แหล่งซ่องสุมทั่วกรุง ล่าแท็กซี่เขียวเหลือง รับมือบึมส่งหัวลำโพง
ตำรวจชุดคลี่คลายคดีบึมสะท้านกรุงปูพรม ค้นหาเบาะแสคนร้ายย่านสาทร-นราธิวาส-ราชนครินทร์ หลังพบมีทางเชื่อมถึงกัน พบระเบิดทั้ง 2 จุดโยงกัน ประกอบโดยต่างชาติ จุดระเบิดด้วยสัญญาณโทรศัพท์ หรือสัญญาณไวไฟ การข่าวประเมินน่าประกอบขึ้นมามากกว่า 2 ลูก ล่าสุดพบแบงก์ 20 ของคนร้ายเสื้อเหลืองมือบึม จ่ายให้โชเฟอร์ตุ๊กตุ๊กเป็นค่าโดยสาร ส่งไปเก็บดีเอ็นเอไว้เพื่อรอตรวจเปรียบเทียบ ด้านการคุมตัว พงส.สน.สำเหร่ ที่โพสต์ป่วนไปสอบ เบื้องต้นไม่พบมีเอี่ยว ขณะที่ตำรวจอยุธยาจับเด็กมือโพสต์ขู่วางบึม 10 จุดไปสอบ สารภาพทำไปเพราะความ คึกคะนองต้องการแกล้งเพื่อน
จากเหตุระเบิดระทึกขวัญเขย่าความรู้สึกคนไทยทั้งประเทศ ที่ศาลพระพรหม เอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ เมื่อค่ำของวันที่ 17 ส.ค. มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บนับร้อยราย ส่วนใหญ่เป็นชาว เอเชียเชื้อสายจีน หลังเกิดเหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบภาพผู้ต้องสงสัยเป็นชายคล้ายแขกขาว สวมเสื้อยืดสีเหลือง วางเป้บรรจุระเบิดแสวงเครื่องหนักเกือบ 3 กก. ไว้ที่ม้านั่งหินตรงจุดเกิดเหตุ แล้วเดิน ไปขึ้นรถ จยย.รับจ้างหลบหนี อยู่ระหว่างเร่งตามหาตัว เบื้องต้นหน่วยงานด้านการข่าวยังไม่สรุปว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องใดทั้งประเด็นการเมืองในประเทศและการก่อการร้าย ถัดมาช่วงบ่ายวันที่ 18 ส.ค. เกิดเหตุระเบิดซ้ำอีก ที่โป๊ะท่าน้ำสาทร ใต้สะพานสมเด็จ พระเจ้าตากสิน แต่ไม่มีความสูญเสีย คาดว่าทั้ง 2 เหตุการณ์เชื่อมโยงกัน กระทั่งมีการตั้งยอดเงินรางวัลให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสและชุดทำงาน หากสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท
ตั้ง ศปก.ส่วนหน้าคลายคดี
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 ส.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแลงานสืบสวนสอบสวน เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน พร้อมจัดตั้ง ศปก.สน.ที่ บช.น. เพื่อรวบรวมข้อมูลและช่วยเหลือญาติผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต กำชับให้ชุดทำงานตรวจสอบกลุ่มเผยแพร่แชร์ข้อมูลข่าวสารที่สร้างความตื่นตระหนก ทำให้เกิดความสับสนในช่วงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ม.14 ในการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
...
นายกฯ–รมว.กห.สั่งเร่งคดี
“ถึงเวลาแล้วคนไทยรักกัน ช่วยเหลือกัน ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอีก ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องรีบสืบสวนสอบสวนจับกุมให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นคนไทยและชาวต่างชาติ จะต้องอาศัยประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสเพื่อ นำไปสู่การจับกุมคนร้าย เหตุการณ์ครั้งนี้คนร้ายมีความโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ กระทำการในช่วงที่มีชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้ามาสักการะกราบไหว้ขอพรที่ศาลพระพรหม เอราวัณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการให้เร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเยียวยาตามสิทธิที่ควรได้อย่างเต็มที่” พล.ต.อ.สมยศกล่าว
“สมยศ” สั่งด่วนการให้ข่าว
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีหนังสือที่ 0001 (ศปก.ตร.)/137 ลงวันที่ 21 ส.ค.58 วิทยุสั่งการเร่งด่วนที่สุดชั้นความลับ จากศูนย์ปฏิบัติ การสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ถึง ผบช.น. ผบช.ภ.1-9 ผบช.ศชต. ผบช.ก. ผบช.สตม. บช.ตชด. สยศ.ตร. ผบก.สท. ผู้ปฏิบัติ อ้างถึงวิทยุ ศปก. ตร.ที่ 0001 (ศปก.ตร.)/16 ลงวันที่ 17 ส.ค.58 กำชับ การปฏิบัติกรณีเหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินกับประชาชน และการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบกับภารกิจด้าน ความมั่นคง การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของ ตร. และการสืบสวนสอบสวนรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีผู้กระทำความผิด รวมทั้งอาจก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ในภาพรวม จึงให้ดำเนินการปฏิบัติตามระเบียบ ตร. เรื่องการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ พ.ศ.2556 โดยเคร่งครัด
ให้โฆษก ตร.เปิดเผยผู้เดียว
คำสั่งดังกล่าวระบุต่อไปว่า ส่วนการให้ข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริง หรือแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น ให้ถือระเบียบ ตร. โดยในกรณีจำเป็นที่ต้องแถลงข่าวหรือให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนให้นำเรียนโฆษก ตร.เพื่อทราบรายละเอียด และแจ้งสื่อมวลชนให้ไปสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงจาก พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. โดยตรง ซึ่งจะทำให้ได้รายละเอียดที่ชัดเจนและเป็นแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ไม่เป็นไปตามสั่งการ ตร.ข้างต้น และก่อให้เกิดความเสียหาย จะถือ เป็นความบกพร่องของผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบ จึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
ยันระเบิดใต้ไม่เกี่ยวบอมบ์กรุง
ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า จากเหตุลอบวางระเบิดแยกราชประสงค์ สถานการณ์ภาพรวมขณะนี้ สงบเรียบร้อย ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนกรณีมีกลุ่มผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ทำให้เสาไฟฟ้าเสียหาย 9 ต้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในพื้นที่ กทม. ด้านการสอบสวนคดีระเบิดที่ศาลพระ พรหมและท่าน้ำสาทร ได้รับรายงานผลการสอบสวนคดีคืบหน้าไปพอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยราย– ละเอียดเพราะอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี
เหลือคนเจ็บที่ รพ.อีก 56 ราย
พ.อ.วินธัยชี้แจงอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จนถึงปัจจุบันกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จ่ายเงินช่วยเหลือให้ญาติผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย เป็นชาวต่างชาติ 13 ราย และ ชาวไทย 2 ราย ส่วนกรุงเทพมหานครจ่ายเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บไปแล้ว 9 ราย ขณะนี้พบผู้บาดเจ็บ มีอาการดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลเพิ่มอีก 7 ราย คง เหลือรักษาตัวอยู่ใน โรงพยาบาลต่างๆ รวม 56 ราย
...
