ความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้การเมืองคอนรุดดูที่เกิดเหตุพร้อมชุด EOD เผย พบกระเดื่องระเบิดขว้างตกในที่เกิดเหตุ ขณะที่ปมก่อเหตุคาดว่ามาจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ใช่ก่อการร้าย...


เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 58 พล.ต.ต.สมพงษ์ ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เดินทางมาดูที่เกิดเหตุระเบิดที่บ้านของนางพัฒชณี แสงศรี อายุ 51 ปี ชาวบ้าน หมู่ 4 บ้านทุ่งประหลาด ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช อดีตแม่ค้าขายหมูตลาดสดเทศบาลตำบลท่ายาง ด้วยตนเองพร้อมกับ พ.ต.ท.หญิงอมรรัตน์ พลเกษตร นวท. (สบ.3) หน.พฐ.จว.นครศรีธรรมราช พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ร.ต.ท.ประยงค์ ช่วยชู รองสว.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหรือชุด EOD

สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนนำระเบิดมาขว้างใส่บริเวณข้างบ้านของนางพัฒชณี แรงระเบิดทำให้กำแพงบ้านด้านหลังได้รับความเสียหาย ถูกสะเก็ดระเบิดกระจายหลายจุด หน้าต่างบานที่ติดกระจกแตกกระจายเกลื่อน นอกจากนี้ต้นยางอายุประมาณ 3 ปี ที่ปลูกไว้ข้างบ้านถูกสะเก็ดระเบิดเสียหายไปหลายสิบต้น แต่โชคดีที่คนในบ้านไม่ได้รับอันตรายจากแรงระเบิดในครั้งนี้

...


ความคืบหน้าล่าสุด ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจากภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้ามาตรวจสอบหาหลักฐานวัตถุต่างๆ ในที่เกิดเหตุ จนไปพบกระเดื่องนิรภัย M213 ซึ่งเป็นกระเดื่องของลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ ลข.M79 ชนิดลูกเกลี้ยงตกอยู่ท้ายรถกระบะโตโยต้าสี่ประตูโฟร์วีล สีน้ำเงิน ทะเบียน กค 7794 นครศรีธรรมราช ห่างจากตัวบ้านประมาณ 15.58 เมตร จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบว่าที่ตัวรถด้านขวา ระหว่างล้อหลังยังถูกสะเก็ดระเบิดกระจายมาโดน 1 จุด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสรายุทธ หรือบิ๊ก ชัยรัตน์ อายุ 28 ปี เป็นลูกชายของเจ้าของบ้านมาสอบสวน เนื่องจากคืนเกิดเหตุไม่ได้อยู่บ้าน โดยนายสรายุทธให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่ทราบสาเหตุเช่นกันว่ามาจากเรื่องอะไร แต่ยอมรับว่าเมื่อปี 52 ที่ผ่านมา ตนได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดจริง แต่หลังจากพ้นโทษออกมาก็มีครอบครัว ช่วยแม่ทำงานอยู่ที่บ้าน ทั้งเลี้ยงสุกรและทำสวนยางพารา

ด้านพล.ต.ต.สมพงษ์ ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เผยว่า สาเหตุที่เกิดระเบิดขึ้นในครั้งนี้ น่าจะมาจากการขัดผลประโยชน์เรื่องธุรกิจนอกระบบ ที่นายสรายุทธ หรือ บิ๊ก ชัยรัตน์ อายุ 28 ปี และนายพงศ์ศักดิ์ หรือแม็ก ชัยรัตน์ อายุ 30 ปี ลูกชายทั้งสองคนของนางพัฒชณี เจ้าของบ้านมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางฝ่ายปกครองทราบดี ว่าทั้งสองคนมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ เคยเข้าตรวจค้นบ้านมาแล้ว แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และเมื่อสองถึงสามวันที่ผ่านมา ชาวบ้านในละแวกนั้นได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้มีแก๊งค้าธุรกิจนอกกฎหมายในพื้นที่จำนวนหนึ่งมาติดตามทวงถามเรื่องเงิน แต่ทั้งสองคนตอบผลัดไป อาจจะเป็นสาเหตุทำให้แก๊งดังกล่าวไม่พอใจถึงกับนำระเบิดมาขว้างใส่บริเวณบ้าน เพื่อเป็นการข่มขู่ให้เกิดความกลัวก็เป็นได้

"เหตุการณ์ที่เกิดระเบิดในครั้งนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ในกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน เป็นเรื่องของขบวนการธุรกิจผิดกฎหมายที่ขัดผลประโยชน์กันเอง แล้วมาตามทวงหนี้ ด้วยการนำระเบิดออกมาขว้างใส่บ้าน เพื่อเป็นการข่มขู่ให้เกิดความกลัว" ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กล่าว.