อดีตผู้ช่วย ผญบ.ทาส พนัน ควงปืนปลอม-มีดบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินแบงก์ไทยพาณิชย์ สาขาสตึก จ.บุรีรัมย์ กวาดเงินสด 208,000 บาท ใส่กระเป๋าสะพายเผ่นหนี ผจก.ธนาคารกดสัญญาณเตือนภัยปิดประตูล็อก ใช้ด้ามมีดทุบกระจกแตกออกไปได้ แต่ รปภ.ไหวพริบดี ถอดกุญแจรถ จยย. ของคนร้ายที่จอดติดเครื่องไว้หน้าธนาคาร พร้อมเป่านกหวีดขอความช่วยเหลือ ยังวิ่งหนีไปจี้ชิงรถ จยย.ของชาวบ้าน แต่ไม่รอดถูกพลเมืองดีกระโดดถีบรถล้มจนมุม สารภาพเพิ่งลาออกจากตำแหน่งผช.ผญบ.ได้วันเดียว ก่อนมาก่อเหตุเพื่อหาเงินไปใช้หนี้เงินกู้ที่เสียพนันมวยตู้และไฮโลจนหมดตัว
เหตุระทึกขวัญ อดีตผู้ช่วย ผญบ.ริเป็นโจรบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินธนาคารแต่หนีไม่รอดถูกพลเมืองดีไล่จับกุมได้ทันควัน เปิดเผยเมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 18 ส.ค. ร.ต.ท.อุดร ภักษารัมย์ พงส.สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายบุกจี้ชิงเงินที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสตึก เลขที่ 447 ริมถนนสายสตึก-บุรีรัมย์ หมู่ 1 ต.นิคม จึงรายงานให้ พ.ต.อ.สนอง วรรณโคตร ผกก. นำกำลังตำรวจไปที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายถูกชาวบ้านและตำรวจจราจรช่วยกันจับกุมไว้ได้บริเวณถนนประสพสุข ห่างจากธนาคารประมาณ 500 เมตร ทราบชื่อนายสำเภา ชงจิ๋ว อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 12 บ้านโนนเกตุ ต.ร่อนทอง อ.สตึก โดยมีมีดปลายแหลมยาว 1 ฟุต 1 เล่ม และปืนปลอม 1 กระบอก ตกอยู่บนถนน กระเป๋าสะพาย 2 ใบ ที่ชาวบ้านกระชากจากคนร้ายมาได้ ภายในมีเงินสด 208,000 บาท ที่ชิงมาจากธนาคาร ตำรวจรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำพร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ
สอบสวนนายมงคล ธรณี อายุ 37 ปี รปภ.ธนาคารให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะเดินดูแลความปลอดภัยอยู่หน้าประตูทางเข้าธนาคารด้านนอก เห็นคนร้ายใส่หมวกกันน็อก ขี่รถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ สีแดงขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดติดเครื่องไว้ข้างธนาคาร ลงจากรถถือมีดปลายแหลมเดินปรี่เข้ามาจ้วงแทง แต่ตนเอี้ยวตัวหลบทันคมมีดถูกเสื้อขาดเล็กน้อย จากนั้นคนร้ายเปิดประตูวิ่งเข้าไปในธนาคาร มือซ้ายถือมีดและมือขวาชักปืนอีกกระบอกออกมาข่มขู่พนักงานพร้อมเปิดลิ้นชักในเคาน์เตอร์ 2 และ 3 หยิบเอาเงินสดใส่กระเป๋าสะพาย แล้ววิ่งกลับมาที่ประตูจะหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารกดสัญญาณเตือนภัยทำให้ประตูปิดล็อกอัตโนมัติ คนร้ายจึงใช้ด้ามมีดทุบกระจกแตกก่อนวิ่งออกมาที่จอดรถ จยย.ทิ้งไว้ แต่ขณะที่คนร้ายเข้าไปก่อเหตุในธนาคาร ตนได้ดับเครื่องรถ จยย. ล็อกคอเอากุญแจออกและล้มรถตะแคงที่พื้น พร้อมเป่านกหวีดเสียงดังตะโกนบอกชาวบ้านละแวกใกล้เคียงว่ามีการจี้ธนาคาร เมื่อคนร้ายวิ่งมาที่รถไม่สามารถขี่หลบหนีได้ เลยรีบวิ่งหนีไปทางถนนประสพสุข โดยมีชาวบ้านช่วยกันวิ่งไล่ตามไป
...