วอนโลกออนไลน์หยุดป่วนระเบิด
“หากประชาชนพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย และวัตถุแปลกปลอมอย่าเข้าไปดำเนินการ เอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจหรือจุดตรวจทั้งทหารและตำรวจในบริเวณที่ใกล้ที่สุดได้ทันที เนื่องจากยังคงมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์และการสร้างสถานการณ์ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ก่อกวนให้สังคมเกิดความสับสนหรือตื่นตระหนก จึงขอให้ยุติการกระทำดังกล่าวและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในทุกๆด้านด้วย” พ.อ.วินธัยกล่าว
ตรวจเส้นทางกันเหตุซ้ำ
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. พร้อมกำลัง ตร. บก.ทท. สุนัขตำรวจ 2 ตัว เดินทางไปตรวจสอบด้านความปลอดภัย เริ่มต้นที่ห้างเอ็มควอเทียร์ โดยขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีพร้อมพงษ์มายังสถานีชิดลม จากนั้นเดินเท้าต่อไปถึงบริเวณรถไฟฟ้าสถานีสยาม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมาก ก่อน พล.ต.ท.ประวุฒิ เผยว่า จากการตรวจสอบในวันนี้พบว่ามีหลายจุดที่ปรับปรุงในเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากพื้นที่ในส่วน ของชิดลมจนถึงสยามเป็นศูนย์กลางย่านการค้า จากการ ตรวจสอบพบว่าบางจุดไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและช่วงกลางคืนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างพอควร อีกทั้งบริเวณทางเข้าห้างควรมีการติดกล้องวงจรปิดในระดับ สายตา เนื่องจากคนร้ายส่วนใหญ่รู้ว่ากล้องวงจรปิดมักติดอยู่ระดับเหนือหัว คนร้ายจึงก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาระหว่างหลบหนี เบื้องต้นสั่งการให้ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบดูแลความปลอดภัย จากการพูดคุย กับนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง พบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่กลัวเหตุซ้ำรอย ยังมั่นใจในความปลอดภัยที่เตรียมการไว้
ส่งภาพมือบึมให้ ตร.สากลช่วยตาม
...
ส่วนความคืบหน้าตามตัวคนร้ายวางระเบิดที่ศาลพระพรหม เอราวัณ นั้น พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้ส่งภาพสเกตช์ผู้ต้องหาให้กับตำรวจสากล 190 ประเทศ เพื่อช่วยติดตามตัวแล้ว ส่วนเหตุระเบิดท่าน้ำสาทรที่มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด พบชายเสื้อฟ้ามีพฤติกรรมต้องสงสัย ใช้เท้าเขี่ยของลงน้ำก่อนเกิดเหตุระเบิดในวันต่อมา เบื้องต้นตรวจ สอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว แต่กล้องอยู่ในระยะไกลไม่สามารถจับใบหน้าชายต้องสงสัยได้ชัด และยังไม่ตัดประเด็นการโยนลงจากสะพานสมเด็จพระ เจ้าตากสิน แม้ภาพจากกล้องวงจรปิดจะไม่สามารถจับภาพวัตถุขณะหล่นลงมาได้ก็ตาม ต้องเร่งหาภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ยอมรับว่าการคลี่คลายคดีระเบิดเป็นเรื่องยาก แต่จะเร่งดำเนินการติดตามผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้
จ่อออกหมายจับแก๊งระเบิดเพิ่ม
“ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของระเบิดที่ใช้ก่อเหตุ ว่าผลิตที่ใดและโลหะทำมาจากอะไร จะไล่ตรวจสอบตามโรงงานที่มีการผลิต ด้านการออกหมายจับคนร้ายเพิ่มเติมนั้น ยืนยันว่ามีความคืบหน้าไปมาก แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปแล้วนั้น ไม่อยากให้เจาะจงว่าเป็นชาติใด ผิวใด เพราะอาจกระทบ ต่อรูปคดี อยากให้ยืนยันตามภาพสเกตช์ที่ออกมา ในวันที่ 23 ส.ค. จะมีการระดมกำลังลงพื้นที่เพื่อเอกซเรย์กรุงเทพฯต่อไป” พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าว
...
