ฆ่าสยองขาใหญ่ย่านนนทบุรี ก่อนพบจุดจบทราบข่าวว่าอดีตภรรยาที่เลิกรากันไปนานแล้วไปอยู่กินกับหนุ่มบิ๊กซี ฉวยโอกาสหนุ่มบิ๊กซีเลิกงานเดินกลับที่พัก ไปดักรอหมายทำร้าย แต่พลาดท่าถูกหนุ่มบิ๊กซีกะซวกคอด้วยมีดตายสยอง ก่อนจะเข้ามอบตัวตำรวจ เผยสุดทน ถูกผู้ตายตามราวีไม่เลิก ถึงขนาดบุกห้องพักมีดปักหน้าประตูห้องเป็นการข่มขู่เอาชีวิตมาแล้ว
ขาใหญ่ถูกหนุ่มบิ๊กซีกะซวกคอตายสยองรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 18 ส.ค. ร.ต.ท.ชัยยง อ้วนมะโฮง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนนทรี ว่า มีเหตุคนถูกแทงเสียชีวิตข้างร้านพี แอนด์ เจ มินิมาร์ท ปากซอยรัตนาธิเบศร์ 17 ต.บางกระสอ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.พ.ต.อ.รัชกฤช วุฒิชัยภิญโญ พงส.ผทค. พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ รอง ผกก.สส. แพทย์เวรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พบร่างผู้เสียชีวิตทราบต่อมาชื่อนายสุคนธ์ มั่นคงสันติสกุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 หมู่ 10 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ลักษณะศพนอนคุดคู้จมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่ลำคอ กกหูซ้าย ศีรษะ เอวด้านซ้าย รวม 13 แผล เหนือศีรษะของศพพบโทรศัพท์อยู่ในซองหนังสีดำ 2 เครื่องตกอยู่ ทราบว่าเป็นของผู้ตาย จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน น.ส.พัชรินทร์ อุรุพงศา อายุ 48 ปี เจ้าของร้านพี แอนด์ เจ มินิมาร์ท ให้การว่า เมื่อช่วงประมาณเที่ยงคืน ขณะนอนพักอยู่ที่บ้านด้านหลังของร้าน ได้มีพนักงานขายของที่ร้านโทรศัพท์ไปแจ้งให้ทราบว่ามีคนถูกแทงเสียชีวิตที่ข้างร้าน จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191 ทราบ ก่อนจะรีบออกมาที่ร้าน พบว่ามีคนถูกแทงเสียชีวิตจริง ในขณะที่พนักงานของร้านให้การว่า ขณะเกิดเหตุไม่เห็นเหตุการณ์ มาทราบอีกทีตอนนำขยะไปทิ้งพบนายสุคนธ์ถูกแทงเสียชีวิต ขณะเดียวกัน ตำรวจสอบปากคำพยานเป็นพนักงานปั๊มน้ำมัน ให้การว่าขณะนั่งดื่มเบียร์อยู่ริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ เห็นคนร้ายเป็นชายอายุ 25-30 ปี สูงประมาณ 165 ซม. สวมเสื้อยืดโปโลสีเขียว ที่กระเป๋าเสื้อปักภาษาอังกฤษตัวซีสีแดงกำลังยืนพูดคุยอยู่กับผู้ตายคล้ายตกลงปัญหาบางอย่าง แต่ตกลงกันไม่ได้ ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง โดยผู้ตายพูดว่า “กูขาใหญ่อยู่แถวนี้มึงจะทำไม” จากนั้นคนร้ายซึ่งสวมเสื้อสีเขียวได้โทรศัพท์เรียกเพื่อนให้ขับรถเก๋งมาจอดรออยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ ก่อนจะชักมีดปลายแหลมออกมากระหน่ำแทงผู้ตายล้มลงไปกองกับพื้นเสียชีวิต แล้วคนร้ายวิ่งไปขึ้นรถเก๋งที่จอดรออยู่หลบหนีไป
...
ต่อมาในช่วงสายของวันเดียวกัน นายนพรัตน์ สูงคาสิทธิ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/10 หมู่ 9 ต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร มือมีด เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี แจ้งให้ทราบว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุแทงนายสุคนธ์เสียชีวิต พร้อมให้รายละเอียดว่ามีอาชีพขายโทรศัพท์มือถือที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขารัตนาธิเบศร์ อยู่กินฉันสามีภรรยากับ น.ส.มะลิวัลย์ โพธิ์ศรีจันทร์ อายุ 32 ปี มาประมาณปีเศษ โดยเดิมที น.ส.มะลิวัลย์อยู่กินกับนายสุคนธ์ มีอาชีพเป็นคนดูแลหอพักภายในซอยสามัคคี 5 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี แต่ทั้งคู่เลิกรากันนานกว่า 2 ปีแล้ว ก่อนที่ น.ส.มะลิวัลย์จะหันมาอยู่กินกับตน ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมักจะถูกนายสุคนธ์คอยตามราวีไม่เลิก ล่าสุดตามไปหาเรื่อง น.ส.มะลิวัลย์ที่ห้องพัก แต่ไม่เจอ นายสุคนธ์จึงใช้มีดปลายแหลมปักประตูหน้าห้องเอาไว้เป็นการข่มขู่ ก่อนเกิดเหตุหลังเลิกงานตนเดินกลับที่พักซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 500 เมตร ระหว่างทางพบนายสุคนธ์ดักรออยู่ ตนไม่อยากมีเรื่องด้วย จึงเดินย้อนกลับมานั่งที่หน้าร้านพีแอนด์เจมินิมาร์ท แต่ผู้ตายเดินตามไปที่หน้าร้านพร้อมพูดพาลหาเรื่องและยังพยายามจะทำร้าย ด้วยความกลัวจึงชักมีดปลายแหลมที่พกติดตัวออกมาแทงนายสุคนธ์เสียชีวิต หลังจากนั้นหลบหนีไปปรึกษาญาติแนะนำให้เข้ามอบตัวดังกล่าว ตำรวจควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี