รวบเจ้าหนี้โหดสมาชิกแก๊งแอล โอรส ปล่อยเงินกู้ให้ลูกหนี้ 8 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อวัน เก็บดอกเบี้ยมา 2 ปี จ่ายไปแล้ว 1.5 ล้านบาท ยังไม่หมด แถมถูกข่มขู่จะทำร้ายและยึดทรัพย์ ก่อนนี้ลูกหนี้ทนไม่ไหวกินยาฆ่าตัวตายมาแล้ว ตำรวจเผยมีนายทุนเครือข่ายใหญ่ระดับประเทศ เร่งออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการขูดเลือดคนจน
ตำรวจรวบเจ้าหนี้ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยสุดโหดเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ สน.คันนายาว พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.พิรพล อัจกลับ ผกก.สืบสวน ภ.จ.บึงกาฬ ช่วยราชการ บก.ปคม. และ พ.ต.อ.สหภัส กายขำสิทธิกุล ผกก.สน.คันนายาว ร่วมกันแถลงจับกุมนายอัมพร หรือเบน พูลสมบัติ เจ้าของฉายา “เบน สี่สูบ” อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ซอยวัดพิชัยญาติ แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม. ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1782/2558 ลงวันที่ 18 ส.ค. 58 พร้อมของกลางเงินสด 10,000 บาท โทรศัพท์มือถือซัมซุง และรถ จยย.ยามาฮ่า รุ่น YZF-R15 สีขาวน้ำเงิน ทะเบียน กฐ 9510 กรุงเทพมหานคร จับกุมได้ภายในหมู่บ้านชวนชื่นไพรเวท ซอยคู้บอน 27 แยก 13 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. หลังตำรวจได้รับแจ้งว่ามีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้คิดดอกเบี้ยเกินอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด
พ.ต.อ.อังกูรกล่าวว่า ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้ประสานให้ตรวจสอบมีกลุ่มทวงหนี้นอกระบบมีพฤติกรรมทวงหนี้ไม่เป็นธรรมอาละวาดพื้นที่ฝั่งธนบุรี ประกอบกับตำรวจ ปคบ.ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายว่า เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 56 มีการกู้ยืมเงินนอกระบบจากนายอัมพร และนายปอง (ไม่ทราบนามสกุล) 80,000 บาท ถูกบังคับต้องจ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 2 บาทต่อวัน หรือดอกเบี้ย 1,600 บาทต่อวัน จนกว่าจะชำระเงินต้นหมด ส่งทั้งต้นและดอกเบี้ยผ่านมาแล้ว 2 ปี รวมเป็นเงิน 1,552,000 บาท เงินต้นก็ยังไม่หมด แต่ช่วงนี้ผู้เสียหายมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ขอชะลอจ่ายค่าดอกเบี้ย แต่นายอัมพรไม่ยอม ตามข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย จนผู้เสียหายเกิดความทุกข์แสนสาหัส และเคยกินน้ำยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตาย 1 ครั้ง เพื่อหนีหนี้ แต่มีญาติช่วยนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจรับแจ้งความนายอัมพรจะเข้ามาเก็บหนี้กับผู้เสียหายที่บ้านพัก ซอยคู้บอน 27 แยก 13 แขวงท่าแร้ง หากไม่ยอมให้จะทำร้ายผู้เสียหาย และมายึดเอาทรัพย์สิน ตำรวจจึงวางแผนเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง
...
พ.ต.อ.อังกูรกล่าวอีกว่า นายอัมพรอยู่สังกัดแก๊งแอล โอรส เจ้าพ่อยาเสพติดชื่อดัง ย่านฝั่งธนบุรี เคยต้องโทษคดีจำหน่ายยาเสพติดจำคุก 3 ปี และเป็นสมาชิกของบริษัททวงหนี้นอกระบบผิดกฎหมายขนาดใหญ่ มีนายทุนใหญ่ระดับต้นของประเทศเป็นเจ้าของบริษัทนี้ ส่วนพื้นที่ในการทำงานย่านฝั่งธนบุรี มีนายปอง ผู้ดูแลเขตสาขาสั่งการควบคุม สิ่งสำคัญการใช้โทรศัพท์มือถือ พิมพ์ชื่อติดต่อใช้รหัสบุคคล ไม่พิมพ์เป็นชื่อ เพื่อตัดตอนป้องกันตำรวจตรวจสอบ และนาฬิกา มีรหัสติดตามตัว ตำรวจจะออกหมายจับนายปองที่ถูกกล่าวอ้าง เพื่อขยายผลขบวนการใหญ่กวาดล้างให้สิ้นซาก เพราะเป็นการทำลายคนยากจน เบื้องต้นแจ้งข้อหานายอัมพร กรรโชกทรัพย์ ร่วมกันประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด นำส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายอัมพรให้การว่า หลังพ้นโทษจากเรือนจำคดียาเสพติด ได้ไปรับจ้างทวงหนี้ให้กับเฮียปอง ไม่ทราบนามสกุล เช่าบ้านย่านถนนอินทรพิทักษ์ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี เป็นสำนักงานย่อยปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับบุคคลทั่วไป ตนยอมรับปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับผู้เสียหายจริง เมื่อปี 56 ผู้เสียหายกู้ยืมเงินไป 60,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อวัน แต่ไม่ยอมจ่ายต้นให้หมด และกู้เงินเพิ่มอีก 20,000 บาท รวมเป็น 80,000 บาท ส่วนดอกเบี้ยรายวันผู้เสียหายเป็นผู้เสนอจะให้เอง ไม่เคยเรียกร้องอะไร