ระบุ ตร.สำเหร่ ไม่เกี่ยวข้อง
พล.ต.ท.ประวุฒิยังเปิดเผยต่ออีกว่า กรณีการควบคุมตัว ร.ต.ท.พงษ์ศาสตร์ นนท์ตา พงส.สน. สำเหร่ ที่โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ขณะนี้ตำรวจ บก.ปอท. และทหาร ควบคุมตัวเพื่อไปสอบ ปากคำ เบื้องต้นพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วางระเบิด เป็นเพียงความคึกคะนอง ยังไม่มีการตั้งข้อหา หลังจากนี้จะพิจารณาโทษว่าการโพสต์ข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง พร้อมๆกับการพิจารณาโทษทางวินัย ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณแยกราชประสงค์ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะศาลพระพรหมอย่างต่อเนื่อง และบริเวณศูนย์การค้าโดยรอบมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ แต่บางตากว่าก่อนเกิดเหตุการณ์
เผยเจ้าตัวชอบวิจารณ์การเมือง
ขณะที่ พ.ต.อ. ศุภรกฤษฎิ์ ประชากิติกุล ผกก.สำเหร่ กล่าวว่า ได้รับทราบเพียงว่ามีเจ้าหน้าที่เชิญตัว ร.ต.ท.พงษ์ศาสตร์ไปสอบถามเรื่องการแชร์ข้อความดังกล่าวจริง เพื่อสอบสวนเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่ วันที่ 21 ส.ค. ยังไม่ได้มีคำสั่งให้ลงโทษใดๆทั้งสิ้น มีรายงานข่าวจากเพื่อนร่วมงานของ ร.ต.ท.พงษ์ศาสตร์ ว่าก่อนหน้านี้ ร.ต.ท.พงษ์ศาสตร์เคยดำรงตำแหน่ง พงส.สน.บุคคโล ก่อนที่จะย้ายเข้ามาดำรงตำแหน่งที่ สน.สำเหร่ ปกตินายตำรวจคนดังกล่าวนั้นมีอุปนิสัยพูดตรงไปตรงมา ชอบแสดงความเห็นทางการเมืองและติดตามข่าวสารการเมืองผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ตรวจสอบพบว่าตำรวจคนดังกล่าว เป็นสมาชิกแฟนเพจชื่อ “สื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ทั้งนี้ ในเพจดังกล่าวมีการโพสต์ข้อความทำนองเดียวกัน
ระเบิดประกอบโดยต่างชาติ
มีรายงานว่า ชุดสืบสวน บช.น. ตรวจสอบหลักฐานชิ้นส่วนระเบิดและลักษณะการลงมือก่อเหตุของคนร้าย เบื้องต้นเชื่อว่าเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหม เอราวัณกับเหตุระเบิดท่าน้ำสาทร น่าจะเป็นระเบิดทีเอ็นที เนื่องจากชิ้นส่วนระเบิดที่เกิดเหตุทั้ง 2 ชุด มีส่วนประกอบระเบิดคล้ายกัน คือ มีท่อแป๊บและลูกปรายจำนวนมาก ทั้งนี้ชุดสืบสวนประเมินว่าไม่น่าจะประกอบระเบิดมาเพียงแค่ 1-2 ลูกและไม่พบวิธีการก่อเหตุระเบิดชนิดนี้มาก่อนในประเทศไทย คาดว่าน่าจะเป็นวิธีประกอบระเบิดของชาวต่างชาติ ซึ่งข้อมูลคดีระเบิดปี 55 ที่คนร้ายชาวต่างชาติยังไม่ทราบสัญชาติ เคยเข้ามาสอนประกอบระเบิดชนิดดังกล่าวในประเทศไทยเป็นระเบิดทีเอ็นทีที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง สามารถจุดระเบิดได้ 2 แบบ คือ แบบฝักแคหรือใช้ไฟจุดแบบประทัด หน่วงตั้งเวลาได้ 12-16 ชม. กับแบบต่อด้วยวงจรไฟฟ้า ตั้งเวลาระเบิดได้อย่างน้อย 4 วัน อย่างไรก็ตาม เหตุระเบิดที่ท่าน้ำสาทร คนร้ายไม่ได้มีเจตนาก่อเหตุเพื่อประสงค์ต่อชีวิต อาจเป็นการนำระเบิดมาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน
ยันระเบิด 2 จุดโยงกันแน่นอน
