ตำรวจโชว์ฟอร์มรวบสาวใหญ่ หัวหน้าแก๊งลักทรัพย์ฉายา “แก๊งแม่เฒ่าบางแค” พร้อมลูกสมุน 1 คน งัดบ้านผู้จัดการธนาคารออมสิน กวาดเครื่องเพชรเครื่องทองรูปพรรณมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ก่อนเกิดเหตุทำทีเข้าไปขอซื้อตะไคร้จากแม่เจ้าของบ้านเพื่อดูลาดเลา พอรู้คนในบ้านจะออกไปทำบุญวันแม่ เลยยกทีมงัดประตูหลังเข้าไปลักทรัพย์ รอง ผบช.ภ.2 เผยคนร้ายประวัติฉกาจก่อเหตุในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างโชกโชน จนตำรวจตั้งฉายาแก๊งแม่เฒ่าบางแค เร่งล่าลูกสมุนอีก 3 คน ที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี
ตำรวจรวบแก๊งลักทรัพย์บ้านผู้จัดการธนาคารออมสินรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.ชลบุรี พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ร่วมแถลงผลจับกุมนางบุญเรือน ธงศรี อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/4 ม.5 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. หัวหน้าแก๊งลักทรัพย์ และนายสมหมาย พงษ์ประยูร อายุ 46 ปี ลูกสมุน อยู่บ้านเลขที่ 49 ซอยรามคำแหง 4/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. พร้อมของกลางรถปิกอัพโตโยต้าไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บบ 5718 ศรีสะเกษ พาหนะที่ใช้ก่อเหตุ สร้อยคอทองคำหนัก 20 บาท เข็มขัดทองคำหนัก 25 บาท สร้อยข้อมือฝังเพชร 4 เส้น สร้อยสังวาลฝังเพชร 2 เส้น กำไลข้อมือฝังเพชร 6 เส้น แหวนทองฝังเพชร 12 วง เข็มกลัด-ตุ้มหูเพชรจำนวนหนึ่ง ปืนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ของผู้เสียหาย รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท
พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยเบื้องหลังการจับกุมว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา นางวรรณี บริบูรณ์ อายุ 58 ปี ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขา อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี อยู่บ้านเลขที่ 144/2 หมู่ 7 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พานทอง ว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวน เข้าลักทรัพย์ในบ้านได้ทรัพย์สินไปส่วนใหญ่เป็นเครื่องเพชรและเครื่องทองรูปพรรณมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ตำรวจได้สอบสวนพยานละแวกที่เกิดเหตุทราบว่าคนร้ายใช้รถปิกอัพของกลางเป็นยานพาหนะ และได้แกะรอยจากป้ายทะเบียนรถ จนทราบกลุ่มคนร้ายมีนางบุญเรือนเป็นหัวหน้าแก๊ง คุมลูกสมุนเป็นชาย 4 คน ออกก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกนับครั้งไม่ถ้วน จนตำรวจตั้งฉายา “แก๊งแม่เฒ่าบางแค” และได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับนางบุญเรือนกับพวก
...
รอง ผบช.ภ.2 กล่าวต่อว่า ต่อมาวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.สภ.พานทอง ร่วมกับ พ.ต.ท.ภูวดล พิสุทธินรเศรษฐ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ศุภวัฒน์ ลัทธิปรีชา สวส.สส. นำกำลังตามรวบตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่บ้าน พร้อมตามยึดของกลางที่ผู้ต้องหานำไปขายตามร้านค้าทองและร้านค้าเพชรหลายแห่งที่กรุงเทพฯ ตั้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดและพาทรัพย์นั้นไป ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 3 คน ชื่อนายสมบัติหรือแปะ อยู่เจริญ อายุ 37 ปี นายสายันต์ หรือ เรย์ เมฆฉาย อายุ 23 ปี และนายเล็ก ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งตำรวจจะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
สอบสวนนางบุญเรือน หัวหน้าแก๊ง ให้การรับสารภาพว่า เคยผ่านบ้านที่เกิดเหตุ เห็นบ้านหลังใหญ่ มีที่ดินมาก น่าจะมีทรัพย์สินเยอะ และเคยเข้าไปขอซื้อพืชผักสวนครัวมาแล้ว ก่อนเกิดเหตุวันที่ 11 ส.ค. พาลูกน้องมาดูลาดเลา ทำทีเข้าไปขอซื้อตะไคร้ มะกรูด แต่แม่เจ้าของบ้านบอกว่าไม่มี และบอกต่อว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องมา เพราะไม่มีคนอยู่บ้านจะออกไปทำบุญวันแม่ กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น 12 ส.ค. นางบุญเรือนพาลูกน้องงัดประตูหลังบ้านบุกเข้าไปลักทรัพย์ดังกล่าว