อดีต รมช.มหาดไทย หอบเอกสารร้อง ผบก.ป. ช่วยทำคดีแก๊งโจรกรรมเครื่องเพชร-พระเครื่อง บ้านพ่อแม่ มูลค่าทรัพย์ สินกว่า 40 ล้านบาท บ่นรับไม่ได้ท้องที่ สภ.เชียงราย ไม่เร่งสืบหาคนร้าย ทั้งที่มีเบาะแสผู้ต้องสงสัยป้อนให้ตำรวจ เชื่อว่าคนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่างในบ้าน ไม่คิดคนร้ายกล้าก่อเหตุเพราะที่เกิดเหตุไม่ห่างบ้านพัก ผบก.เชียงราย แถมอยู่ตรงข้าม สภ.เมืองเชียงราย

อดีต รมช.มหาดไทยร้องกองปราบปรามคดีงัดบ้านพ่อไม่คืบ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่ บก.ป. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย ทพญ.ปรียาพร เตชะธีราวัฒน์ อายุ 44 ปี น้องสาว เข้าพบ พล.ต.ต. อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. เพื่อร้องทุกข์ขอให้ช่วยสืบสวนจับกุมคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพักเลขที่ 488/1 ถนนรัตนาเขต ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย ของ นพ.สมบูรณ์ เตชะธีราวัฒน์ อายุ 71 ปี ข้าราชการบำนาญ หัวหน้าฝ่ายนิติเวช รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์และนางศรีสง่า เตชะธีราวัฒน์ อายุ 68 ปี ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย บิดาและมารดาของนายวิสาร และ ทพญ.ปรียาพร โดยทำหนังสือร้องทุกข์ ภาพถ่ายและเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวน

...


นายวิสารกล่าวว่า เหตุคนร้ายบุกเข้ามางัดบ้านพักโจรกรรมทรัพย์สินก่อนหลบหนีไปเกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ลงมืองัดแงะเข้าไปภายในบ้านพัก เปิดตู้เซฟรื้อค้นทรัพย์สินมีค่าได้เงินสดและทรัพย์สินต่างๆ ได้แก่ เครื่องเพชร ทองรูปพรรณ ที่อยู่ในตู้เซฟรวมมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีพระเครื่องอีกหลายรายการที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย แต่ผ่านมากว่า 10 วัน คดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร โดยเฉพาะการเร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ ทั้งที่มีรายละเอียดและเบาะแสเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยมากพอสมควร

นายวิสารกล่าวว่า บ้านพักที่เกิดเหตุของบิดาและมารดา เป็นบ้านรั้วรอบขอบชิด เนื้อที่ประมาณครึ่งไร่ เป็นบ้าน 2 ชั้น บนชั้น 2 มีห้องนอน 5 ห้อง คนร้ายเข้ามาทางหลังบ้านแล้วงัดประตูหลังเข้ามา ก่อนที่จะตรงขึ้นไปบนชั้น 2 ตรงเข้าห้องนอนของบิดามารดา ดูเหมือนคนร้ายจะรู้ทุกอย่างภายในบ้าน เพราะตู้เซฟเก็บไว้ในตู้ไม้คนร้ายยังรู้ รวมทั้งรหัสและกุญแจเซฟที่เก็บเอาไว้ในลิ้นชักโต๊ะอีกที่หนึ่งยังหาเจอ ส่วนห้องอื่นๆ ที่ไม่มีทรัพย์สินมีค่าคนร้ายไม่ได้เข้าไปแตะต้องแต่อย่างใด เชื่อว่าผู้ลงมือก่อเหตุเป็นคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของคนในบ้าน รู้จุดที่ตั้งของตู้เซฟและที่เก็บทรัพย์สินมีค่าเอาไว้เป็นอย่างดี คนร้ายมีความชำนาญ เพราะช่วงที่คนร้ายก่อเหตุมีการสวม–ถุงมือ เพื่อป้องกันร่องรอยลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุด้วย

อดีต รมช.มหาดไทยกล่าวอีกว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุประมาณ 2-3 วัน มีช่างซ่อมโทรทัศน์ 3 คน เป็นชาย 2 และหญิง 1 คน ได้มาซ่อมเครื่องโทรทัศน์ในบ้าน ในวันที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 17.00 น.ได้มีโทรศัพท์โทร.เข้ามาหาบิดาถามว่าอยู่บ้านหรือไม่จะนำใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมมาให้ บิดาและมารดาไม่ได้คิดอะไร จึงบอกว่ายังทำงานอยู่ที่คลินิกใน อ.แม่จัน จ.เชียงราย เลยขอเลื่อนให้มาวันหลัง จึงอาจเป็นเหตุให้รู้ว่าที่บ้านไม่มีใครอยู่ตอนนั้น พอบิดามารดากลับเข้ามาที่บ้านตอน 22.00 น. จึงรู้ว่าของมีค่าในตู้เซฟถูกคนร้ายลักทรัพย์ไปหมดแล้ว จึงติดใจสงสัยและแจ้งความตำรวจท้องที่ แต่เวลาผ่านมาหลายวันไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างไร

“สำหรับบ้านบิดามารดาของนายวิสารนั้น อยู่ติดกับบ้านพักของ พล.ต.ต.วีรวุฒิ เนียมน้อย ผบก.ภ.จ.เชียงราย อยู่ตรงข้ามที่ตั้ง สภ.เมืองเชียงราย ไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้าลงมืออย่างอุกอาจเพียงนี้ ที่ผ่านมาไม่คิดจะตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพราะเข้าใจว่ามีภารกิจค่อนข้างเยอะ กำลังเจ้าหน้าที่มีค่อนข้างน้อย อาจจะมีภารกิจมาก จึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องทุกข์ที่ บก.ป.เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนจับกุมคนร้ายอีกทางหนึ่ง” นายวิสาร กล่าวทิ้งท้าย

พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. กล่าวว่า กองปราบปรามจะรับดำเนินการให้ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ พร้อมกับจะมอบหมายให้ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4.บก.ป.เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานงานกับตำรวจท้องที่ เพื่อหาข้อมูลและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป