหน้าคณะทำงานกิจการพลเรือนและมวลชน กอ.รมน.ภ.4 สน. กล่าวว่า โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรไทยรอบอ่าวปัตตานี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะประเทศไทยเรามีพลังงานที่บริสุทธิ์อยู่เพียงไม่กี่ประเภท เรื่องของพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ และสิ่งสำคัญที่ต้องการเป็นอย่างยิ่งคือ เป็นโครงการของประชาชน มีมติและความคิดเห็นในการดำเนินการโดยประชาชน แล้วผลประโยชน์ต่างๆก็จะตกไปสู่ประชาชน โดยการ
บริหารจัดการด้วยองค์กรของสหกรณ์และมีประชาชนเป็นเจ้าของร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หากการทำประชาพิจารณ์เสร็จสิ้นแล้ว ทุกฝ่ายเห็นด้วยจะสามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จได้ภายใน 9 เดือน.