สุดเศร้า!! พ่อ-แม่-สามี เหยื่อระเบิดแยกราชประสงค์ รอรับร่างลูกสาวที่ถูกส่งมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านพักในจังหวัดเลย ด้วยความโศกเศร้า พร้อมขอฝากถึง "นายกฯ" ไม่อยากให้มีการสูญเสียอีก...

จากกรณีที่มีคนร้ายวางระเบิดที่บริเวณศาลพระพรหม สี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทั้งคนไทยและคนต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นคือ น.ส.สุดชาดา นิสีดา อายุ 32 ปี ที่อยู่ 63/4 หมู่ที่ 13 บ้านห้วยพอด ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย พนักงานธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ซึ่งแวะสักการะศาลพระพรหม ระหว่างกลับบ้าน ทำให้ประสบเหตุ เสียชีวิต

โดยที่บ้านพักใน จ.เลย ได้มี นายเหวียน นิสีดา อายุ 60 ปี และนางทองพัด นิสีดา อายุ 58 ปี พ่อแม่ผู้เสียชีวิต และ ด.ญ.อริศรา เทศจันทร์ อายุ 8 ขวบ บุตรสาว น.ส.สุดชาดา พร้อมญาติกว่่า 100 คน มารอรับศพ ซึ่งญาติในกรุงเทพฯ ได้นำออกมาจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ วานนี้ (18 ส.ค.) ซึ่งภายในบ้านได้มีการเตรียมสถานที่ และบริเวณหน้าบ้านได้มีการกางเต็นท์จำนวน 2 หลัง พร้อมโต๊ะ เก้าอี้ เตรียมตั้งศพ และพวงหรีดจากจากสำนักงานประกันสังคม จ.เลย, หอการค้า จ.เลย และกลุ่มคนรักเมืองเลย รวมทั้งช่อดอกไม้จำนวนหนึ่ง ที่จัดเตรียมไว้แต่งหน้าโลง

...

กระทั่งเวลา 01.00 น. วันที่ 19 ส.ค. 58 รถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮจ 6722 กรุงเทพมหานคร นำร่างของ น.ส.สุดชาดา บรรจุโลงศพสีขาว ขับเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าบ้าน พบนายสันติ เทศจันทร์ อายุ 36 ปี สามีของ น.ส.สุดชาดา นั่งมากับรถตู้ จากนั้นนายเหวียน และนางทองพัด ได้มาจุดธูปแล้วปักที่กระถางหน้าโลงศพภายในรถ และเชิญดวงวิญญาณของผู้ตายเข้าบ้าน โดยแม่ได้ถือกระถางธูปเดินนำหน้าด้วยความเศร้าโศกเสียใจ มีญาติช่วยกันแบกโลงศพเข้าบ้าน พร้อมช่วยกันนำใส่โลงเย็น เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างผู้เสียชีวิต เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาในตอนเย็นวันเดียวกัน

นางทองพัด และนายเหวียน พ่อและแม่ เล่าว่า ปกติลูกสาวคนเล็กจะโทรมาคุยด้วยวันละหลายเวลา ว่ากินข้าวหรือยัง ทำอะไรอยู่ จนเมื่อเวลาบ่ายโมงวันเกิดเหตุ ลูกสาวโทรมาบอกว่าได้โอนเงินให้พ่อแม่แล้วได้รับหรือยัง ลูกสาวจะส่งให้ทุกเดือนบางเดือนก็ 2 ครั้ง เป็นอย่างนี้มาตลอด และเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ มาทราบทีหลังว่าลูกสาวเลิกงานจะกลับบ้านที่สมุทรปราการ แต่วันที่เกิดเหตุได้เข้าไปไหว้ศาลพระพรหม จนกระทั่งมีเหตุระเบิดจนเสียชีวิต เมื่อทราบข่าวรู้สึกเสียใจมากที่เสียลูกสาวไป ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวใคร ก็ขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีอยากให้บ้านเมืองสงบ ไม่อยากให้ต้องสูญเสียอีก เหมือนครอบครัวตนเอง ขอให้ลูกสาวตนเองเป็นรายสุดท้าย ฝากถึงท่านนายกฯ ด้วย

นายสันติ เทศจันทร์ อายุ 36 ปี สามีของ น.ส.สุดชาดา เปิดใจด้วยน้ำตาที่นองหน้าว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นเวลา 18.50 น. ตนเองได้ส่งข้อความถึงภรรยา ว่าอยู่ที่ไหนกลับบ้านหรือยัง จนทราบว่าภรรยาพร้อมเพื่อนที่ทำงาน ได้แวะไหว้บนบานศาลพระพรหม ขอให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก่อนกลับบ้าน จากนั้นตนเองมาทราบข่าวว่า มีเหตุระเบิดที่บริเวณศาลพระพรหม ได้พยายามส่งข้อความทางไลน์และโทรหากว่า 30 ครั้ง มีเสียงแต่ไม่มีคนรับจนถึง 3 ทุ่ม ตนเองเป็นห่วงมาก ได้โทรหาพี่ชายภรรยา ช่วยกันตามหาแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนไปเช็กที่ รพ.ตำรวจ ทราบว่าภรรยาพร้อมเพื่อนได้ถูกนำส่งมาที่นี่ และเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ส่วนบาดแผลร่างกายของภรรยามีบริเวณที่หน้าอก โดยแพทย์ได้ลงสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากโดนแรงอัดจนเส้นเลือดใหญ่ฉีกขาด และบริเวณขาถูกสะเก็ดระเบิด จนเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ก่อนการเสียชีวิตของภรรยา ก็ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นลางสังหรณ์แต่อย่างไร.