ฆาตกรต่อเนื่องโดนจับ‘ฉ้อโกง’สารภาพสิ้นไส้!
รวบแล้วฆาตกรฆ่าต่อเนื่องลวงสาวฆ่าแล้วเผาเดือนเดียว 2 ศพ รายแรกเป็นสาวเสิร์ฟในสถานบันเทิงเมืองพัทยาถูกลวงไปเชียงใหม่ก่อนพบกลายเป็นศพถูกเผาในป่าละเมาะ อีกรายเป็นเจ้าของบาร์พัทยา ถูกบีบคอดับคาโรงแรมย่านพัทยาเหนือ ก่อนอุ้มศพขึ้นรถกระบะไปเผาทิ้งในไร่สับปะรดที่ระยอง ภายหลัง ถูกจับคดีฉ้อโกงทรัพย์ รับสารภาพว่าก่อคดีฆ่าแล้วเผา 2 รายด้วย
จากเหตุฆาตกรรมฆ่าแล้วเผาสาวในป่าละเมาะ หมู่ 5 บ้านหนองแฝก ต.หนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ สภาพศพถูกไฟไหม้จนดำเป็นตอตะโก พบศพเมื่อตอนสายวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เนื่องจากไม่พบหลักฐานใดๆ ศพอายุประมาณ 20-25 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเหยื่อถูกลวงมาจากที่อื่นแล้วนำมาฆ่าแล้วเผา คดีนี้ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ. 5 มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ.5 ควบคุมคดีและสืบสวนสอบสวนหาตัวฆาตกรรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว
ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ส.ค. พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ. 5 เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นทราบชื่อผู้ตายแล้วเพียงแต่รอขั้นตอนการพิสูจน์ดีเอ็นเออย่างชัดเจนจาก รพ.มหาราชนครเชียงใหม่เท่านั้นโดยมีบุคคลที่มาแสดงตัวว่าเป็นพ่อของผู้ตายที่สงสัยว่าเป็นลูกสาวที่หายตัวไปโดยยืนยันว่าลูกสาวดัดฟันและแขนขวาหักใส่เหล็กดามไว้ อายุประมาณ 20-25 ปี ลักษณะตรงกับศพที่ถูกฆ่าแล้วเผาจึงนำตัวไปตรวจดีเอ็นเอซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าผู้ตายน่าจะเป็นลูกสาวจริงคือ น.ส.ลลิตา โชคชัชวาลย์ อายุ 25 ปี บ้านเดิมเลขที่ 3/4 หมู่ 6 ต.โพธิแทน อ.องค์รักษ์ จ.นครนายก ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในสถานบันเทิงที่พัทยา
รอง ผบช.ภ. 5 กล่าวอีกว่า จากการตรวจภาพกล้องวงจรปิดพบ น.ส.ลลิตา เดินทางมา จ.เชียงใหม่ กับผู้ชายคนหนึ่งจึงประสานข้อมูลไปยัง สภ.เมืองพัทยาให้ช่วยสืบสวนหาข้อมูลของผู้ตายว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง กระทั่งได้รับการประสานจาก สภ.เมืองพัทยาว่ามีผู้ต้องหารายหนึ่งที่ถูก สภ.เมืองพัทยาจับกุมคดีฉ้อโกงทรัพย์อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยทราบชื่อนายราชวัตร แก้วพรมรัตน์ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 136 หมู่ 2 ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ เนื่องจากมาพัวพันกับเหยื่อที่ทำงานในพัทยา ล่าสุดนายราชวัตรรับสารภาพว่าเคยก่อคดีฆ่าแล้วเผาผู้หญิงในท้องที่ จ.ระยอง กับ จ.เชียงใหม่ ขณะนี้นายราชวัตรถูกคุมขังคดีฉ้อโกงที่เรือนจำพัทยา
...
เมื่อทราบข้อมูล ดังนั้น จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบอีกครั้งพบว่าก่อนถูกฆ่าแล้วเผา น.ส.ลลิตาได้เดินทางมากับนายราชวัตร โดยนั่งรถทัวร์มาลงที่ขนส่งเชียงใหม่เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นทั้งสองได้ขึ้นรถรับจ้างออกจากขนส่งแล้วหายไปไม่ปรากฏตัวอีกเลย กระทั่งตำรวจ สภ.สารภี พบศพหญิงสาวถูกฆ่าแล้วเผาในป่าละเมาะ ขณะนี้ชุดสืบสวนภาค 5 เดินทางไปนำหลักฐานทั้งภาพถ่ายไป จ.ชลบุรี เพื่อสอบสวนนายราชวัตรที่เรือนจำพัทยาอีกครั้ง หากพยานหลักฐานชัดเจนจะต้องแจ้งข้อหาและอายัดตัวอีกหนึ่งคดี
ขณะที่ พ.ต.ท.ธวัชชัย สุดสาคร รอง ผกก. (สส.) สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้นชุดสืบสวนได้จับกุมนายราชวัตร แก้วพรมรัตน์ อายุ 30 ปี ในข้อหาฉ้อโกงเงินกว่า 2 แสนบาท ซึ่งผู้เสียหายเป็นหญิงสาวไม่ขอเปิดเผยชื่อ-นามสกุล และจากการสอบสวนขยายผล นายราชวัตรยอมรับสารภาพว่าเคยลงมือก่อเหตุฆ่าหญิงสาวในพื้นที่เมืองพัทยาแล้วนำศพไปเผาทิ้งเพื่ออำพรางคดีในไร่สับปะรด หมู่ 10 ต.หนองกะลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา และลวงเหยื่อสาวอีกรายจากพัทยาไปฆ่าแล้วเผาที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยคดี อ.บ้านค่าย จ.ระยองถูกศาลจังหวัดระยองออกหมายจับแล้ว หมายเลข จ 477/50 ลงวันที่ 20 ส.ค.58
สำหรับคดีฆ่าแล้วเผาสาวที่ จ.ระยอง ที่ระบุว่านายราชวัตรรับสารภาพเป็นคนลงมืออีกคดีนั้นเปิดเผยวันที่ 11 ส.ค.โดย น.ส.นิศามณี อินทร์สาหร่าย เข้าแจ้ง สภ.พัทยาว่า น.ส.คณิตศร หรือตุ๊กตา คลารี่ อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 186/1 ถนนรามคำแหง ซอย 21 แขวงและเขตมีนบุรี กทม.ผู้เป็นแม่และเป็นเจ้าของบาร์เบียร์ชื่อ “สมอลมังกี้บาร์พัทยา” ได้หายตัวไป
ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยาสืบทราบว่าเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ช่วงเวลาประมาณตีหนึ่งมีพยานเห็น น.ส.คณิตศรกับนายราชวัตร ไปเปิดที่พักแห่งหนึ่งในพัทยาเหนือ และมีพยานเป็นพนักงานโรงแรมยืนยันว่าทั้งสองมีปากเสียงทะเลาะกัน ผู้ตายขีดข่วนนายราชวัตรด้วยความโมโห นายราชวัตรได้บีบคอ น.ส.คณิตศรจนเสียชีวิต แล้วอุ้มศพลงจากชั้นสองของโรงแรมขึ้นรถกระบะอีซูซุสีเทาดำ ทะเบียน บฉ 21 นครนายก ขับออกไปโดยกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ กระทั่งพบศพผู้หญิงถูกฆ่าแล้วเผาในไร่สับปะรด หมู่ 10 บ้านเนินนกยูง ริมถนนสายบ้านค่ายระยอง ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จนผลการพิสูจน์ออกมาว่าเหยื่อที่ถูกฆ่าแล้วเผารายนี้คือ น.ส.คณิตศร หรือตุ๊กตา คลารี่ ที่ญาติแจ้งหายไปนั่นเอง