นายต้องตา หาดี อายุ 37 ปี เจ้าของร้าน MT คอมพิวเตอร์ พลเมืองดีที่ช่วยจับกุมคนร้ายเล่าเหตุการณ์ระทึกว่า ขณะนั่งซ่อมคอมพิวเตอร์อยู่ในร้านใกล้ธนาคาร ได้ยินเสียง รปภ.ธนาคารเป่านกหวีดดังลั่นและตะโกนขอความช่วยเหลือว่ามีคนร้ายจี้ธนาคาร รีบออกมาดูเห็นคนร้ายวิ่งผ่านไปจึงวิ่งไล่ติดตามไปถึงถนนประสพสุข คนร้ายได้จี้ชิงรถ จยย.จากวัยรุ่นคนหนึ่งที่ขี่ผ่านมาเพื่อหลบหนี ขณะกำลังเลี้ยวกลับรถตนจึงกระโดดเข้าไปกระชากกระเป๋าสะพายของคนร้าย แล้วชาวบ้านอีกหลายคนช่วยกันถีบรถ จยย.จนล้มลงและสามารถจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้
ด้านนายชูชัย เหลือสัมฤทธิ์ ผจก.ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสตึก เผยว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังจะขึ้นรถเก๋งที่จอดอยู่หน้าธนาคารเพื่อไปรับประทานอาหารเที่ยง ได้ยิน รปภ.เป่านกหวีดเสียงดังและตะโกนขอความช่วยเหลือ รีบวิ่งเข้าไปดูในธนาคารเห็นคนร้ายมือถือปืนและมีดส่ายไปมา โดยมีพนักงานอยู่ 8 คนตกใจร้องไห้วิ่งหลบหนีกันจ้าละหวั่น จึงเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่ใกล้ประตูทางออก โทรศัพท์แจ้งตำรวจพร้อมกดสัญญาณเตือนภัยทำให้ประตูธนาคารล็อกอัตโนมัติ คนร้ายใช้ด้ามมีดทุบแตกก่อนวิ่งหนีไป ตรวจสอบเงินที่คนร้ายได้ไป 208,000 บาท
สอบสวนนายสำเภา ชงจิ๋ว คนร้ายที่ก่อเหตุให้การว่า มีอาชีพทำสวนยางพาราและเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนเกตุ ต.ร่อนทอง อ.สตึก เพิ่งลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ก่อนก่อเหตุเพียงวันเดียว ต้องการหาเงินไปใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ 2.5 แสนบาท และเอารถปิกอัพไปเข้าไฟแนนซ์อีก 1 แสนบาท เนื่องจากติดเล่นการพนันทั้งมวยตู้และไฮโล เล่นเสียจนหมดตัวทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก หาเงินไปใช้หนี้ไม่ได้เลยตัดสินใจก่อเหตุ อีกทั้งตนยังเป็นลูกค้าของธนาคารที่เกิดเหตุเลยรู้ความเคลื่อนไหวและทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี โดยนำมีดมาจากบ้าน ไปซื้อปืนปลอมและหมวกกันน็อกจากร้านค้าใน บขส.สตึก แล้วขี่รถ จยย.วนดูลาดเลา 2 รอบ ก่อนตัดสินใจลงมือ แต่พอหนีออกมาปรากฏว่ารถ จยย.ถูกถอดกุญแจไปแล้วเลยวิ่งเผ่นหนีไปจี้ชิงรถ จยย.อีกคัน แต่สุดท้ายไม่รอดถูกชาวบ้านจับกุมตัวได้