ตำรวจกองปราบฯชุดคลี่คลายคดี “เสี่ยจืด” นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ขมวดปมคดีการโอนหุ้นเห็นเค้าลางคนร้ายมากกว่า 2 ราย หลังมีการเรียกพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นมาสอบสวนเพิ่มเติม พบพิรุธคำให้การขัดแย้งกับผลตรวจพิสูจน์ลายเซ็นเอกสารการโอนหุ้น ร่องรอยการแก้ไข รวมทั้งเปลี่ยนเนื้อหาใจความสำคัญในเอกสาร เตรียมแจ้งข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร ลักทรัพย์หรือรับของโจร

คดีการตายอย่างมีเงื่อนงำของ “เสี่ยจืด” นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ตกเป็นผู้ต้องหาขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ต่อมาญาติตรวจสอบพบว่านายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่า ประมาณ 300 ล้านบาท ให้กับหญิงสาว 2 คนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง คือ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวท้องแก่ และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาว จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ให้คลี่คลายคดีปริศนา

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม น.ส.สุรดา เที่ยงธรรม หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด พร้อมทนายความ ได้เข้าให้ปากคำชุดคลี่คลายคดีเพิ่มเติมในประเด็นที่ต้องสงสัย ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง โดยการสอบปากคำ น.ส.สุรดาครั้งนี้ถือว่าเป็นประโยชน์และมีความชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งการเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมของ น.ส.กัณฐณา ศิวธนพล พริตตี้สาวท้องแก่ และ น.ส.อรุชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวคนสนิท ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์มากขึ้น ทั้งนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเอกสารธุรกรรมต่างๆ รวมทั้งเอกสารหลักฐานคำให้การต่างๆ ตลอดจนผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน และนิติวิทยาศาสตร์มาประมวลผลวิเคราะห์

มีรายงานอีกว่าส่วนผลการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดมาได้จากบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัทสแตนดาร์ด เพอร์ฟอแมนซ์ จำกัด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) คาดว่าไม่เกิน 1-2 วัน จะส่งมอบเอกสารหลักฐานต่างๆที่พบในคอมพิวเตอร์ที่ยึดไปตรวจสอบได้ ระหว่างนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกพยานแวดล้อมต่างๆมาให้ปากคำเพิ่มเติมตลอด เพื่อตรวจสอบดูว่ายังมีส่วนไหนที่บกพร่องอีกหรือไม่ รวมทั้งสำนวนขาดอะไรบ้างและมีอะไรที่ต้องเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมหลักฐานเอกสารทั้งหมด ก่อนที่จะออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดในคดี เบื้องต้นพบว่ามีผู้เข้าข่ายกระทำความผิดมากกว่า 2 ราย ทั้งนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆนี้

...

แหล่งข่าวแจ้งอีกว่าหลังจากเกิดเหตุเรื่องการโอนหุ้นที่ทางญาตินายชูวงษ์ตั้งข้อสงสัยว่ามีพิรุธ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสืบสวนหาพยานหลักฐาน ซึ่งพบพิรุธตลอดจนคำให้การของพยานผู้ที่เกี่ยวข้อง ขัดแย้งกับผลตรวจพิสูจน์ต่างๆ อาทิ ลายเซ็นในเอกสารใบโอนหุ้น ร่องรอยการแก้ไข เปลี่ยนเนื้อหาใจความในเอกสาร ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างวิเคราะห์ตามพยานหลักฐาน และคำให้การของพยานต่างๆ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร ลักทรัพย์หรือรับของโจร