สอดคล้องแหล่งข่าวด้านความมั่นคง ระบุว่าเหตุระเบิดทั้ง 2 จุดมีความเชื่อมโยงกันอย่างแน่นอน โดยจุดระเบิดที่ท่าน้ำสาทรนั้นเป็นการตั้งเวลาจุดระเบิด มีการซีลกันน้ำอย่างดี แสดงถึงความเป็นมืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเชี่ยวชาญ ส่วนวัตถุที่ใช้ประกอบระเบิดเป็นวัสดุที่หาได้ในประเทศทั้งหมด ส่วนวิธีการประกอบเป็นวิธีการที่ใช้ในต่างประเทศแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากโซนเอเชียหรือยุโรป เนื่องจากหลักฐานสำคัญถูกแรงระเบิดทำลายเผาไหม้จนหมด
ล่าแท็กซี่รับมือระเบิด
ด้านการติดตามคนร้ายที่ถูกออกหมายจับหลังวางระเบิดศาลพระพรหมมีรายงานว่า เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุ มือระเบิดรายนี้โบกรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง ไม่ทราบทะเบียนมาจากย่านสาทรท้องที่ สน.ยานนาวา มาลงรถที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนที่จะโบกรถตุ๊กตุ๊กเดินทางไปวางระเบิดที่ศาลพระพรหม ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามหาคนขับรถแท็กซี่ดังกล่าวมาสอบปากคำหาเบาะแสรายละเอียด นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้หลักฐานธนบัตรไทยฉบับละ 20 บาท ที่คนร้ายมือวางระเบิดชำระค่ารถโดยสารรถตุ๊กตุ๊ก เพื่อนำไปตรวจหาดีเอ็นเอเก็บไว้ รอเปรียบเทียบมัดตัวผู้ต้องหาแล้ว
ปูพรมสาทร–นราธิวาสราชนครินทร์
นอกจากนี้ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.5 กก.สส.บก.น.6 ฝ่ายสืบสวนสน.ลุมพินีและสน.ยานนาวา วิเคราะห์ข้อมูลจากพฤติกรรมคนร้ายขณะนำวัตถุระเบิดไปวางสถานที่เป้าหมาย พบคนร้ายเสื้อสีเหลืองก่อเหตุที่ศาลพระพรหม กับชายใส่เสื้อสีฟ้าที่คาดว่าก่อเหตุที่ท่าน้ำสาทร ทั้ง 2 คน ทำท่าทางยกโทรศัพท์มือถือคล้ายกับถ่ายรูปเหมือนกัน คาดว่าน่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ใช้โทรศัพท์มือถือจุดระเบิดผ่านสัญญาณโทรศัพท์ โดยอาจใช้สัญญาณไวไฟหรือบลูทูธก็เป็นได้ ทั้งนี้ชุดสืบสวนระดมกำลังปูพรมตรวจสอบพื้นที่ย่านยานนาวา ถนนสาทร ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ที่มีทางเชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะที่พักหรูมี ชาวต่างชาติพักอาศัย เนื่องจากจุดที่คนร้ายวางระเบิดที่ท่าน้ำสาทรอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่คนร้ายวางระเบิดที่ศาลพระพรหม
เปิดยุทธการ “ปิดเมือง ค้นรังโจร”
ทั้งนี้ในวันที่ 23 ส.ค. เวลา 04.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็นประธานการเปิดยุทธการ “ปิดเมือง ค้นรังโจร” ที่ลานพระราชวังดุสิต หรือลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยต่างๆ ระดมป้องกันปราบปราม และการจัดเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ตรวจค้นจุดล่อแหลมภายในพื้นที่เป้าหมายทั่ว กทม. โดยเฉพาะแหล่งที่พักพิงชาวต่างชาติ อาทิ อพาร์ตเมนต์ บ้านเช่า ห้องเช่า เกสต์เฮาส์
เผยวิธีปฏิบัติเมื่อเจอระเบิด
พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. เผยถึงวิธีการสังเกตและวิธีปฏิบัติเมื่อเจอวัตถุต้องสงสัย มีวิธีการสังเกต 4 ข้อ คือ 1. ไม่เคยเห็น 2. ไม่เป็นของใคร 3. ไม่ใช่ที่อยู่ และ 4. ดูไม่ปลอดภัย ผู้ใดเห็นหรือพบวัตถุต้องสงสัยก็ให้รีบโทร.แจ้งตำรวจที่สายด่วน 191 เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ส่วนวิธีปฏิบัติของตำรวจเมื่อมาถึงจุดที่มีวัตถุต้องสงสัย มี 4 ขั้นตอนคือ 1. ห้ามแตะต้อง หยิบยกเคลื่อนย้าย 2. อพยพคนออกไปในพื้นที่ปลอดภัย 3. ปิดกั้นพื้นที่ต้องสงสัยและ 4. แจ้งรูปพรรณของวัตถุระเบิด ว่ามีรูปร่างขนาดเท่าใด
รวมตัววิ่งต้านความรุนแรง
ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 06.30 น. กลุ่มนักวิ่งประมาณ 200 คน ที่นัดแนะผ่านโลกโซเชียลมีเดีย มารวมตัวกันที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี เพื่อทำกิจกรรม Run Bangkok Strong โดยออกวิ่งมาตามทางเท้าของถนนราชดำริ มีปลายทางที่ศาลพระพรหม เอราวัณ แยกราชประสงค์ เมื่อถึงจุดหมายทุกคนเข้าแถวร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ยืนสงบนิ่ง และวางดอกกุหลาบขาวไว้อาลัย ทั้งนี้นายทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ นักแสดงสมทบชื่อดัง ผู้ชักชวนทำกิจกรรมครั้งนี้เผยว่า ที่ผ่านมาเคยชักชวนประชาชนมาทำกิจกรรมวิ่งให้กำลังใจกับประเทศที่ต้องประสบภัยพิบัติหรือเหตุสูญเสียต่างๆ โดยในครั้งนี้ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อแสดงออกการต่อต้านความรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เราตกใจเพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่อีกไม่นานเราจะกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม
มอบศพลอตสุดท้ายเรียบร้อย
ที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาอำนวยความสะดวกในการรับศพ 4 ศพสุดท้ายจากเหตุดังกล่าว ประกอบด้วยศพ น.ส.เส้า ฉิง นายตี้ วูแชง น.ส.เกา หยู่ชู และนางฮวง หยูหลาน ทั้งหมดเป็นชาวจีน ให้กับญาติของผู้เสียชีวิต โดย พล.ต.อ.พงศพัศเผยว่า เบื้องต้นญาติไม่ขอเปิดเผยสถานที่จัดพิธีศพตามศาสนา เรื่องเงินเยียวยาญาติผู้ตายมีความพอใจและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องความมั่นใจของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น หลังออกตรวจเมื่อคืนวันที่ 21 ส.ค. พบทั้งหมดยังมั่นใจในความปลอดภัย ในส่วน ของ สตช.มีมาตรการจัดการ ทำงานกันเต็มที่ตลอด 24 ชม.อยากให้มั่นใจในขีดความสามารถตำรวจไทย
“ปนัดดา” ร่วมอาลัยเหยื่อบึม
ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่วัดพระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมิสซาปลงศพนายตี้ วูแชง หนึ่งในนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เสียชีวิตจากเหตุวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ โดยมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา เข้าร่วมแสดงความอาลัย ท่ามกลางบรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตเข้าร่วมประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ท่ามกลางความโศกเศร้า ญาติหลายรายถึงกับเป็นลมล้มฟุบต่อการจากไปอย่างกะทันหัน กระทั่งเวลา 14.00 น.หลังพิธีเสร็จสิ้นญาติได้เคลื่อนศพไปยังวัดแก้วแจ่มฟ้า ถนนสี่พระยา ก่อนทำพิธีฌาปนกิจ เพื่อที่จะนำเถ้าอัฐินำกลับบ้านเกิด
ชี้เป็นฝันร้ายของคนไทย
ภายหลัง ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า เหตุระเบิดเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยมาก่อน ชาวไทยทุกคนล้วนเศร้าโศกที่มีชาวต่างชาติเสียชีวิต เหมือนเป็นฝันร้าย ทั้งที่ประเทศไทยไม่เป็นศัตรูกับใคร แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว ส่วนราชการและกรมการศาสนาจะช่วยกันบูรณาการในการเยียวยา รวมถึงช่วยดูแลการประกอบพิธีศพของทุกศาสนาโดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างเต็มที่ ขณะที่การมอบเงินช่วยเหลือนั้น ทางกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวฯมอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวและทายาทผู้เสียชีวิตรายละ 1 แสนบาทและเงินจากกองทุนท่องเที่ยวเพื่อเยียวยาชาวต่างชาติอีกรายละ 3 แสนบาท ทั้งนี้ รมต.ประจำสำนักนายกฯยังได้ขอร้องสื่อมวลชนระมัดระวังการเผยแพร่ภาพงานศพเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิต
เผาศพสาวแบงก์เหยื่อระเบิด
ที่วัดป่าเวฬุวัน บ้านห้วยพอด หมู่ 13 ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย นายเสน่ห์ นนทโชติ รอง ผวจ.เลย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.สุดชาดา นิสิดา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/4 หมู่ 13 บ้านห้วยพอด ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย พนักงานธนาคาร ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) 1 ในผู้เสียชีวิตเหตุลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์ กทม. ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของพ่อแม่และญาติพี่น้องเป็นอย่างมากที่ต้องมาสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและเป็นเสาหลักของครอบครัว
ตร.อยุธยาจับโจ๋ 17 มือโพสต์ป่วน
อีกด้าน พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ผู้โพสต์ข้อความขู่วางระเบิดหลายจุดผ่านโลกโซเชียลมีเดีย ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า “จุดต่อไป คืออยุธยา กูได้วางไว้ที่โลตัส ชั้นใต้ดิน 1 ลูก หน้าโรงหนัง 2 ลูก ทางเข้า 3 ลูก อยู่ที่กูอีก 2 ลูก ที่ตลาดเจ้าพรหม อีก 3 ลูก โรงเรียนอนุบาลในฝันอีก 2 ลูก (จำชื่อผมไว้ อัดหน้าเหลี่ยม)” มาสอบสวนดำเนินคดีที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา โดยผู้ต้องหารายนี้สารภาพกล่าวถึงเหตุผลที่โพสต์ข้อความว่า ดูข่าวเหตุระเบิดที่ราชประสงค์และมีข่าวลือจะมีการระเบิดเพิ่มอีก 10 จุด จึงเกิดความความคึกคะนอง ตั้งใจแกล้งเพื่อนๆเท่านั้น รู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อบ้านเมือง ก่อนก้มกราบขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป
เหตุระเบิดเสาไฟป่วนที่ใต้
ที่ จ.นราธิวาสเมื่อคืนวันที่ 21 ส.ค. คนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า 2 จุด ที่ริมถนนสายสุไหงโก-ลก-สุไหงปาดี บ้านโต๊ะลือเบ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ปรากฏเสาไฟถูกแรงระเบิดเสียหาย 6 ต้น และบริเวณริมถนนสายสุไหงโก-ลก-ตากใบ หมู่ 3 บ้านกวาลอซีรา ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก เสาไฟฟ้าถูกแรงระเบิดหักโค่นรวม 4 ต้น นอกจากนี้พบระเบิดแสวงเครื่องถูกผูกติดไว้กับเสาไฟฟ้าอีก 5 ต้น เจ้าหน้าที่ออกไปเก็บกู้ใช้ปืนยิงทำลายทิ้ง คาดคนร้ายลงมือก่อเหตุเพื่อสร้างความปั่นป่วน เนื่องจากในวันที่ 22 ส.ค. จะมีการจัดงานแข่งขันชกมวยไทยไฟต์ เพื่อเฉลิมฉลองงานครบรอบ 100 ปี เมืองนราธิวาส ที่สนามกีฬามหาราช เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย สนธิกำลังตั้งด่านตรวจคุมเข้ม คนร้ายไม่สามารถแฝงตัวเข้าไปก่อเหตุได้จึงวางระเบิดเสาไฟฟ้าแทน ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงเหตุดังกล่าวตรวจสอบพบระเบิดที่คนร้ายใช้เหตุเป็นระเบิดแสวงเครื่อง สามารถเก็บกู้ระเบิดได้ 5 ลูก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.สั่งการให้แม่ทัพ ภาคที่ 4 เร่งสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
