ชุดสืบสวนคดียูฟันฯรวบทายาทกรรมการ บริหารเมืองทองธานี เอี่ยวกับยูฟันฯ หลังกรรมการยูฟันฯผู้ต้องหาคนสำคัญโอนเงินให้ 37 ล้านบาท ตร.เคยเข้าจับถึงหมู่บ้านไฮโซ ย่านคลองเตย ไหวตัวหลบหนีไปได้ แต่ทนความกดดันไม่ไหวขอมอบตัวสู้คดี สารภาพรับโอนเงินจริง แต่ไม่เกี่ยวยูฟันฯ รอง ปคบ.เผยเตรียมปูพรมพื้นที่ภาคใต้ไล่ล่าผู้ต้องหาหลบหนี และอายัดทรัพย์เพิ่มเติม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน (ยูฟัน) บก.ปคบ. ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.พิรพล อัจกลับ ผกก.สืบสวน ภ.จ.บึงกาฬ และชุดสืบสวนคดียูฟันฯ ร่วมกันแถลงข่าวควบคุมนายกาวิน วงศ์สงวน อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ซอยอรรถกวี 1 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. ลูกชายนายบุรินทร์ วงศ์สงวน ตำแหน่งกรรมการบริหาร บ.บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจเมืองทองธานี และหลานชาย พล.ต.ต.วันชัย วิสุทธินันท์ อดีตข้าราชการตำรวจ หลังเข้ามอบตัวพร้อมทนาย ตามหมายจับศาลอาญา 1352/2558 ลงวันที่ 23 เม.ย.58 ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกระทำความผิดการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากตำรวจพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ บ.ยูฟันฯและเป็นผู้ต้องหารายที่ 66

พ.ต.อ.อังกูรกล่าวว่า ตามที่ชุดสืบสวนคดียูฟันฯ ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินนายอาทิตย์ ปานแก้ว กรรมการ บ.ยูฟันฯ ผู้ต้องหารายสำคัญที่ยังหลบหนี พบมีการโอนเงินให้กับนายกาวิน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 เป็นเงิน 18 ล้านบาท และครั้งที่ 2 เป็นเงินประมาณ 19.9 ล้านบาท รวม 37,920,000 บาท และมีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารยืนยันว่ามีการโอนเงินจำนวนดังกล่าวจริง จึงเชื่อว่านายกาวินเป็นผู้ที่ช่วยเหลือให้นายอาทิตย์ยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชน เพื่อหลบหนีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ชุดจับกุมเคยนำหมายจับ และหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ ค.93/2558 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 34 ซอยอรรถกวี 1 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. ของนายกาวิน แต่ผู้ต้องหาหลบหนีไปก่อน และตำรวจกดดันตลอดจนต้องเข้ามอบตัว

...

พ.ต.อ.อังกูรกล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่าเงินจำนวนดังกล่าวนายอาทิตย์โอนให้ เนื่องจากมีการซื้อขายอาคาร ย่านบางนา กทม. ให้นายอาทิตย์ เมื่อ ปี 56 ก่อน บ.ยูฟันฯ ก่อตั้งเป็นบริษัทเมืองไทย ยังไม่กระทำผิดกฎหมายใดๆตำรวจจึงบันทึกคำให้การไว้ และส่งอัยการฟ้องศาลต่อไป ส่วนผิดหรือไม่ต้องไปพิสูจน์กันชั้นศาล อาคารนี้ตำรวจเคยเข้าตรวจค้น ร่วมกับ ปปง. และทำการอายัดไว้แล้ว เพื่อนำขายทอดตลาดคืนให้ผู้เสียหาย ส่วนเงินที่ซื้อขายกัน 37 กว่าล้านบาท เป็นเงินนายอาทิตย์คงต้องนำเข้าคณะกรรมการสืบสวนคดียูฟันฯ ตรวจสอบพิจารณา ควรจะอายัดต่อหรือไม่ เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบการซื้อขาย ไม่มีการเสียภาษีอากร แต่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป คดีนี้ชุดสืบสวนคดียูฟันฯ ออกหมายจับ 160 คน จับกุมได้ 66 ราย หลบหนี 94 ราย และนิติบุคคล 4 แห่ง ถูกจับกุมทั้งหมดแล้ว วันที่ 20 ส.ค.นี้ จะนำกำลังชุดสืบสวนปูพรมจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเร่งจับกุมผู้ต้องหาให้ได้ 100 คน ภายในสิ้นเดือนนี้ และทำการอายัดทรัพย์อีกหลายแห่ง

นายกาวินให้การว่า เมื่อปลายปี 56 นายอาทิตย์ ได้ติดต่อซื้ออาคารดังกล่าว ผ่านนายหน้ามีการตกลงซื้อขายทำสัญญากันถูกต้องตามกฎหมาย และนายอาทิตย์ออกเช็คเงินสดให้ 2 ฉบับ รวมเป็นเงิน 37,920,000 บาท และทราบว่านำอาคารมาทำเป็นสำนักงานใหญ่ บ.ยูฟันฯ ตนยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับนายอาทิตย์เป็นการส่วนตัว และไม่เคยทราบว่าบ.ยูฟันฯดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย เมื่อขายอาคารไปก็จบไม่เคยติดต่อกัน ประกอบกับช่วงเวลาซื้อขายอาคารดังกล่าว บ.ยูฟันฯยังไม่ได้มีการก่อสร้างขอจดทะเบียน และยังไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ดังนั้น ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ จึงขอเข้ามอบตัว และนำหลักฐานต่างๆ เพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป