คดี “เสี่ยจืด” โบรกเกอร์สาวและแม่โร่เข้าพบตำรวจกองปราบฯ ให้การเพิ่มเติมประเด็นเรื่องการโอนหุ้นและความสัมพันธ์กับกลุ่มของนายชูวงษ์ที่ตำรวจยังติดใจสงสัย เจ้าตัวยังรู้สึกไม่ปลอดภัยมีกลุ่มคนจ้องติดตามอยู่ ตำรวจเผยการสอบพริตตี้สาวท้องแก่ครั้งสองยังไม่พบพิรุธ และไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอลูกชูวงษ์
คดีการตายอย่างมีเงื่อนงำของ “เสี่ยจืด” นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เพื่อนสนิทผู้ตายตกเป็นผู้ต้องหาขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ต่อมาญาติตรวจสอบพบว่านายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ให้กับ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวท้องแก่ และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาว จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ให้สืบสวนคลี่คลายคดี ล่าสุดให้ตำรวจกองปราบปรามรับคดีคลี่ปริศนาการตายของเสี่ยจืดจากตำรวจนครบาลไปทำพร้อม กับเร่งสอบสวนพริตตี้สาวท้องแก่ที่เข้าให้การเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการโอนหุ้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าถึงคิวโบรกเกอร์สาวและแม่เข้าพบพนักงานสอบสวนให้การเพิ่มเติม โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี โบรกเกอร์สาว และ น.ส.ศรีธรา พรหมา มารดา พร้อมกับนายเดชา ขุนทอง ทนายความ ได้เข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.1 บก.ป.หลังถูกออกหมายเรียกให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม
นายเดชา ทนายความเปิดเผยว่า น.ส.อุรชา และ มารดา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่พนักงานสอบสวนยังติดใจสงสัย โดยยังไม่ได้ระบุว่ายังติดใจสงสัยในประเด็นใดเป็นพิเศษ ยอมรับว่าหมายเรียกนั้นระบุให้เข้าพบ วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ น.ส.อุรชา กับมารดายังไม่สะดวกจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวน วันดังกล่าวจึงขอเลื่อนนัดมาเข้าพบวันนี้ ไม่ได้มีการนำหลักฐานใดๆ มามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มอบให้พนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว
...
ด้าน น.ส.อุรชากล่าวเพียงสั้นๆว่าขณะนี้สภาพจิตใจของตนยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เนื่องจากยังรู้สึกว่ามีกลุ่มบุคคลที่คอยติดตามจนรู้สึกไม่ปลอดภัย ทำให้ต้องคอยเก็บตัวไม่กล้าเดินทางออกไปไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสอบสวน น.ส.อุรชานั้นเป็นการสอบปากคำเพิ่มเติมในบางประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการความชัดเจนในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องการโอนหุ้นและความสัมพันธ์กับกลุ่มของนายชูวงษ์ ส่วนการสอบสวน น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้ท้องแก่ เมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนในเรื่องต่างๆยังไม่พบว่ามีความพิรุธแต่อย่างไร รวมถึงการตรวจดีเอ็นเอลูกในท้อง ซึ่ง น.ส.กัญฐณายังคงไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหมือนเดิม โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าหลังจากที่สอบปากคำพยานส่วนต่างๆและรวบรวมเอกสารเพิ่มเติมแล้ว คาดว่าปลายสัปดาห์นี้จะสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาเกี่ยวกับ การโอนหุ้นได้แน่นอน