ด่านสะเดาคุมเข้มชาวต่างชาติเข้า-ออกด่าน โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลางหรือแขกขาว สั่งห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกห้องกักที่ควบคุมชาวอุยกูร์ ด้าน นายอำเภอ สั่งตั้งจุดตรวจ 4 แห่ง สถานการณ์ประชาชนทั่วไปยังปกติ
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 58 พ.ต.ท.ดนยวรรธนน์ กอสนาน รรก.ผกก.ตม.สะเดา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุระเบิดใจกลางกรุงเทพมหานครเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้สถานณ์ตามด่านชายแดน อ.สะเดา มีความตึงเครียด เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีความวิตกกังวลกับความไม่ปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ด่านทุกด่านเพิ่มความเข้มงวด โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มีลักษณะเป็นชาวตะวันออกกลางหรือแขกขาว ซึ่งระยะหลังกลุ่มนี้เข้าออกประเทศไทยมากขึ้น พร้อมรับคำสั่งจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพและสตช. ทุกระยะ
โดยทั่วไปยังคงปกติ ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบประจำจุดต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจเข้มรถและยานพาหนะเข้าออกทุกคัน ต้องตรวจทั้งเอกสารและรถส่วนบุคคลต้องเปิดกระโปรงท้าย ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการซ่อนตัวหลบหนีจากกลุ่มผู้ที่เกี่ยวโยงกับการก่อเหตุ
...
ในส่วนห้องกัก ตม.สะเดา เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข้มห้องกักที่ควบคุมชาวอุยกูร์ ที่เหลือจำนวน 23 คน ห้ามมิให้บุคคลภายนอกเข้าออก รวมทั้งองค์กรต่างๆ ต้องมีการขออนุญาตเป็นทางการหากขึ้นไปเยี่ยมชาวอุยกูร์ ต้องมีเจ้าหน้าที่ตม.อย่างน้อย 3 คนประกบเยี่ยมทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ที่ไม่หวังดีแอบบอกข่าวเรื่องอุยกูร์ที่ได้ส่งกลับไปให้ประเทศจีน จะทำให้เกิดการจลาจลในห้องกักแน่นอน
ด้านนายทวีวุฒิ สังขศิริ นายอำเภอสะเดา เปิดเผยว่าได้ร่วมกับ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.สะเดา ในการตรวจเข้มเส้นเข้าออกเมืองสะเดาและเมืองท่องเที่ยวบ้านด่านนอกที่ตั้งแหล่งบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยว โดยตั้งจุดตรวจร่วมกับทหาร ตำรวจ และกองร้อยอาสา 4 จุดหลัก คือ จุดตรวจห้วยคู ถนนสายสะเดา-เขาน้ำค้าง จุดตรวจทับโกบ ที่ถนนปาดังเบซาร์ จุดตรวจถนนกาญจนวณิชย์ บ้านด่านนอก และจุดตรวจทางไปเขื่อนด่านนอก ซึ่งเป็นเส้นทางลัดไปอ.นาทวี โดยสถานการณ์ทั่วไปยังปกตินักท่องเที่ยวและชาวบ้านต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