รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ พาสื่อบุกพิสูจน์ไม้สักปริศนาผูกแพล่องในแม่น้ำสาละวิน หลังกะเหรี่ยงยึดไว้ได้ 118 ท่อน ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าตัดจากฝั่งไทย และไม่มีร่องรอยชักลาก ขณะที่ทางฝั่งเพื่อนบ้านมีไม้ท่อนระเกะระกะตลอดริมฝั่ง...
จากปัญหาการลักลอบตัดในป่าเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน ที่ล่าสุดกองกำลังกะเหรี่ยงอิสระบริเวณชายแดนด้าน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน สามารถยึดแพไม้สักได้มากถึง 118 ท่อนนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ส.ค. 58 นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะ ได้เดินทางตรวจราชการด้านการป้องกันและรักษาป่าไม้ตามแนวแม่น้ำสาละวิน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีนายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผอ.สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง พ.อ.อดุลย์ จำปาทอง รอง ผบ.ฉก.ทพ.36 และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ให้การต้อนรับ ที่ สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง
หลังจากนั้น ได้เดินทางติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาไม้ตามแนวฝั่งแม่น้ำสาละวิน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยเจ้าหน้าที่นำสื่อมวลชนล่องเรือไปที่กอง ร้อย กกล.กะเหรี่ยง KNU ฐาน 542 แก่งแม่ข่อ ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ ภายหลังจากทหารกะเหรี่ยง (KNU) ได้ทำการยึดแพไม้สักผูกไว้ที่บริเวณริมฝั่งลำน้ำสาละวิน ประเทศเมียนมา ตรงข้ามแก่งแม่ข่อ ต.แม่สามแลบ ไม่พบร่องรอยการชักลากไม้ แต่ทางฝั่งเพื่อนบ้านไม้สักท่อน กระจายตามแนวริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน
...
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ทพ.36 ได้นำเรือเร็วจำนวน 2 ลำ พร้อมเรือหางยาว ของเจ้าหน้าที่อุทยาน สาละวิน 1 ลำ เดินทางไปยังบริเวณจุดที่ตรวจยึดแพไม้สัก 118 ท่อน พร้อมเข้าพบ พันตรีโบ่พอ ผบ.ร้อย กกล.KNU ฐาน 542 แก่งแม่ข่อที่ได้ตรวจยึดแพไม้สัก จากการพูดคุยเบื้องต้น พันตรีโบ่พอ กล่าวว่า ไม้จำนวนดังกล่าวผูกเป็นแพไหลลอยลงมา แต่ไม่ทราบว่าเป็นของใคร ตอนนี้ทางฐาน KNU ได้ใช้ช้างชักลากไม้ดังกล่าวขึ้นไปเก็บไว้ที่บริเวณข้างบนฐานแล้ว และจะนำมาแปรรูปเพื่อสร้างโรงเรือนต่อไป และจากการลาดตระเวน อยากให้ทั้งไทย-เมียนมา นำข้อมูลข่าวสารมาแลกเปลี่ยนกัน
ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ที่มาในวันนี้ ประเด็นหลักๆ คือ การลักลอบตัดไม้ในพื้นที่แนวฝั่งริมน้ำสาละวิน ในพื้นที่ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ขณะนี้ได้วางจุดตรวจจุดสกัดเพิ่มขึ้น โดยบูรณาการทำงานร่วมกับทหารพราน ตำรวจ และ กกล.นเรศวร ให้มีการลาดตระเวนและออกตรวจถี่ขึ้น เนื่องจากบางครั้งไม่ทราบว่าเป็นไม้ของใครที่ผูกแพไหลล่องมาตามน้ำ แต่จากการเข้าไปดูพื้นที่ในวันนี้ พบแต่รอยชักลากในฝั่งเมียนมา ซึ่งในฝั่งไทยไม่มี.