คุมเข้มป้องเหตุร้ายเมืองนราฯ
มีรายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่าหลังเกิดเหตุทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนใต้ อยู่ระหว่างเฝ้าระวังจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อการไม่สงบ เนื่องจากได้รับแจ้งการขนวัตถุต้องสงสัยผ่านทางชายแดนเขตติดต่อเพื่อนบ้านเข้ามาเตรียมก่อเหตุป่วนงานแข่งขันชกมวยไทยไฟต์เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี เมืองนราธิวาส รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่จึงมีคำสั่งเตรียมพร้อมตลอด 24 ชม.
เด็ก ปชป.เหน็บรางวัลนำจับ
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กขอเงินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 7 ล้านบาท ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นรางวัลนำจับคนร้ายวางระเบิดราชประสงค์ ว่า พล.ต.อ.สมยศต้องคิดให้ดีว่าจะรับเงินจากนักโทษที่กำลังหลบหนีอยู่ต่างประเทศหรือไม่ ซึ่ง สตช.มีหมายจับอยู่ถึง 5 คดี ซ้ำยังอยู่ระหว่างการถอดยศ แล้วจะไปรับเงินที่ใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองได้อย่างไร เป็นการสร้างภาพพจน์ให้ดูดี ปัญหาสำคัญที่สุดอยู่ที่ตำรวจสามารถจับคนวางระเบิดได้หรือไม่ หากยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องให้ทหารจับกุมแทนคงได้ผลดีกว่าตำรวจแน่
พระราชสาสน์ถึงราชินีอังกฤษ
เย็นวันเดียวกัน สำนักพระราชวังแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาสน์แสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร กรณีมีผู้เสียชีวิตสัญชาติบริติช จากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ความว่า หม่อมฉันและพระราชินีเศร้าสลดใจเป็นอย่างยิ่งที่เกิดเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้เสียชีวิตสัญชาติบริติช หม่อมฉัน และพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังฝ่า พระบาทและโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากการสูญเสียที่ไม่อาจทดแทนได้จากเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้ (พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
ฌาปนกิจศพสาวแบงก์อีกราย
วันเดียวกันที่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 6 บ้านดงสาร ต.ซาง อ.เซกา จ.บึงกาฬ สถานที่ตั้งศพ น.ส.ปราณี สีสุวะ อายุ 39 ปี พนักงานธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด 1 ในเหยื่อระเบิดแยกราชประสงค์ พ.จ.อ.สำราญ เร่งงาน ทหารฐานทัพเรือสัตหีบ สามีผู้ตาย พร้อมญาติมิตรเคลื่อนศพไปทำพิธีฌาปนกิจที่เมรุวัดโพธิ์ศรีรัตนวราราม มีนายเทวัญ สรรค์นิกร รอง ผวจ.บึงกาฬ เป็นประธานในพิธี มีผู้ร่วมงานนับพันคน บรรยากาศสุดเศร้าสลด ในช่วงอ่านประวัติผู้ตายตั้งแต่ไปทำงานที่ กทม.จนถึงวินาทีที่ตกเป็นเหยื่อระเบิด สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้มาร่วมงานจนร้องไห้กันระงม