กรมป่าไม้สนธิกำลังกว่า100 นายบุกยึดคืนผืนป่ายอดเขาติดทะเล กว่า 160 ไร่ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองลัดปันจอ พบลักลอบปลูกปาล์ม-ยางพารา เดินหน้ายึดเพิ่มอีกว่า 450 ไร่

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.58 มีรายงานว่า นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามภาคใต้ สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ กบ. 9 (เกาะกลาง) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 กระบี่ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จ.กระบี่ หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะลันตาน้อย กองพลทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนันตำบลเกาะกลาง ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันเข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่บุกรุกป่าเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันและยางพารา ตามยุทธการทวงคืนผืนป่า ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองลัดปันจอท้องที่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ชั้นลุ่มน้ำที่ 1A

...

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขาลาดชัน สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300 เมตร พบมีการลักลอบปลูกยางพารา อายุประมาณ 3-5 ปี เต็มพื้นที่ไปจนถึงกลางเนินเขา โดยพบต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ยืนต้นตายจำนวนมาก คาดว่ามีการบุกรุกมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี นอกจากนี้ยังพบมีการปลูกบ้านพัก 1 หลัง เจ้าหน้าที่ได้ยึดพื้นที่ไว้ พร้อมติดตั้งป้ายประกาศเพื่อให้เจ้าของที่ดินมาแสดงตัว ตาม25 แห่งพ.ร.บ.ป่าสงวน ฯ ภายในระยะเวลา 45 วัน ก่อนที่จะดำเนินการทำลายอาสิน และปลูกพันธุ์ไม้ฟื้นฟูสภาพป่าต่อไป

นายอรรถพล กล่าวว่า จากการสอบสวนในเชิงลึกลึก พบว่าพื้นที่ดังกล่าว ได้มีการอ้างสิทธิ์ยึดถือครอบครองโดยชาวบ้านและนายทุนนอกพื้นที่ ในวันนี้ดำเนินการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกปลูกปาล์มน้ำมัน 1 แปลง พื้นที่ 77-2-14 ไร่ และพื้นที่บุกรุกปลูกยางพารา 2 แปลง พื้นที่ 88-1-75 ไร่ รวมพื้นที่บุกรุกจำนวน 165-3-89 ไร่ ได้ยึดถือครอบครองโดยนายทุนนอกพื้นที่ และจะทำการตรวจสอบขยายผลในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีพื้นที่ถูกบุกรุกอีกประมาณ 450 ไร่ เพื่อดำเนินการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองลัดปันจอ ต.เกาะกลาง มีเนื้อที่ทั้งหมด 39,716 ไร่ มีสภาพเป็นภูเขาสลับซับซ้อน อยู่ติดทะเล สามารถมองวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา เหมาะแก่การปลูกสร้างบ้านพักตากอากาศ ซึ่งคาดว่าการครอบครองพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันและยางพาราในพื้นที่ เพื่อต้องครอบครองพื้นที่ขายต่อนายทุนอีกทอดหนึ่งเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ และสร้างรีสอร์ท โดยมูลค่าความเสียหายภาครัฐครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท